
โลกสาระจิปาถะ-ความสุขที่วัดได้ของภูฏาน(2)
พาโร--คนพื้นเมืองที่นี่มีความรู้สึกดีมากๆ ต่อสถาบันกษัตริย์ เพราะกษัตริย์จิกมี ซิงเย วังชุกได้พระราชทานระบอบการเมืองประชาธิปไตยให้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ดูแลสื่อทั้งหลายมีความใจกว้างและมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อความรู้สึกประชาชน
ถึงแม้ว่าสื่อใหม่ออนไลน์เพิ่งเข้ามาในภูฏานยังไม่ถึงสิบปีก็ตาม ประชาชนเกือบหนึ่งในสามมีโทรศัพท์มือถือใช้แล้ว นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่ง
มีเพื่อนภูฏานคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีบล็อกเกอร์บางคนอยู่นอกประเทศออกมาติกษัตริย์ซิงเย องค์ก่อนในปี 2007 ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงเกี่ยวกับชะตาชีวิตของผู้ลี้ภัยเนปาลในภาคใต้ของภูฏาน เรื่องนี้ละเอียดอ่อน เพราะประชาชนภูฏานมีเพียงเจ็ดแสนคน คนที่มีเชื้อชาติเนปาลมีประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นคน ทางกษัตริย์ซินเกตรัสว่า ทำไมจึงได้ออกมาติติงตอนนี้ ควรทำมานานแล้ว ในที่สุด เจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็ปล่อยไป ในอาณาจักรแห่งนี้ ไม่มีการปิดเว็บไซต์ ถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นเรื่องธรรมดา
ไม่มีนโยบายเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต (ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเรื่องพิธีสมรส กษัตริย์หนุ่มจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุกกลางเดือนตุลาคมนี้)
บทบาทสื่อภูฏานในการส่งเสริมประชาธิปไตยมีกษัตริย์เป็นประมุขถือเป็นเรื่องสำคัญ ผู้เขียนได้รับเชิญจากกระทรวงข่าวสารและคมนาคมมาบรรยายเรื่องนี้เมื่อไม่นาน พบว่าสื่อมวลชนที่นี่มีความรู้และความเป็นวิชาชีพในระดับดี ภาษาอังกฤษเก่งทุกคน นักข่าวไทยเขียนสู้ไม่ได้
ที่น่าสนใจที่สุดคือสื่อมวลชนที่นี่ไม่มีทิฐิ มีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและเข้าใจถึงผลประโยชน์ร่วมแห่งชาติ เห็นความสำคัญการให้ข่าวสารถูกต้อง มีสาระเพื่อช่วยให้ประชาชนมีการตัดสินใจที่ถูกต้อง และของขวัญประชาธิปไตยที่ได้มาให้อยู่ยงคงกระพัน
เนื่องจากเสรีสื่อเป็นสิ่งที่กษัตริย์เป็นผู้ให้นักข่าวทุกคนเข้าใจดีถึงภารกิจของตัวเอง พร้อมยังอุปถัมภ์มูลนิธิพัฒนาสื่อภูฏานอีกด้วย ที่น่ารักคือสื่อที่นี่อาศัยเงินสนับสนุนจากรัฐบาลในรูปแบบโฆษณาต่างๆ หมุนเวียนไปตามสื่อต่างๆ ที่มี จึงไม่แปลกใจที่ประเทศเล็กยังมีหนังสื่อพิมพ์รายวันสองฉบับ รายอาทิตย์มีทั้งหมดเจ็ดฉบับ ถือว่ามีสื่อมากเกินความจำเป็น
ที่นี่มีปลัดคนเก่งดูแลเรื่องสื่อสารมวลชน คือดาโช (ตำแหน่งแต่งตั้งโดยกษัตริย์) คินเล ดอร์จิ เขาคุยให้ฟังว่ารัฐบาลต้องสนับสนุนสื่อเสรีเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งในการที่จะช่วยเกื้อกูลสื่อในทุกรูปแบบ ปีที่แล้วรัฐบาลมีงบช่วยสื่อถึงสิบล้านบาท
แต่สื่อเองต้องปฏิรูปตัวเองเช่นกัน โดยเพิ่มความเป็นวิชาชีพ และความโปร่งใสในขณะเดียวกันสื่อก็ต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาติ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลภูฏานอยากเห็นสื่อตีพิมพ์ในภาษาท้องถิ่นคือซอง มากกว่านี้ ใครออกสื่อภาษานี้ จะได้โฆษณาทันที เพราะถือเป็นนโยบาย เจ้าหน้าที่กลัวว่าภาษาพื้นเมืองอาจจะสูญหายไปได้ ถ้าสื่อไม่สนใจเขียนหรืออ้างอิงถึงหรือมีหนังสือพิมพ์ภาษาพื้นเมืองออกมา (ยังมีต่อ)
กวี จงกิจถาวร



