ชีวิตดีสังคมดี

แอปฯ เรียกรถเถื่อน เปิดท้ากฎหมาย​ ผู้ใช้ห่วงความปลอดภัย​ จี้รัฐจัดการ

แอปฯ เรียกรถเถื่อน เปิดท้ากฎหมาย​ ผู้ใช้ห่วงความปลอดภัย​ จี้รัฐจัดการ

05 เม.ย. 2566

แอปพลิเคชันเรียกรถเถื่อนเปิดบริการท้ากฎหมาย​ ประชาชนกังวลความปลอดภัย​ จี้รัฐดึงเข้าระบบ สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ-ผูัใช้บริการ

"แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ อนุญาตถูกกฎหมายมา​แล้ว​ 2​ ปี​ แต่พบว่ามีเพียง​ 6​ แอปฯ​ ที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมาย​ ขณะที่แอปฯ​ เถื่อนยังให้บริการปกติ​ นักท่องเที่ยวต่างชาติ​ รวมถึงคนไทย​ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับแอปฯ​ เถื่อน​ เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจ

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

 

"ผศ. ดร. สุทธิกร กิ่งเเก้ว" ผู้บริหารโครงการวิจัย​ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC)  ระบุถึงผลสำรวจกลุ่ม "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ จำนวนทั้งสิ้น 25 กลุ่มตัวอย่าง​ ด้วยการลงพื้นที่สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวตามเเหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความคุ้นชินกับการใช้บริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​  ในประเทศไทยเพราะเป็นบริการที่สะดวกสบาย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางได้โดยไม่สะดุดตั้งแต่สนามบิน และไม่ต้องกังวลกับปัญหาการโก่งราคาหรือมิจฉาชีพ รวมถึงปัญหาด้านการสื่อสาร เพราะแอปฯ​ ส่วนใหญ่มีระบบแปลภาษาที่ช่วยทำให้สื่อสารกับคนขับได้ง่ายขึ้น

 

 


สำหรับ "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ เรียกรถที่ชาวต่างชาติมักเลือกใช้บริการ คือ แอปพลิเคชันที่เคยใช้ในประเทศของตนมาก่อน หรือเป็นแอปพลิเคชันที่มีการแนะนำกันปากต่อปากจากนักท่องเที่ยวด้วยกันโดยอาจไม่ทราบว่าแอปเหล่านั้นให้บริการอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่

 

เมื่อถามถึงประสบการณ์เชิงลบที่เคยสัมผัสจากการใช้บริการดังกล่าวพบว่า "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" บางส่วนเคยเจอคนขับที่ไม่มีมารยาท มีประสบการณ์ลืมของบนรถแล้วไม่ได้คืนหรือสามารถติดต่อคนขับได้ รวมถึงราคาของบางแอปฯ ที่สูงขึ้นหลังเดินทางไปแล้ว อย่างไรก็ดี เกือบทั้งหมดของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติระบุว่าต้องการใช้เเอปเรียกรถที่ถูกกฎหมาย เพราะกังวลเรื่องมาตรฐานเเละความปลอดภัย เเต่ก็ยังไม่ทราบว่า "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ไหนถูกกฎหมายหรือได้รับการรับรองแล้วในประเทศไทย 

 


นอกจากนี้​ ได้ผลสำรวจความคิดเห็นของคนไทย ผ่านการทำแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 512 คน ต่อการใช้บริการ "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ เรียกรถ ผลการสำรวจพบว่า  86% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยใช้บริการเรียกรถผ่านแอป โดยส่วนใหญ่หรือ 89.3% ของผู้ที่เคยเรียกรถผ่านเเอปเลือกใช้บริการแอปพลิเคชันที่ถูกกฎหมาย

 


98.3% ของผู้ใช้บริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ รู้สึกพึงพอใจต่อบริการดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย มาตรฐานด้านราคา รวมถึงมาตรฐานการให้บริการ 72.5% ถูกใจในความสะดวกสบายของการใช้บริการ​ 45.9% ชอบที่มีการแสดงราคาล่วงหน้าผ่านแอปฯ และมีการกำหนดราคาตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก​ 45.1% รู้สึกอุ่นใจในมาตรฐานและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของแอปเรียกรถ เช่น มีระบบติดตามการเดินทาง มีระบบคัดกรองและยืนยันคนขับ หรือการทำประกันคุ้มครองผู้โดยสาร 26% พอใจกับมาตรฐานการให้บริการ มีระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือมีระบบการให้คะแนนคนขับ

 


แม้ว่าผู้ใช้บริการจะพึงพอใจกับบริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงต้องการให้พัฒนาปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรฐานการให้บริการโดยรวม (27.7%) มาตรฐานด้านความปลอดภัย (21.4%) รวมถึงมาตรฐานของคนขับ (16.7%) เช่น มารยาทการให้บริการ

 


