คอลัมนิสต์

แก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางออกของประเทศ

แก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางออกของประเทศ

23 เม.ย. 2552

กระบวนการโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อต่างๆ ของนักการเมืองและนักวิชาการกลุ่มหนึ่งหวังจะสร้างหรือตอกย้ำความเข้าใจผิดของประชาชนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือการปัดฝุ่นกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540

 รวมทั้งการนิรโทษกรรมให้แก่นักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เว้นวรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี อันเนื่องมาจากการถูกยุบพรรคนั้น เป็นทางออกเดียวที่จะช่วยนำพาประเทศชาติให้พ้นจากภาวะแตกแยกครั้งใหญ่และจะนำมาซึ่งความสมานฉันท์ที่ประชาชนทุกคนต่างโหยหา

 ความพยายามให้ข้อมูลเชิงเดียวดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่แสนแยบยลของนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่ต้องการดึงปัญหาทั้งหมดกลับเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย แต่เท่ากับเบียดภาคประชาชนให้กลับไปอยู่ที่ขอบเวทีการเมืองอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ภาคประชาชนควรจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการคลี่คลายวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

 ที่สำคัญ ยังเป็นการตอกย้ำความรู้สึกของประชาชนที่มองว่าการเมืองยังคงอยู่ในวังวนของความเน่าเฟะและเต็มไปด้วยการเจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ที่ลงตัวของแต่ละกลุ่มแต่ละพรรค โดยแทบไม่คำนึงถึงความสงบสุขของประเทศชาติ เหตุนี้ประชาชนจำนวนไม่ใช่น้อยจึงยากจะเชื่อว่าข้อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมนักการเมืองจะเป็นสูตรสำเร็จที่จะสร้างความสมานฉันท์และช่วยพัฒนาการเมืองใหมได้ ตราบใดที่ตัวการบ่อนทำลายความสมานฉันท์และความสงบสุขของประเทศภายใต้การนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาชญากรหนีข้ามชาติและแกนนำกลุ่มเสื้อแดงยังสามารถเปิดแนวรบใหม่ด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อนอกใส่ร้ายป้ายสีประเทศชาติอยู่ทุกวี่ทุกวันเช่นนี้

 เราเชื่อว่าหนึ่งในกระบวนการที่จะช่วยคลี่คลายวิกฤติการณ์ได้ก็คือการให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงผ่านการทำประชาพิจารณ์เพื่อหาแนวทางสร้างสมานฉันท์และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติในระยะยาวแล้ว เป็นเรื่องที่สมควรจะกระทำ โดยไม่ควรมีข้อโต้แย้งว่าอาจจะช้าเกินการณ์ ในเมื่อปัญหานี้ได้หยั่งรากลึกมานานหลายสิบปีจึงไม่ควรจะรีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยวิธีลวกๆ

 พร้อมกันนี้ ทุกฝ่ายในสังคมจะต้องร่วมกันทำความจริงให้ปรากฏ แต่ไม่ใช่เพื่อจะลงโทษผู้กระทำผิด หากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการร่วมกันประสานรอยร้าวในสังคมให้กลับมาสมานฉันท์ดังเดิม ผ่านการรณรงค์ให้ทุกฝ่ายเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น รวมทั้งจะต้องมีการรณรงค์ให้ทุกฝ่ายช่วยกันยุติความขัดแย้งโดยสันติวิธี