
แอปฯ เรียกรถเถื่อน เปิดท้ากฎหมาย ผู้ใช้ห่วงความปลอดภัย จี้รัฐจัดการ
แอปพลิเคชันเรียกรถเถื่อนเปิดบริการท้ากฎหมาย ประชาชนกังวลความปลอดภัย จี้รัฐดึงเข้าระบบ สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ-ผูัใช้บริการ
"แอปพลิเคชันเรียกรถ" อนุญาตถูกกฎหมายมาแล้ว 2 ปี แต่พบว่ามีเพียง 6 แอปฯ ที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมาย ขณะที่แอปฯ เถื่อนยังให้บริการปกติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับแอปฯ เถื่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจ
"ผศ. ดร. สุทธิกร กิ่งเเก้ว" ผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) ระบุถึงผลสำรวจกลุ่ม "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ จำนวนทั้งสิ้น 25 กลุ่มตัวอย่าง ด้วยการลงพื้นที่สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวตามเเหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความคุ้นชินกับการใช้บริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ในประเทศไทยเพราะเป็นบริการที่สะดวกสบาย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางได้โดยไม่สะดุดตั้งแต่สนามบิน และไม่ต้องกังวลกับปัญหาการโก่งราคาหรือมิจฉาชีพ รวมถึงปัญหาด้านการสื่อสาร เพราะแอปฯ ส่วนใหญ่มีระบบแปลภาษาที่ช่วยทำให้สื่อสารกับคนขับได้ง่ายขึ้น
สำหรับ "แอปพลิเคชันเรียกรถ" เรียกรถที่ชาวต่างชาติมักเลือกใช้บริการ คือ แอปพลิเคชันที่เคยใช้ในประเทศของตนมาก่อน หรือเป็นแอปพลิเคชันที่มีการแนะนำกันปากต่อปากจากนักท่องเที่ยวด้วยกันโดยอาจไม่ทราบว่าแอปเหล่านั้นให้บริการอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่
เมื่อถามถึงประสบการณ์เชิงลบที่เคยสัมผัสจากการใช้บริการดังกล่าวพบว่า "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" บางส่วนเคยเจอคนขับที่ไม่มีมารยาท มีประสบการณ์ลืมของบนรถแล้วไม่ได้คืนหรือสามารถติดต่อคนขับได้ รวมถึงราคาของบางแอปฯ ที่สูงขึ้นหลังเดินทางไปแล้ว อย่างไรก็ดี เกือบทั้งหมดของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติระบุว่าต้องการใช้เเอปเรียกรถที่ถูกกฎหมาย เพราะกังวลเรื่องมาตรฐานเเละความปลอดภัย เเต่ก็ยังไม่ทราบว่า "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ไหนถูกกฎหมายหรือได้รับการรับรองแล้วในประเทศไทย
นอกจากนี้ ได้ผลสำรวจความคิดเห็นของคนไทย ผ่านการทำแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 512 คน ต่อการใช้บริการ "แอปพลิเคชันเรียกรถ" เรียกรถ ผลการสำรวจพบว่า 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยใช้บริการเรียกรถผ่านแอป โดยส่วนใหญ่หรือ 89.3% ของผู้ที่เคยเรียกรถผ่านเเอปเลือกใช้บริการแอปพลิเคชันที่ถูกกฎหมาย
98.3% ของผู้ใช้บริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชันเรียกรถ" รู้สึกพึงพอใจต่อบริการดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย มาตรฐานด้านราคา รวมถึงมาตรฐานการให้บริการ 72.5% ถูกใจในความสะดวกสบายของการใช้บริการ 45.9% ชอบที่มีการแสดงราคาล่วงหน้าผ่านแอปฯ และมีการกำหนดราคาตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก 45.1% รู้สึกอุ่นใจในมาตรฐานและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของแอปเรียกรถ เช่น มีระบบติดตามการเดินทาง มีระบบคัดกรองและยืนยันคนขับ หรือการทำประกันคุ้มครองผู้โดยสาร 26% พอใจกับมาตรฐานการให้บริการ มีระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือมีระบบการให้คะแนนคนขับ
แม้ว่าผู้ใช้บริการจะพึงพอใจกับบริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงต้องการให้พัฒนาปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรฐานการให้บริการโดยรวม (27.7%) มาตรฐานด้านความปลอดภัย (21.4%) รวมถึงมาตรฐานของคนขับ (16.7%) เช่น มารยาทการให้บริการ
ขณะที่เกือบหนึ่งในสามของผู้ใช้บริการ (31.5%) ต้องการให้ปรับปรุงด้านราคา โดยมองว่าบริการเรียกรถผ่านแอปมีค่าบริการที่ค่อนข้างสูง ขณะที่บาง "แอปพลิเคชันเรียกรถ" โดยเฉพาะเเอปฯ เถื่อน ไม่มีมาตรฐานในด้านราคา เช่น ราคาที่แสดงก่อนใช้บริการและหลังใช้บริการไม่ตรงกัน หรือมีกรณีที่คนขับแอบเปลี่ยนราคาให้ค่าบริการแพงขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อมาตรฐานการให้บริการของแอปฯ เถื่อนเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันมีหลายแอปฯ ที่ให้บริการอยู่ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก
