คอลัมนิสต์

กระดานความคิด-ใครได้-ใครเสีย?คำสั่งศาลโลก

กระดานความคิด-ใครได้-ใครเสีย?คำสั่งศาลโลก

21 ก.ค. 2554

แม้ว่าศาลโลกจะมีคำสั่งให้ไทยกับกัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นปราสาทพระวิหาร หลังจากกัมพูชายื่นคำร้องขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว เพื่อบรรเทาปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ แต่ในทางปฏิบัตินับจากนี้ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายของทั้งสองฝ่ายอย่างยิ่ง ว่าจะมีการถอน

            คำสั่งของศาลโลกครั้งนี้ จะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ระหว่างไทย-กัมพูชา เพราะเป็นเพียงการคุ้มครองบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ ที่ต้างก็อ้างสิทธิ์เหนืออธิปไตยซึ่งกันและกัน และไม่ได้มีข้อกำหนดชัดเจนในเรื่องของสภาพบังคับ วัน เวลา ให้มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาทั้งไทยและกัมพูชาต่างส่งทหารเข้าไปตรึงตลอดแนวที่เคยมีการปะทะกันก่อนหน้านี้

             น่าสนใจอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหาทางเจรจากันเพื่อถอนกำลังออกจากพื้นที่ตามคำสั่งของศาลโลก และกลายเป็นจุดเปราะบางอีกครั้ ซึ่งหากมองในแง่ของกำลังทหาร ถือว่าไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะก่อนหน้าที่ทหารของกัมพูชาได้มีการขนย้ายครอบครัวของทหารเข้ามาอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน มีการสร้างบ้านเรือนเป็นแหล่งชุมชน จึงถือว่าเป็นจุดที่กัมพูชาได้เปรียบ เพราะตลอดตามแนวเขตปลอดปฏิบัติการทางทหารตามคำสั่งศาลโลก ไม่มีชุมชนคนไทยเข้าไปอาศัยอยู่

             แน่นอนว่าหลังจากนี้คำสั่งของศาลโลก จะต้องถูกนำไปตีความ เพื่อสร้างความได้เปรียบของทั้งสองประเทศ และจะมีเงื่อนไขตามมาว่าใครจะเป็นคนกลาง เข้ามาไกล่เกลี่ย หรือทำหน้าที่เป็นคนกลาง ให้ทั้งสองประเทศยอมถอนทหารออกจากพื้นที่ เพราะที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างเดินเกมเพื่อแย่งชิงพื้นที่มาโดยตลอด

             หากแปรเจตนาของศาลโลกครั้งนี้ ต้องการประวิงเวลาให้ทั้งสองฝ่ายหาทางเจรจากัน ผ่านเวทีอาเซียน แต่มีความเป็นไปได้สูงที่กัมพูชาจะอ้างคำสั่งคุมครองชั่วคราว  เพื่อตีกินพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร เพื่อนำไปสู่การเดินเกมอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ ในเรื่องเขตแดน เพราะคำสั่งของศาลโลกเท่ากับเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าไทยกำลังเสียสิทธิ์ในพื้นที่ ที่อ้างมาโดยตลอดว่าเป็นอธิปไตยของประเทศ

             เพราะเมื่อตีความคำสั่งของศาล ที่ให้ถอนทหารทั้งสองฝ่ายออกจากพื้นที่ และกำหนดเขตปลอดทหารโดยรอบปราสาทพระวิหาร เบื้องต้นถือว่าเป็นผลดีกับไทย เพราะไม่ได้สั่งให้ถอนทหารเพียงฝ่ายเดียว แต่จุดเปราะบาง คือมติขององค์คณะผู้พิพากษาที่ห้ามไทยขัดขวาง กระบวนการพัฒนาปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งจะกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ว่าจะมีขอบเขตแค่ไหน อย่างไร หรือจะเป็นไปตามความต้องการของกัมพูชา ในการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่

             น่าสนใจว่า นับจากนี้ทั้งไทยและกัมพูชาจะนำไปสู่การปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโลกได้อย่างไร ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจะหาทางยุติลงได้เมื่อไหร่ แต่ดูเหมือนว่านาทีนี้ จะกลายเป็นสัญญาณบวกกับกัมพูชา หลังจากได้มหามิตรอย่างพรรคเพื่อไทย กลับเข้ามาเป็นรัฐบาล ซึ่งจะทำให้การเจรจาของทั้งสองประเทศราบรื่นมากขึ้น ส่วนจะยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่ คนไทยทั้งประเทศต้องติดตามอย่างใกล้ชิด


  http://www.oknation.net/blog/naitakeing