
เสียว...สันติวิธี
ความเศร้าโศก ความขมขื่น ความเจ็บปวดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัว ในเหตุการณ์ความไม่สงบที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ความตายที่ถูกหยิบยื่นกับสมาชิกในครอบครัวเขาเกิดขึ้นกับ 4 ชีวิต
ติดต่อกันในระยะ 5 ปี โดยพี่ชายคนแรกเสียชีวิตไปในปี 2547 และในปี 2549 ต้องมาสูญเสียพี่ชายอีกคนหนึ่ง ในเวลาต่อมาต้องเกิดขึ้นกับพ่อในปีเดียวกัน ครั้งล่าสุดคือขวัญชีวิตที่ยิ่งใหญ่สุดที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวคือแม่ ต้องมาถูกสังเวยกระสุนปืนของกลุ่มไม่ทราบฝ่ายไปอีกหนึ่งคนเมื่อ 13 มีนาคม หลังได้รับการเฉลิมฉลองรางวัลสตรีดีเด่นในวันสตรีสากลเพียง 8 วัน
ความสูญเสียเสาหลักแห่งชีวิตครั้งนี้ สร้างแรงกระเพื่อมไปกระทบความรู้สึกนึกคิดของบรรดานักสันติวิธีที่กำลังเดินหน้าสวนกระแสเสียงกระสุนปืนอย่างหนัก มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ ที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ทำไมมันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับคนหลายคนในครอบครัวเดียวกัน
หากจะมองอย่างผิวเผินในสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ก็อาจจะมองได้ว่า ทั้ง 4 ท่านที่เสียชีวิต เพราะเขาคือผู้ที่ให้ความร่วมมือกับรัฐอย่างใกล้ชิด หนึ่งคนคือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หนึ่งคนคืออาสาสมัครรักษาความสงบในหมู่บ้าน (ชรบ.) หนึ่งคนคืออาสาสมัครช่วยเหลือรัฐทั่วไป และอีกคนหนึ่งเป็นสตรีผู้ทำหน้าที่เกื้อหนุนให้มีการขับเคลื่อนเรียกร้องความเป็นธรรมแก่บรรดาผู้สูญเสียจากเหตุแห่งความไม่สงบ เขาเหล่านั้นจึงมีอันเป็นไปเช่นนั้นกระนั้นหรือ ?
การขับเคลื่อนงานสันติวิธีในความหมายและกระบวนการทำงานของแต่ละฝ่าย น่าจะนำมาวิเคราะห์ถึงความเหมือนและความต่างกันอย่างจริงจังเสียที ถึงแม้แนวทางสันติวิธีจะมีเป้าหมายสุดท้ายที่เหมือนกันคือความสงบสันติสุขแก่สังคมท้องถิ่น หากการนำเสนอหนทางสันติวิธีคือตัวต้นเหตุแห่งสูญเสียครั้งนี้ เพราะต่างโยนความผิดกันและกันว่า ความตายของคนทั้ง 4 คือความผิดพลาดของรัฐหรือไม่ ? ที่สร้างกรอบกระบวนการของสันติวิธีในรูปแบบที่ตนเองเข้าใจและเห็นชอบเป็นหลัก ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจากประชาชนว่าเป็นสิ่งที่สามารถสร้างหนทางออกที่ปลายอุโมงค์อย่างแท้จริง อย่างน้อยๆ ความเชื่อถือว่า การสร้างกระบวนการทางสังคมให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยรัฐที่ละเลยกระบวนการประชาชนแบบผิดรูปผิดฝาเช่นนี้ จะเป็นจุดอ่อนให้แก่สังคมที่มีความขัดแย้งมากมาย สุดท้ายจึงส่งสัญญาณอันตรายแก่ใครก็ได้ที่เข้าไปอยู่ใต้ร่มแห่งสันติวิธีเช่นอย่างที่เป็นอยู่
นักขับเคลื่อนแนวทางสันติวิธีหลายคนมักจะซุบซิบ เพราะจะวิพากษ์ดังๆ ตรงๆ กับการทำงานของกลไกเหล่านั้น เขาทั้งหลายกลัวผีที่อยู่ใต้ร่มเงาแห่งอำนาจมืดบางตัว จึงได้แต่กระซิบดังๆ ว่า...สันติวิถีต้องปล่อยให้ประชาชนเขามีโอกาสหาทางออกกันเอง เขาหาเวทีคุยกันเอง เขาหาเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์กันเองโดยกลไกรัฐที่เข้าใจตัวเองฝ่ายเดียวว่า ทำงานด้านสันติวิธีให้คิดได้คิดเป็นเรื่องทางเลือกอื่นบ้าง นอกจากถือปืนเข้าอบรมให้ความรู้ด้านสันติวิธีแก่ชาวบ้าน ? หรืออาสาเป็นเพียงผู้ให้ความสะดวก (อยู่เบื้องหลังไกลๆ) เท่านั้นก็น่าจะมากพออยู่แล้ว
เพราะกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตระกูลเป๊าะอีแตดาโอ๊ะ ที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ดังกล่าวข้างต้น คือกรณีศึกษาที่มีค่ามหาศาลเกี่ยวกับแนวทางเดินที่มีปัญหา ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือหรือเชื่อมั่นกับทุกฝ่ายกล่าวคือ ชาวบ้านกันเองย่อมไม่เชื่อถือคนที่รัฐสร้าง ถึงแม้เขาจะอยู่ในหมู่บ้านหรือเป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน ชาวบ้านและนักสันติวิธีที่มีใจอยากจะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ขณะนี้ทั้งหลายอยู่ระหว่างเขาควายสุดจะเสียว จะเอี้ยวซ้ายหรือจะบิดขวาล้วนอาจจะถูกเขาควายที่แหลมคมขวิดอยู่ตลอดเวลา
ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือกับการหาแนวทางเลือกอื่นบ้าง ในการมีส่วนร่วมการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าได้คิดว่ามีเงิน มีอำนาจ มีอาวุธแล้วจะรบชนะกลุ่มที่คิดไม่เหมือนกับท่านได้อย่างเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด ?
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
Thailand Centre for Muslim and Democratic Development
[email protected]



