
ถึงเวลาผ่าตัดตำรวจ
ปฏิบัติการอุกอาจของคนร้าย ที่ลากอาวุธสงครามยิงถล่ม คุณสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลางเมืองหลวงของประเทศ จนถึงป่านนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ ทั้งที่จุดเกิดเหตุไม่ห่างจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศมากนัก
ไล่ตั้งแต่กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานของตำรวจ อย่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "บ้านนี้เมืองนี้" หาความปลอดภัยไม่ได้ ใครนึกจะฆ่าใครก็ลากอาวุธสงครามออกมาไล่ยิงได้อย่างสะดวกโยธิน เพราะระบบรักษาความปลอดภัยประเทศนี้ ห่วย...สิ้นดี
เจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากหวังพึ่งพิงอะไรไม่ได้แล้ว บางกลุ่ม...บางพวก...ยังคิดคดทรยศแผ่นดิน หักหลังอาชีพของตัวเอง เห็นแก่เศษเงิน อาศัยเครื่องแบบประพฤติชั่ว ก่อกรรมทำเข็ญรังแกประชาชน สร้างความปั่นป่วนให้แก่ประเทศชาติเสียเอง
สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน จนรัฐบาลต้องประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "ตำรวจ-ทหาร" อยู่กันเต็มบ้านเต็มเมือง คนร้ายยังลากอาวุธสงครามมายิงถล่มได้ถึงกลางเมืองหลวง...มันเป็นไปได้อย่างไร ?
วิจารณ์กันขรม "คุณสนธิ" อาจเจ็บตัวฟรี...
ตำรวจอาจจับคนร้ายไม่ได้ สาเหตุไม่ใช่เพราะตำรวจไทยไร้ฝีมือ...แต่เพราะขาดเอกภาพในการทำงาน...แบ่งฝักแบ่งฝ่าย...จนมั่วกันไปหมด...คนทำงานแบบตรงไปตรงมามีน้อยเหลือเกิน
ปัญหาเรื่องพรรคเรื่องพวกมีอย่างต่อเนื่อง กระแส "เสื้อแดง-เสื้อเหลือง" ในองค์กรตำรวจคุกรุ่นเต็มที หากไม่ยกเครื่องเสียใหม่ มีหวังล้มไม่เป็นท่า
ในทีมคลี่คลายคดีลอบสังหารคุณสนธิ หลายคนแดงจ๋า คอยขัดแข้งขัดขาเพื่อนร่วมงาน ยังดีที่รัฐบาลยังพอทันเกม เปลี่ยนหัวผู้รับผิดชอบคดีเสียก่อน ทำให้พอมีลุ้นอยู่บ้าง แต่อย่าคาดหวังอะไรไว้มาก เพราะในระดับผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ยังใส่เกียร์ว่าง เพราะ ติดรุ่น...ติดสี...เลยพานไม่อยากทำงาน
ถึงเวลาแล้วครับที่ "คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี จะลงมือผ่าตัดองค์กรตำรวจเสียใหม่ ขืนยังคงหนิมๆ อายๆ มัวแต่เกรงอกเกรงใจใครต่อใครหลายคน ฟันธง ได้เลยว่า "รัฐนาวา" ลำนี้รอดยาก
ทัศชยันต์ วาหะรักษ์
[email protected]



