
ดาวเทียมธิปไตย
เป็นบทความในคอลัมน์กระดานความคิดประจำวันที่ 22 ก.ค.2554
5-6 ปีที่แล้ว นักวิเคราะห์ข่าวสายการตลาด มักมองว่า "ทีวีดาวเทียม" เป็นเวทีใหม่สำหรับผู้ผลิตรายการที่หาโอกาส หาความมั่นคงบนฟรีทีวีไม่ได้
เนื่องจากผู้ผลิตรายการทางฟรีทีวี ต้องเผชิญความไม่แน่นอนของสัญญาเช่าเวลาของทุกสถานี ทั้งราคาค่าเช่าที่สูงขึ้นทุกปี ผังรายการโทรทัศน์ถูกปรับเปลี่ยนปีต่อปี เป็นความสั่นคลอนของการทำธุรกิจ
จำได้ว่า โฆสิต สุวินิจจิต และยุวดี บุญครอง แห่งบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตรายการทางฟรีทีวีรุ่นแรกๆ ที่เปิดตัวทีวีดาวเทียม "ที-แชนแนล" ออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคม 2/3 ในระบบซีแบนด์ ความถี่ 3625 V 30000 โดยเช่าสัมปทานสัญญาณดาวเทียมกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) โดย บริษัท เอ็มวีเทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด
แต่ช่องที-แชนแนล ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แถมมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารของบริษัทมีเดียส์ ทำให้ "โฆษิต-ยุวดี" แยกตัวไปเปิดบริษัทแห่งใหม่
ปัจจุบัน แนวรบทีวีดาวเทียมเปลี่ยนไป ไม่ใช่เวทีทดลองของนักธุรกิจสื่อหรือผู้ผลิตรายการทีวีอีกต่อไปแล้ว
อย่างเช่นค่ายอาร์เอสที่ประกาศนโยบายขับเคลื่อนธุรกิจทีวีดาวเทียมอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับค่ายแกรมมี่ ที่คาดหวังถึงอัตราการเติบโตของธุรกิจทีวีดาวเทียม ทั้งในกลุ่มผู้ชมและรายได้
ผู้เล่นเดิมๆ จากฟรีทีวี ต่างกระโจนเข้าสู่สังเวียนทีวีดาวเทียมกันคึกคัก ส่งผลให้มีช่องทีวีดาวเทียมประมาณ 140 ช่อง ที่ออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคม และดาวเทียมของเนเธอร์แลนด์
ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น ช่องทีวีดาวเทียมแนวข่าวสารการเมือง "เฉพาะกลุ่ม" ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว
ดั่งที่ทราบกัน ชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีทีวีดาวเทียมช่องเอเชียอัพเดท กระบอกเสียงของ นปช. เป็นตัวช่วย
ช่องเอเชียอัพเดทนำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์การเมือง และคำชี้แนะชี้นำของ นปช. ส่งผ่านถึงคนเสื้อแดงทั่วประเทศ
บ่อยครั้งที่ช่องเอเชียอัพเดท ทำหน้าที่เสมือน "โรงเรียนการเมืองทางไกล" โดยมีวิทยากรหมุนเวียนเปลี่ยนหน้ามาสอนวิชาประชาธิปไตยประชาชน หรือบางวันก็มีคนมานั่งอธิบายเรื่องระบอบประชาธิปไตยรวมศูนย์
บทบาทของช่องเอเชียอัพเดท ทำให้นึกถึงสื่อในรัฐสังคมนิยม ที่เน้นความเป็น "สื่อภาคประชาชน" ตามอุดมการณ์พรรคการเมืองของชนชั้นกรรมาชีพ เพราะวิทยากรช่องนี้ จะจำแนกสื่อโดยใช้กรอบคิดเรื่องชนชั้น นี่สื่อฝ่ายประชาชน โน่นสื่อฝ่ายอำมาตย์ นี่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย โน่นพรรคตัวแทนกลุ่มทุนเก่าหรือตัวแทนอำมาตยาธิปไตย
ขณะเดียวกัน ทีวีดาวเทียมช่องทีนิวส์, ช่องเอเอสทีวี, ช่อง 13 สยามไท และช่องเอฟเอ็มทีวี (สันติอโศก) ก็เรียกตัวเองว่า "สื่อภาคประชาชน" เช่นกัน โดยประกาศตัวเป็นสื่อที่ยึดมั่น "ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" หรืออุดมการณ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
การเติบโตแบบคู่ขนานบนเส้นทางการสื่อสารสมัยใหม่ ระหว่าง "ทีวีพาณิชย์" กับ "ทีวีการเมือง" นับเป็นกรณีที่น่าศึกษายิ่ง
เอ็นจีโอเมืองนอกที่ชอบวิจารณ์ว่าเมืองไทยไร้เสรีภาพนั้น อยากให้พวกเขามาทำงานวิจัยเรื่องทีวีการเมืองบ้านเรา เพราะในความรู้สึกของชาวบ้านร้านตลาด "ใครใคร่เสพ เสพ ใครใคร่เชื่อ เชื่อ" ในหมู่บ้านหนึ่งจะมีทั้งคนดูจอแดง-จอเหลือง ต่างฝ่ายต่างเลือกเสพข่าวสารอยู่บ้านใครบ้านมัน
บางทีเอ็นจีโอเหล่านั้น ก็มองเห็นแต่ "สื่อออนไลน์" หรือ "นิวมีเดีย" ทั้งที่ธุรกิจขายจานดาวเทียมหลากสี ได้แพร่หลายไปทั่วทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นชุมชนแออัดกลางเมืองใหญ่ หรือหมู่บ้านบนดอยสูง คนขายจานดาวเทียมบุกไปถึงทุกถิ่นที่ราวกับการขยายตัวของ "ลัทธิจานดาวเทียม" เกิดใหม่
อาจกล่าวได้ว่านี่คือ "ดาวเทียมธิปไตย" อันไม่เคยปรากฏในประเทศใดในโลกมาก่อน!
แคน สาริกา



