คอลัมนิสต์

กระดานความคิด-ตำรวจกับการสืบสวนอุบัติเหตุทางถนน(ตอนที่2)

กระดานความคิด-ตำรวจกับการสืบสวนอุบัติเหตุทางถนน(ตอนที่2)

20 ก.ค. 2554

การฆ่ากันตายที่เกิดขึ้นจากการขับขี่รถของคนไทยมิใช่เรื่องที่ตำรวจจะทำหน้าที่เพียงการกวดขันวินัยจราจรโดยจับกุมเท่านั้น หากแต่ การแสดงศักยภาพแบบตำรวจมืออาชีพ

           ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการสืบสวนเสาะหาต้นตอที่มาของการกระทำที่ทำให้คนตายและบาดเจ็บนั้นเป็นภารกิจที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งเริ่มนำร่องทดสอบความเป็นไปได้ในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดการแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนที่มีประสิทธิภาพและนำไปสู่การลดจำนวนคนตายกลางถนนที่มีจำนวนมากกว่าการตายจากคดีอาชญากรรมกว่า 4 เท่าในแต่ละปี สถานีตำรวจนำร่องกว่า 60 สถานีทั่วประเทศเปิดใจยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มพนักงานสอบสวนในแต่ละสถานีโดยการเข้าร่วมทำการสืบสวนวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จากนั้นนำส่งข้อมูลเพื่อส่งต่อเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกัน ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ

           การระดมสมองของผู้บริหารโรงพักหรือที่เรียกกันว่า 4 เสือ ประกอบด้วย ผู้กำกับ(หัวหน้าสถานีตำรวจ) รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวน รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม/จราจร และสารวัตรจราจร ถูกจัดให้มีขึ้นทุกสัปดาห์ในรูปแบบของการสุมหัวคุยกันเพื่อวิเคราะห์ค้นหาแนวทางแก้ไขและป้องกันการตายของคนไทยให้พ้นจากสภาพที่ไม่ควรตาย อย่างเช่น สภาพถนนทางตรงขนาด 6 เลนซึ่งมีที่ว่างต่ำกว่าพื้นผิวถนนอยู่ตรงกลาง บริเวณริมถนนทั้ง 2 ฝั่งของที่ว่างตรงกลางนั้นปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่พร้อมกลายสภาพเป็นจุดพิฆาตเมื่อผู้ขับขี่พลาดหลุดออกจากผิวถนน ขณะเดียวกันในแต่ละช่วงจะมีจุดลักข้ามที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรในย่านชุมชนซึ่งแต่เดิมสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวกจนกระทั่งมีการสร้างถนนขนาดใหญ่นี้ทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเดินทาง

           การขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดลักข้ามตัดหน้ารถยนต์ที่ขับมาในทางตรงด้วยความเร็วสูงในเวลากลางคืนบนถนนที่ไม่มีไฟริมทางนั้น ถึงแม้ว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยพร้อมคาดสายรัดคางก็ไม่ได้ทำให้เขารอดพ้นจากการกลายเป็นศพบนถนนสายนี้

           ตำรวจจะวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างรอบด้านจากนั้นจึงกำหนดมาตรการแก้ไขระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว มาตรการที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้โดยลำพังจะถูกดำเนินการทันทีเช่น การตั้งด่านตรวจจับความเร็วในจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุ การนำรถตำรวจเปิดสัญญาณไฟวับวาบตรวจการณ์และให้สัญญาณเตือนเป็นระยะ การประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบในทุกช่องทางการสื่อสาร รวมถึงการตั้งด่านเพื่อชะลอความเร็วและเตือนเป็นต้น นอกจากนั้นตำรวจยังทำหน้าที่เป็นกาวใจโดยชักชวนภาคีเครือข่ายลงพื้นที่เข้าหาผู้นำชุมชนเพื่อนำเสนอข้อมูลจากการสืบสวนอุบัติเหตุเปิดใจคุยกันด้วยจิตใจที่ปรารถนาดีต่อการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านในชุมชน ชักชวนกันทำประชาคมเพื่อหาจุดลงตัวในการสร้างการมีส่วนร่วมปิดจุดเสี่ยงอันตรายที่เคยลักข้าม พร้อมทั้งเปิดทางที่ชาวบ้านสามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัยไม่ต้องเจ็บไม่ต้องตายเป็นศพกลางถนนอีกต่อไป

           การทำหน้าที่ของตำรวจเยี่ยงนี้...สมควรที่จะได้รับการเชียร์ ส่งเสริม สนับสนุน ดีกว่าการโพสท่าถ่ายภาพติดตามริมถนนเพื่อโปรโมทตนเองให้คุ้นหูคุ้นตาโดยมิได้ลงมือกระทำการใดๆ ให้สมกับการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง หากแต่เป็นเพียงการสร้างภาพเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง หลอกคนที่ไม่รู้เท่าทันไปวันๆ เท่านั้น


 ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข