
หยิกเล็บเจ็บเนื้อ!
หยิกเล็บเจ็บเนื้อ! :ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) ได้แต่งตั้งคณะทนายความจากสภาทนายให้เป็นตัวแทนยื่นฟ้อง 6 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,687 ล้านบาท ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
สำหรับ 6 ผู้ต้องหา ได้แก่ "โภคิน พลกุล, ประชา มาลีนนท์, วัฒนา เมืองสุข, พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ, บริษัทสไตเออร์ และอภิรักษ์ โกษะโยธิน" ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
การไปยื่นฟ้องคดีรถดับเพลิงในครั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ "อภิรักษ์ โกษะโยธิน" รักษาการรองหัวหน้าพรรค ภาค กทม.ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง "เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์" คนใหม่อย่างแน่นอน
จะเห็นว่าหลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค เพื่อแสดงความรับผิดชอบเมื่อพรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้งมีผลให้ "คณะกรรมการบริหารพรรค" ต้องพ้นตำแหน่ง
และการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหากฟังสุ้มเสียงของ "แกนนำพรรค" ก็น่าจะพอคาดเดาหน้าตา "เลขาธิการพรรคคนใหม่" ขณะนี้มีชื่อปรากฏตามสื่อต่างๆ 4 คน ได้แก่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน, วิทยา แก้วภราดัย, เฉลิมชัย ศรีอ่อน และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
หากฟังเสียง "รักษาการเลขาธิการพรรค" อย่าง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ที่ประกาศสนับสนุน "อภิรักษ์" ในการนั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ทำให้ "ชื่อคู่ชิง" คนอื่นถูกลดบทบาทแทบจะทันที
"ส่วนตัวมองว่าถ้าคุณอภิรักษ์จะเสนอตัวเป็นเลขาธิการพรรคก็มีความเหมาะสมและมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาก่อน รวมทั้งมีประวัติการทำงานที่ดี มีไมตรีต่อทุกฝ่าย ที่สำคัญสามารถทำงานเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และทำงานกับคนนอกได้ดี ส่วนเรื่องคดีรถและเรือดับเพลิงของคุณอภิรักษ์นั้น คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมองว่ากระบวนการจัดซื้อได้เสร็จสิ้นก่อนที่คุณอภิรักษ์จะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม."
แม้ว่าก่อนหน้านี้ "พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล" ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอชื่อ "คุณหญิงกัลยา" เป็นผู้ที่เหมาะสมจะเป็นคู่ชิงเก้าอี้ "แม่บ้านพรรคคนใหม่" เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่ "ผู้หญิง" ก้าวเข้ามามีบทบาททางการเมือง
แต่เมื่อวัดกระแสน้ำหนักคะแนนเลือกตั้งภายในพรรคต้องยอมรับว่า "อภิรักษ์" มีคะแนนสนับสนุนค่อนข้างโดดเด่น
เพราะระเบียบของพรรคประชาธิปัตย์ให้อำนาจ "หัวหน้าพรรค" เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็น "เลขาธิการพรรคคนใหม่" 3 คน ก่อนให้มีการลงคะแนนเลือกตั้ง
เชื่อว่าการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ "หัวหน้าพรรค" คงเป็น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จากนั้นเป็นการเลือกตั้ง "เลขาธิการพรรคและรองหัวหน้าพรรค"
การเลือกตั้ง "เลขาธิการพรรค" ครั้งที่ผ่านมา "อภิสิทธิ์" เป็นผู้เลือก "สุเทพ" พร้อมคู่ชิง แต่อีก 2 คน ได้ผู้ถูกเสนอชื่อได้ขอถอนตัวทำให้ "สุเทพ" นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคชนิดไร้คู่แข่ง
แม้ว่า "กลุ่ม-ก๊วน" ต่างๆ ในพรรคประชาธิปัตย์จะไม่โดดเด่นเหมือนกรณีพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเปิดให้สมาชิกพรรคอภิปรายในที่ประชุมอย่างเปิดเผยทำให้ "แรงกด" ภายในพรรคไม่รุนแรงเหมือนพรรคเพื่อไทยเมื่อเคลียร์กันในที่ประชุมได้ข้อยุติแล้วต้องจบภายในพรรค
ทุกคนในพรรคถือเป็นข้อปฏิบัติซึ่งต่างจากพรรคการเมืองอื่น!
แต่ใช่ว่ากลุ่มก๊วนในพรรคประชาธิปัตย์จะหมดไปการบริหารงานในพรรคแบบ "พวกพ้อง" ยังมีอยู่ ดังนั้นการให้งบสนับสนุนกับ ส.ส.แต่ละพื้นที่ย่อมมีความเหลื่อมล้ำ
การที่ "พรรคประชาธิปัตย์" ได้เป็นรัฐบาลครั้งที่ผ่านมาโดยมี "มือประสานสิบทิศ" อย่าง "สุเทพ" ย่อมทำให้การบริหารงานในพรรคภายใต้การนำของ "สุเทพ" ในฐานะแม่บ้านย่อม "เสียงดัง" เป็นธรรมดา
แม้ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะไม่มี "สุเทพ" แต่เชื่อว่า "กลุ่มสุเทพ" ยังคงมีอำนาจและกุมเสียงส่วนใหญ่ภายในพรรคประชาธิปัตย์อยู่
เพราะกระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ที่จะโหวตประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.ส.ส. 2.กรรมการบริหารพรรคจำนวน 19 คน และ 3.ประธานสาขาพรรคทั่วประเทศ
ดังนั้นการคัดเลือก "เลขาธิการพรรคคนใหม่" ได้มอบอำนาจให้ "หัวหน้าพรรค" เป็นผู้เสนอชื่อ ส.ส.หรือสมาชิกไม่มีอำนาจในการเสนอชื่อทำได้เพียงบอกชื่อคนที่เห็นว่าเหมาะสมผ่านสื่อไปให้ "หัวหน้าพรรค" รับทราบเท่านั้น
ชื่อของ "อภิรักษ์" แม้ว่าจะโดดเด่นเรื่องผลงานสมัยเป็น "ผู้ว่าฯ กทม." และผลงานการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่อาจมีปัญหาเรื่อง "คดีรถดับเพลิง" ในวันเลือกตั้งสมาชิกได้เตรียมขออภิปรายเรื่องนี้ต่อที่ประชุม
แต่เชื่อว่า "สุเทพ" และ "อภิสิทธิ์" คงได้จับเข่าคุยกันนอกรอบ เตรียมหาทางออกไว้ก่อนจะมีการเสนอชื่อเลขาธิการพรรคคนใหม่ให้ที่ประชุมเลือก
ไม่ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะมีมติเลือกใครแต่กว่าจะได้ "เลขาธิการพรรคคนใหม่" คงบอบช้ำกันทั้งพรรค ทำนอง "หยิกเล็บเจ็บเนื้อ" !



