ชีวิตดีสังคมดี

อุตุฯ แจงแล้ว 'พายุ' 2 ลูก เข้าไทยหรือไม่ เตือน วันเลือกตั้ง มีฝนหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจง 'พายุ' 2 ลูกเคลื่อนเข้าไทยขนาบซ้ายขวาไม่เป็นความจริง แนะประชาชนวางแผนเดินทางไป เลือกตั้ง เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่

ที่ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงต่อผู้สื่อข่าวเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นที่ได้รับความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์ขณะนี้ โดยกล่าวถึงกรณีข่าวที่เผยแพร่ข้อความ ฝนชุ่มฉ่ำวันเลือกตั้งมาพร้อมกับ 'พายุ' 2 ลูกขนาบซ้ายขวา นั้น

 

 

จากการตรวจสอบสภาพอากาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุด พบว่าในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า (9-15 พ.ค. 2566) ไม่มี พายุหมุนเขตร้อน เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยตามที่มีข่าวว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกก่อตัวในอ่าวเบงกอลและในทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 8-13 พ.ค. 2566 เบื้องต้นพบพายุก่อตัวขึ้นในอ่าวเบงกอลเพียง 1 ลูก และไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ส่วนในทะเลจีนใต้ยังไม่ปรากฏว่ามี 'พายุ' เกิดขึ้น เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำเท่านั้น

 

นายชัยวุฒิ เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวเบงกอล มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันในช่วงวันที่ 9-10 พ.ค. 2566 คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นอีกเป็น พายุไซโคลน 'โมคา' (MOCHA) ในวันที่ 11 พ.ค. 2566 แนวโน้มการเคลื่อนตัวจะขึ้นไปทางเหนือค่อนไปทางตะวันตกเข้าสู่บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางและอ่าวเบงกอลตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. 2566 แม้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลให้มีฝนต่อเนื่องในประเทศไทยตอนบน โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 11-14 พ.ค. 2566

 

 

นอกจากนั้น คลื่นลมในทะเลอันดามันจะแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มี ฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 

สำหรับสภาพอากาศ ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ซึ่งเป็น วันเลือกตั้ง จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องอยู่ในหลายพื้นที่จากอิทธิพลทางอ้อมของ พายุไซโคลน 'โมคา' ซึ่งทำให้ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังมีกำลังแรง โดยจะมี ฝนฟ้าคะนอง เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนบนโดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคเหนือ ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนภาคอื่นๆ รวมถึง กทม. และปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการออกไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งได้

 

 

สำหรับสถานการณ์ เอลนีโญ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในปีนี้นั้น สถานการณ์ลานีญา ที่ต่อเนื่องมา 3 ปี ตั้งแต่กลางปี 2563 ได้สิ้นสุดลงแล้วในช่วงต้นปีนี้ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์แบบจําลองศูนย์ภูมิอากาศชั้นนำของโลก คาดว่า สภาวะเอลนีโญจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. 2566 และจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือน ธ.ค. 2566 ถึง ก.พ. 2567 ซึงจะส่งผลให้สภาวะอากาศปี พ.ศ. 2566 ของประเทศไทย มีแนวโน้มที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติ ปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝน จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ประมาณร้อยละ 5 และจะน้อยกว่าปี 2565 ที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

 

 

ส่วนแนวโน้มสภาวะอากาศปี พ.ศ. 2567 อุณหภูมิเฉลี่ยจะยังคงสูงกว่าค่าปกติ (ประมาณ 0.5 -1 องศาเซลเซียส) อาจจะใกล้เคียงกับกับปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรง ปริมาณฝนรวมของประเทศไทย มีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าค่าปกติ ร้อยละ 10 และมีโอกาสสูงที่จะเกิดความแห้งแล้ง

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