ขณะที่เกือบหนึ่งในสามของผู้ใช้บริการ (31.5%) ต้องการให้ปรับปรุงด้านราคา โดยมองว่าบริการเรียกรถผ่านแอปมีค่าบริการที่ค่อนข้างสูง ขณะที่บาง "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ โดยเฉพาะเเอปฯ​ เถื่อน ไม่มีมาตรฐานในด้านราคา เช่น ราคาที่แสดงก่อนใช้บริการและหลังใช้บริการไม่ตรงกัน หรือมีกรณีที่คนขับแอบเปลี่ยนราคาให้ค่าบริการแพงขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อมาตรฐานการให้บริการของแอปฯ​ เถื่อนเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันมีหลายแอปฯ​ ที่ให้บริการอยู่ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก 

 


เมื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อบริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก 45.7% รู้สึกว่าการใช้บริการผ่านแอปเถื่อนมีความเสี่ยงสูง เพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับมิจฉาชีพหรืออาชญากรรมจากการใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง

 


39.8% รู้สึกกังวลที่จะเลือกใช้บริการ เพราะกลัวว่าหากเกิดปัญหาใดๆ อาจไม่ได้รับการคุ้มครองหรือไม่มีผู้รับผิดชอบ 35.7% มองว่า "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ เหล่านี้ให้บริการอย่างไม่ถูกกฎหมาย จึงไม่ควรสนับสนุน

 

ขณะที่มีผู้ใช้บริการบางส่วน (14.5%) ระบุแอปเถื่อนมักมีอัตราค่าบริการถูกกว่าแอปที่ได้รับการรับรอง แต่ก็ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความปลอดภัย การคัดกรองคนขับ รวมถึงคุณภาพการให้บริการโดยรวม

 


ผู้ใช้บริการยังคาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีมาตรการที่เข้มงวดในการกำกับดูแลและจัดการกับ "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ที่ไม่มีมาตรฐานเหล่านี้ 

 


ผู้ใช้บริการมากกว่าหนึ่งในสาม (35.5%) ต้องการให้ภาครัฐสั่งให้แอปฯ​ เถื่อนเหล่านี้หยุดให้บริการจนกว่าจะได้รับการรับรอง และมีการลงโทษแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​  เหล่านี้อย่างจริงจัง

 


ขณะที่ 36.9% คาดหวังให้ภาครัฐประชาสัมพันธ์ในวงกว้างเพื่อสื่อสารให้ผู้โดยสาร ทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงคนขับตระหนักถึงความเสี่ยงของการใช้แอปเถื่อน และเกือบครึ่งของผู้ใช้บริการ (46.7%) ต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อเร่งรัดให้ "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ​เถื่อนเข้าระบบอย่างถูกกฎหมาย และดำเนินการตามมาตรฐานหรือกฎต่างๆ ที่ภาครัฐกำหนด 

 


"ผศ. ดร. สุทธิกร" ได้นำเสนอความคิดเห็นและแนวทางในการพัฒนาบริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ​ ในประเทศไทย ว่า ที่ผ่านมาคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบริการเรียกรถผ่านแอปฯ​ นอกจากจะช่วยให้คนไทยมีความสะดวกมากขึ้นในชีวิตประจำวันเเล้ว แต่ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ประโยชน์จากการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก ปลอดภัย มีมาตรฐาน มีราคาที่เป็นธรรม โดยนักท่องเที่ยวไม่ต้องติดปัญหาเรื่องการสื่อสารกับคนขับรถเหมือนในอดีต 

 


สิ่งที่ผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มผู้ให้บริการทุกเจ้าควรพัฒนาอย่างต่อเนื่องคือ การปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการโดยรวม ซึ่งหลักๆ มาจากคุณภาพและมารยาทของคนขับ รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นสองประเด็นหลักที่ถูกคาดหวังมากที่สุดจากผู้ใช้บริการ รองมาจากประเด็นด้านราคาซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้มีการควบคุมอยู่แล้ว

 


“ปัจจุบัน "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ เรียกรถส่วนใหญ่ได้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายเเล้ว เเต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังอาศัยช่องโหว่ตรงนี้ในการทำธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนตามกฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนด ทั้งราคาที่เป็นธรรม มาตรฐานคนขับ หรือระบบการดูเเลความปลอดภัยของชีวิตเเละทรัพย์สิน  เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องเข้ามาให้ข้อมูลต่อผู้ใช้บริการ"  "ผศ. ดร. สุทธิกร​" ระบุ

 

 

นักท่องเที่ยวเยือนเมืองไทย

 


"ผศ. ดร. สุทธิกร"​ อธิบายต่อว่า​ รัฐบาลต้องอธิบายต่อคนไทย​ นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงคนขับรถที่ให้บริการ เพื่อให้รับรู้ถึงผลเสียใช้เเอปฯ​ ที่ผิดกฎหมายไม่ได้มาตรฐาน เเละระบุว่า "แอปพลิเคชัน​เรียกรถ"​ ใดที่ยังไม่ได้เข้าสู่มาตรฐานของประเทศไทย เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจเเละหลีกเลี่ยงการใช้เเอปฯ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยรักษามาตรฐานของบริการขนส่งสาธารณะในประเทศไทยให้กับคนไทย เเต่ยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีของภาคท่องเที่ยวไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับการดูแลอย่างมีมาตรฐาน และสร้างประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการเเอปฯ​ ถูกกฎหมาย

"}])