เมื่อปวดท้องถี่ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นโรคกระเพาะ แต่หากเกิดอาการปวดติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 6 ชั่วโมง และเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงมีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม เบื่ออาหาร นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไส้ติ่งอักเสบได้ ถ้ายิ่งปล่อยเรื้อรังยิ่งเป็นอันตรายจนขึ้นเสียชีวิต

นพ.จุลศักดิ์ บุญไทย ศัลยแพทย์ทั่วไป ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า ไส้ติ่ง มีลักษณะเป็นท่อปลายตันยาวประมาณ 3 – 4 นิ้ว ที่แยกมาจากบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น โดยตำแหน่งอยู่บริเวณท้องน้อยด้านขวา อาการไส้ติ่งอักเสบเกิดจากของเสีย สิ่งแปลกปลอม หรืออุจจาระเข้าไปอุดตันในไส้ติ่งจนเกิดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนจะเพิ่มความรุนแรงของโรคมากขึ้น ส่งผลให้ผนังไส้ติ่งเน่าและแตกทะลุภายใน 24 – 36 ชั่วโมง  

สามารถสังเกตอาการไส้ติ่งอักเสบได้ดังนี้

 1. ปวดรอบๆ สะดือ คือ สัญญาณแรกของอาการไส้ติ่งอักเสบจะแสดงอาการจากปวดท้องด้านขวาล่าง รามไปปวดตรงบริเวณสะดือ หากเคลื่อนไหวร่างกายหรือขยับร่างกายบริเวณท้องจะยิ่งเพิ่มความปวดท้องมากขึ้น

 2. ปวดท้องอย่างเฉียบพลัน เป็นอาการปวดท้องบริเวณส่วนล่างขวาของช่องท้อง และจะมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ

 3. นอกจากอาการปวดท้อง อาจมีอาการอื่นร่วมด้วยไม่ว่าจะมีไข้ต่ำๆ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูกหรือท้องเสีย และอาการเบื่ออาหาร

 4. อาการท้องอืดและมีแก๊สในกระเพาะอาหาร มักมีอาการมากกว่า 2 วัน พร้อมกับปวดภายในช่องท้องโดยเฉพาะปวดท้องด้านขวาล่าง

หากมีอาการตามข้างต้นนานเกิน 6 ชั่วโมง ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน โดยการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบมีทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้องและการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องจะทำให้แผลมีขนาดเล็กภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัดเกิดขึ้นน้อย ใช้ระยะเวลาการพักฟื้นไม่นาน

ปัจจุบัน ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียว มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ ให้บริการทั้งศัลยกรรมทั่วไปและศัลกรรมเฉพาะทาง พร้อมด้วยการผ่าตัดที่ทันสมัยและการผ่าตัดด้วย การส่องกล้องเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง ลดอาการเจ็บแผล และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

 

นพ.จุลศักดิ์ บุญไทย

ศัลยแพทย์ทั่วไป

ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียว