ชีวิตดีสังคมดี

อีก 2 ปี ปลดโซ่ตรวน 'สุราก้าวหน้า' คลายล็อกได้เมื่อไหร่คนไทยเตรียมรวย

อีก 2 ปีข้างหน้าปลดโซ่ตรวน 'สุราก้าวหน้า' ให้ก้าวหน้าแบบ 100 % คลายล็อกได้เมื่อไหร่คนไทยเตรียมรวย รายเล็กแชร์ตลาดได้ ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

“เลิกได้แล้วเอาโซ่ตรวณออกแล้วเอากุญแจมือมาใส่ให้มันดูหรูหราขึ้นหรือคลื่นใต้น้ำที่พยายามจะเปลี่ยนจากกุญแจมือเป็นกำไล EM” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ กับคมชัดลึกเอาไว้ล่าสุด หลังจากที่ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า โดนโหวตคว่ำในสภาเมื่อเดือนพ.ย. 2565 โดยแพ้ไปเพียง 2 เสียงเท่านั้น

 

 

กลับมาวันนี้เรียกได้ว่าพรรคก้าวไกล ผู้ที่ขับเคลื่อนร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เพื่อปลดล็อกการผลิตสุราให้แก่ชาวบ้าน ผู้ค้ารายย่อยได้พอมีพื้นที่ทำมาหากินบ้าง ยังมีโอกาสพอที่จะผลักดันต่อไป เพราะการชนะเลือกตั้งและความหวังที่จะได้เป็นฝ่ายรัฐบาลเพื่อคลอดร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าได้อีกครั้ง

นายเท่าพิภพ ให้สัมภาษณ์ กับคมชัดลึก ว่า "สุราก้าวหน้า" ต้องทำอยู่แล้ว เพราะเป็นหนึ่งใน 300 นโยบาย สุราก้าวหน้าไม่ใช่ร่างกฎหมายที่โดนปัดตกไปแค่ 2 เสียงเท่านั้น แต่อยากให้มองว่ามันคือโปรเจ็กทางการเมืองที่เราจะทำในหลายๆ ส่วน เพราะแค่การปลดล็อกใบอนุญาตผลิตสุราอาจจะยังไม่พอ แต่ยังมีเรื่องของภาษี การควบคุมโฆษณา เวลาการขาย หาเสียงมาแล้วก็ต้องทำตามให้ครบทุกข้อ ไม่ว่าจะยากหรือง่ายเราก็จะต้องพยายามทำให้สำเร็จ

 

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้น่าจะง่ายกว่าการเสนอในครั้งที่ผ่านมา พรรก้าวไกลและตนตั้งเป้าหมายว่า จะต้องพยายามให้วาระแรกในการประชุม ครม. มีการแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับการผลิตสุราโดยจะต้องให้เป็นอุตสาหกรรมปกติ (Normalize Industry ) ให้การผลิตสุราในเมืองไทยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

โดยมีการตั้งเป้าไว้ว่า เร็วที่สุดที่จะสามารถผลักดันแก้ไขกฎกระทรวงหลายๆ ฉบับที่เกี่ยวข้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการควบคุมการโฆษณา การกำหนดวันห้ามขาย คิดว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี หรือเร็วสุด 90 วัน เพราะจะเสนอร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ฉบับเดิมอยู่แล้วที่เหลือคือขั้นตอนรับฟังความเห็นอีกรอบเท่านั้น เพื่อที่ยืนยันว่าว่าจะไม่มีใครมาแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อปลดล็อกการผลิตสุราที่ต้มดื่มเองที่บ้าน หรือผู้ประกอบการรายเล็ก  หากเป็นไปได้อยากให้สภาทำคณะกรรมาธิการเต็มสภาและผ่านร่างภายในวันเดียวเลย เพราะมีการแก้ไขเพียงมาตราเดียวเท่านั้น

 

 

แค่ปลดล็อก สุราให้ก้าวหน้ายังไม่เพียง เพราะนั้นก็ยังไม่อาจะทำให้ผู้ประกอบรายเล้ก ชาวบ้านสามารถค้า ขายได้อย่างเท่าเทียมกันในตลอดน้ำเมาที่มีมูลค่าสูงถึง 8 แสนล้านบาท

 

 

นายเท่าพิภพ อธิบายต่อไปว่า เราจะต้องพยายามพยายามลดภาษีให้รายย่อยด้วย เพราะเชื่อว่าหากรายย่อยเสียภาษีเท่ารายใหญ่ ปัญหาที่ตามมาคือชาวบ้านพยายามเลี่ยงภาษีจนเกิดปัญหาจ่ายเงินใต้โต๊ะ บางคนไม่เข้าระบบเลย ทั้งนี้ไม่ต้องห่วงว่าเราจะลดการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐลง เพราะพรรคก้าวไกลเองก็ต้องการนำเงินภาษีเหล่าหนี้ไปสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีให้แก่คนไทยเช่นกัน หากปลดล็อกภาษีรายย่อยเชื่อว่าจะทำให้รัฐมีรายได้มากขึ้น

 

 

  • ควบคุมด้วยกฎหมาย ล้อมคอกไม่ให้ "สุราก้าวหน้า" ซ้ำรอยกัญชาเสรี

“เราหรือผู้ผลิตไม่อยากฆ่าลูกค้าของตัวเอง” นายเท่าพิภพ ได้แสดงความเห็นเอาไว้ พร้อมกับระบุว่า  ที่ผ่านเราเดินมาแบบผิดทางเราเอากฎหมายมาครอบกฎหมายเอาไว้ แต่ในประเทศไทยไม่ได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง ดังนั้นต้องมาชำแหละกฎหมายใหม่  และตนมั่นใจว่าไม่ซ้ำรอยกัญชาเสรีแน่นอน เพราะมี พ.ร.บ.ควบคุมหลายตัว

 

 

ส่วนเรื่องที่กังวลว่าจะเป็นการมอมเมาเยาวชนนั้นก็มีการควบคุมอยู่แล้ว เช่นการควบคุมการซื้อผ่านออนไลน์ก็จะต้องมีการใช้ดิจิทัลไอดี (Digital ID) จำกัดประเภทสื่อเพื่อไม่ให้เด็กเข้าถึง รวมทั้งการลดช่องว่างการตราสินค้าเสมือนด้วย  กฎหมายมีอยู่แล้ว แค่บังคับใช้ถูกต้อง ที่สำคัญจะต้องทำให้กฎหมายที่แข็งอยู่มันหายไป ตนเห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องล็อกหลายชั้น แต่ออกกฎหมายในฉบับเดียวให้จบเลย การบังคับให้กฏหมายต้องพอดี การใช้กฎหมายที่มากเกินไปทำให้คนไม่เคารพแน่นอน

 

 

  • ปลดล็อกโฆษณา เวลาขายเหล้าเบียร์

ปัจจุบันบ้านเราจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามขายในวันพระ ซึ่งตนมองว่าไม่มีความจำเป็นดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำแน่ ๆ คือการยกเลิกห้ามไม่ให้ขายในวันพระ อย่างลืมว่าการเอาศาสนามาผูกไว้ในกฎหมายเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ส่วนนโยบายจะอนุญาตให้ชายได้ 24 ชั่วโมงหรือไม่ จะต้องไปหารือในคณะกรรมธิการอีกครั้งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้

 

 

กฎหมายการโฆษณาสุราเองก็สำคัญในเมื่อปลดล็อกการผลิตแล้ว ก็จำเป็นจะต้องปลดล็อกรูปแบบวิธีการโฆษราด้วย โดยเฉพาะกฎหมายที่บอกเอาไว้ว่าประชาชนโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดนปรับ 50,000 บาท จริงๆแล้วไม่เลย เพราะควรเปิดพื้นที่ให้รายย่อยได้มีโอกาสนำเสนอความคราฟต์ เรื่องราวที่ไปที่มาของเบียร์ นโยบาย สุราก้าวหน้าจะต้องปลอดล็อกในทุกๆ มิติ เพื่อทะลายโซ่ตรวนอย่างแท้จริงภายใต้การไม่สร้างนักดื่มหน้าใหม่

 

 

“ในขั้นตอนการขับเคลื่อน "สุราก้าวหน้า" จะต้องมีการใช้คณะกรรมาธิการถกกันให้จบ ส่วนภาคีอื่น ๆจะต้องมีการพูดคุยกันทุกฝ่าย 2 ปี นับหลังได้รับเลือกตั้ง ให้เวลาแค่นี้ไม่อยากให้ยืดเยื้อ” นายเท่าพิภพกล่าว

 

 

  • แก้กฎหมายเปลี่ยนเป็น "สุราก้าวหน้า" ทำอะไรได้บ้าง

ทำได้หมดเลยให้เป็นการผลิตแบบ Normalize แยกประเภทตอนเก็บภานอกจากนี้ตนอยากสนับสนุนการทำเหล้าสี แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เเพราะต้องทำวันละ 60,000 ลิตรต่อวัน ขนาดเจ้าใหญ่ยังหืดขึ้นคอ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อ สุราก้าวหน้าแล้ว เราต้องพยายามทำให้มันพรีเมียมมากขึ้น ไม่ได้ตะบี้ตะบันทำเหล้าให้ท่วมประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับปริมาณแต่เกี่ยวกับคุณภาพ ทำน้อยต้องได้มากซึ่งเป็นหัวใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล

 

 

  • "สุราก้าวหน้า" จะปลดล็อกทำให้เกิดควบรวมได้หรือไม่

นายเท่าพิภพ ระบุว่า การที่ผู้เล่นรายใหญ่จะซื้อผู้เล่นรายเล็กกฎหมายไม่ได้ปิดกั้นแน่นอน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน เพราะมันคือการเปิดโอกาสให้รายย่อยมีโอกาสเติบโต แต่ส่วนตัวเห็นว่าคงไม่สามารถซื้อได้ทุกเจ้าที่มีในตลาด สุราก้าวหน้า จะทำให้ตลาดแอลกอฮอล์สมบูรณ์มากขึ้น เชื่อว่ารายใหญ่จะไม่สามารถกว้านซื้อรายย่อยได้ครบ

 

“คนชอบด่าทุนนิยม แต่จริงๆในประเทศไทยไม่ใช่ตลาดทุนนิยม แต่เราเป็นธุรกิจแบบพวกพ้องมากกว่า ดังนั้นถ้าจะด่าทุนนิยมจะต้องแก้ให้เป็นนนิยมก่อนค่อยด่าทุนนิยม”

 

 

  • เมื่อไหร่ที่ "สุราก้าวหน้า" คนไทยเตรียมตัวรวยได้เลย

ที่ผ่านมาคนไทยมีความพร้อมมากขึ้น และเริ่มไปดูอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือการผลิต เครื่องจักรต่างๆ  หากเราสามารถผลักดันร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าได้สำเร็จ จะสามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดมาได้มากกว่า 10 % ใน 5 ปี หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 40,000-50,000 ล้าน 

 

ทั้งนี้อาจจะต้องมีปัจจัยการทำสถาบันสุราไทย เพื่อสร้างองค์ความรู้ ต่อยอด แยกประเทสไตล์เบียร์ หรือสุราของแต่ละท้องถิ่น สร้าง StoryLine ให้มากขึ้น ถ้าเปิดใจให้กับสุราก้าวหน้าก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยน

 

"ยืนยันว่าต่อไปจะทำให่การผลิตสุราง่ายขึ้น ให้อยากเริ่มทำก็ทำได้เลยในไซต์ที่ทำได้ เริ่มวางแผนหาเงินทุน วางแผน หาเช่าที่ จดทะเบียนบริษัทรอได้เลย"

ข่าวยอดนิยม