คอลัมนิสต์

การเมืองเรื่องรัฐล้มเหลวในฐานะดาบสองคม

การเมืองเรื่องรัฐล้มเหลวในฐานะดาบสองคม

23 เม.ย. 2552

ในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ แนวคิดเรื่อง รัฐล้มเหลว (failed state) กลายเป็นทั้งคำอธิบายและข้ออ้างอันทรงพลัง ในการเมืองของประเทศไทย แต่ในช่วงเวลาเมื่อสักไม่กี่เดือนมานี้ แนวคิดและการอ้างอิงเรื่องรัฐล้มเหลวนั้นกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ

ผมเองไม่ค่อยสมาทานกับแนวคิดเรื่องรัฐล้มเหลวเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าเป็นแนวคิดที่มีคุณประโยชน์อยู่มิใช่น้อยในหลายกรณี และก็เป็นดาบสองคมในอีกหลายกรณี

 แนวคิดเรื่องรัฐล้มเหลวนั้น ถูกผลิตขึ้นมาโดยนักวิชาการที่ให้ความสนใจกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ ในโลก โดยรากฐานของแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่มีคุณูปการอยู่มาก ด้วยว่า เป็นแนวคิดที่ไม่ละเลยเรื่องพื้นๆ ที่เชื่อว่ารัฐนั้นมีขึ้นเพื่อประโยชน์ของราษฎร-พลเมือง

 ด้วยว่าในหลายสังคมนั้นเกิดสภาพที่รัฐนั้นไม่สามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศ และให้หลักประกันความเสมอภาคใดๆ ได้ ดังนั้นรัฐเหล่านั้นจึงต้องถูกตรวจสอบ และในหลายกรณีย่อมจะต้องถูกแทรกแซงโดยองค์กรระหว่างประเทศในนามของมนุษยธรรม

 กล่าวคือองค์กรระหว่างประเทศต้องเข้ามาแทรกแซง เพื่อ "รักษาสันติภาพ" ในประเทศเหล่านั้น

 ในกรณีของประเทศไทยนั้น แนวคิดเรื่องรัฐล้มเหลวนั้นถูกนำมาพูดเป็นเรื่องเป็นราวครั้งสำคัญก็เมื่อมีความรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เกิดการตั้งคำถามที่สำคัญในยุคนั้นก็คือ ถ้าไม่สร้างสันติสุขแก่ประชาชนในพื้นที่ด้วยความเข้าใจที่มากกว่าการใช้กำลังปราบปรามแล้ว ความรุนแรงก็จะถูกนำเสนอในระดับโลก และทำให้เกิดความพยายามในการเข้ามารักษาสันติภาพในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การเจรจาเพื่ออิสระที่มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 การอธิบายเรื่องรัฐล้มเหลวนั้นจะต้องมีความรอบคอบอยู่มิใช่น้อย เพราะการอธิบายเรื่องรัฐล้มเหลวนั้น จะต้องเข้าใจว่ารัฐนั้นมิได้ล้มเหลวในฐานะที่ไม่มีอำนาจในการดูแลประชาชน แต่เอาเข้าจริงรัฐที่ล้มเหลวจำนวนมากนั้นเป็นรัฐที่ไล่ล่าประชาชน (predatory state) เข้าไปด้วย

 กล่าวคือรัฐที่ล้มเหลวนั้นอาจจะเป็นรัฐที่ "จงใจ" ที่จะทำให้เกิดสภาวะของรัฐล้มเหลว เพื่อที่จะเข้าไปจัดการประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ในนามของการดูแลความไม่สงบ

 ดังนั้นการเล่นเกมรัฐล้มเหลวนั้น นักวิชาการต่างประเทศอาจจะรู้สึกหวือหวาว่านี่แหละเป็นแนวคิดที่สามารถนำมาช่วยเหลือคนในประเทศที่ถูกรัฐไล่ล่า และรัฐไม่สร้างหลักประกันให้ ดังนั้นจะต้องมีการแทรกแซงจากภายนอกโดยการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการสากลของการสร้างกลไกพื้นฐานในการสร้างการปกครองที่เป็นธรรม

 แต่ในหลายสังคม การแก้ปัญหารัฐล้มเหลวนั้นกลับเป็นเรื่องของการเพิ่มอำนาจให้แก่รัฐ แทนที่จะเพิ่มหลักการที่ค้ำประกันสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน

 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องตั้งหลักให้ดี ยิ่งในหลายกรณีการเกิดสภาวะรัฐล้มเหลวนั้นเป็นการเกิดขึ้นจากความจงใจจากการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง จากหลายฝ่าย แต่กระบวนการที่เรียกว่ากระบวนการตามกฎหมายที่รัฐซึ่งเพิ่มอำนาจด้วยข้อยกเว้นนั้นไม่ได้สืบสวนให้หมด เช่นไม่ตั้งคำถามกับเสื้อทุกสี ที่มีมากกว่าสองสีแล้ว นั่นคือทำไมไม่ดำเนินคดีกับเสื้อสีน้ำเงินด้วยนั่นแหละครับ ภาพถ่ายต่างๆ ก็มีหลักฐานอยู่แล้วด้วย

 เสน่ห์ของเมืองไทยอยู่ตรงนี้แหละครับ...อยู่ตรงที่ทฤษฎีไหนที่ถูกนำเข้ามาอธิบายหรือปรับใช้นั้นเป็นอัน "หมดอายุ" ไปซะงั้น...