เมื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อบริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก 45.7% รู้สึกว่าการใช้บริการผ่านแอปเถื่อนมีความเสี่ยงสูง เพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับมิจฉาชีพหรืออาชญากรรมจากการใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง
39.8% รู้สึกกังวลที่จะเลือกใช้บริการ เพราะกลัวว่าหากเกิดปัญหาใดๆ อาจไม่ได้รับการคุ้มครองหรือไม่มีผู้รับผิดชอบ 35.7% มองว่า "แอปพลิเคชันเรียกรถ" เหล่านี้ให้บริการอย่างไม่ถูกกฎหมาย จึงไม่ควรสนับสนุน
ขณะที่มีผู้ใช้บริการบางส่วน (14.5%) ระบุแอปเถื่อนมักมีอัตราค่าบริการถูกกว่าแอปที่ได้รับการรับรอง แต่ก็ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความปลอดภัย การคัดกรองคนขับ รวมถึงคุณภาพการให้บริการโดยรวม
ผู้ใช้บริการยังคาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีมาตรการที่เข้มงวดในการกำกับดูแลและจัดการกับ "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ที่ไม่มีมาตรฐานเหล่านี้
ผู้ใช้บริการมากกว่าหนึ่งในสาม (35.5%) ต้องการให้ภาครัฐสั่งให้แอปฯ เถื่อนเหล่านี้หยุดให้บริการจนกว่าจะได้รับการรับรอง และมีการลงโทษแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ "แอปพลิเคชันเรียกรถ" เหล่านี้อย่างจริงจัง
ขณะที่ 36.9% คาดหวังให้ภาครัฐประชาสัมพันธ์ในวงกว้างเพื่อสื่อสารให้ผู้โดยสาร ทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงคนขับตระหนักถึงความเสี่ยงของการใช้แอปเถื่อน และเกือบครึ่งของผู้ใช้บริการ (46.7%) ต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อเร่งรัดให้ "แอปพลิเคชันเรียกรถ" เถื่อนเข้าระบบอย่างถูกกฎหมาย และดำเนินการตามมาตรฐานหรือกฎต่างๆ ที่ภาครัฐกำหนด
"ผศ. ดร. สุทธิกร" ได้นำเสนอความคิดเห็นและแนวทางในการพัฒนาบริการเรียกรถผ่าน "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ในประเทศไทย ว่า ที่ผ่านมาคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบริการเรียกรถผ่านแอปฯ นอกจากจะช่วยให้คนไทยมีความสะดวกมากขึ้นในชีวิตประจำวันเเล้ว แต่ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ประโยชน์จากการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก ปลอดภัย มีมาตรฐาน มีราคาที่เป็นธรรม โดยนักท่องเที่ยวไม่ต้องติดปัญหาเรื่องการสื่อสารกับคนขับรถเหมือนในอดีต
สิ่งที่ผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มผู้ให้บริการทุกเจ้าควรพัฒนาอย่างต่อเนื่องคือ การปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการโดยรวม ซึ่งหลักๆ มาจากคุณภาพและมารยาทของคนขับ รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นสองประเด็นหลักที่ถูกคาดหวังมากที่สุดจากผู้ใช้บริการ รองมาจากประเด็นด้านราคาซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้มีการควบคุมอยู่แล้ว
“ปัจจุบัน "แอปพลิเคชันเรียกรถ" เรียกรถส่วนใหญ่ได้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายเเล้ว เเต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังอาศัยช่องโหว่ตรงนี้ในการทำธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนตามกฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนด ทั้งราคาที่เป็นธรรม มาตรฐานคนขับ หรือระบบการดูเเลความปลอดภัยของชีวิตเเละทรัพย์สิน เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องเข้ามาให้ข้อมูลต่อผู้ใช้บริการ" "ผศ. ดร. สุทธิกร" ระบุ
"ผศ. ดร. สุทธิกร" อธิบายต่อว่า รัฐบาลต้องอธิบายต่อคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงคนขับรถที่ให้บริการ เพื่อให้รับรู้ถึงผลเสียใช้เเอปฯ ที่ผิดกฎหมายไม่ได้มาตรฐาน เเละระบุว่า "แอปพลิเคชันเรียกรถ" ใดที่ยังไม่ได้เข้าสู่มาตรฐานของประเทศไทย เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจเเละหลีกเลี่ยงการใช้เเอปฯ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยรักษามาตรฐานของบริการขนส่งสาธารณะในประเทศไทยให้กับคนไทย เเต่ยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีของภาคท่องเที่ยวไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับการดูแลอย่างมีมาตรฐาน และสร้างประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการเเอปฯ ถูกกฎหมาย



