ประชาสัมพันธ์

ดันสินค้าสมุนไพรไทยส่งออกสร้างรายได้อันดับต้นของประเทศ

ดันสินค้าสมุนไพรไทยส่งออกสร้างรายได้อันดับต้นของประเทศ

21 ธ.ค. 2564

เคดับบลิวเอชบี ตั้งเสาเอกสร้างโรงงาน หวังดันสินค้าสมุนไพรไทยส่งออกสร้างรายได้ตั้งเป้าสกัดสารสมุนไพรไทยให้ได้หลากหลายชนิด พร้อมพัฒนาคุณภาพให้เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นของประเทศ ลดการนำเข้า ส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้มากขึ้น 

บ.เคดับบลิวเอชบี จำกัด ทำพิธีตั้งเสาเอกก่อสร้างโรงงาน ที่ จ.สมุทรสาคร ตั้งเป้าสกัดสารสมุนไพรไทยให้ได้หลากหลายชนิด พร้อมพัฒนาคุณภาพให้เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นของประเทศ ลดการนำเข้า ส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้มากขึ้น 
 

เมื่อวันที่  17 ธ.ค. 2564 บริษัท เคดับบลิวเอชบี จำกัด ทำพิธีตั้งเสาเอกก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องสกัด ที่ ต.สวนส้ม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อดำเนินธุรกิจสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรไทย รวมถึงการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าจากพืชสมุนไพร มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยมี นายวินัย  วิทยานุกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มาร่วมเป็นประธานในพิธี

 

ดันสินค้าสมุนไพรไทยส่งออกสร้างรายได้อันดับต้นของประเทศ

 

โอกาสนี้ นายเอกพันธ์  วนโกสุม  ประธานบริษัท เคดับบลิวเอชบี จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยนับว่าปลูกพืชสมุนไพรได้หลากหลายชนิด แต่ในยาบางตัวต้องนำเข้าสารสกัดจากต่างประเทศ ทั้งที่พืชตัวดังกล่าวปลูกที่ประเทศไทย ส่งไปขายในราคาถูก แต่เมื่อนำกลับเข้ามาเป็นสารสกัดมีราคาแพง จึงเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวเป็นวิศวกร มีความรู้ความชำนาญในเรื่องเครื่องจักร แต่มีความฝันว่าจะทำอย่างไรให้สารสกัดสมุนไพรไทยมีคุณภาพเทียบเท่ากับต่างประเทศ จึงได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาสมุนไพรไทยก่อตั้งบริษัท เคดับบลิวเอชบี จำกัด ร่วมกันพัฒนาสารสกัดที่ดีที่สุด ตั้งใจพาสมุนไพรไทย ไปสู่ชาวโลกให้ได้ ซึ่งการตั้งเสาเอก ถือเป็นเสาต้นแรกที่สำคัญ และจะเป็นแนวทางต่อยอดเสาต้นต่อๆ ไป ในอนาคต 

 

ดันสินค้าสมุนไพรไทยส่งออกสร้างรายได้อันดับต้นของประเทศ

 

ดร.ประคองศิริ  บุญคง  หัวหน้าทีมวิจัย  กล่าวว่า  รู้สึกดีใจที่ความตั้งใจของเรา มีผู้มาสนับสนุนให้ความฝันเป็นจริง เพราะว่าประเทศไทยยังขาดสารสกัดสุมนไพรไทยที่มีคุณภาพ เราต้องนำเข้ามาตลอด เนื่องจากกระบวนการผลิตในไทยยังมีปัญหาเรื่องการปนเปื้อนอยู่มาก จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ซึ่งสมุนไพรไทยมีมากมาย แต่ยังขาดการส่งเสริม ในระยะต้นจะเน้นพัฒนาพืชสมุนไพรบางชนิดที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ก่อน อาทิ กระท่อม ที่จะพัฒนาผสมในเครื่องดื่ม หรือ อาหาร ฟ้าทะลายโจรที่มีฤทธิ์ต่อตับหากรับประทานต่อเนื่อง ตรงนี้จะสามารถสกัดตัวพิษออกมาได้ ทำเป็นสเปย์ เพื่อช่วยออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังตั้งเป้าเป็นที่ปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในการใช้สารสกัดที่มีคุณภาพและผ่าน อย.ด้วย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย 
 



เภสัชกรสมนึก  สุชัยธนาวนิช  ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า ตลอดชีวิตรับราชการในกองพัฒนายาไทย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันเกษียณออกมาแล้ว มีความคิดว่าธุรกิจอุตสาหกรรมสมุนไพรจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้ให้กับเกษตร และประเทศไทย สามารถพัฒนาให้เป็นสินค้าชั้นนำได้ ซึ่งโรงงานสกัดสมุนไพร เปรียบเหมือนโรงสีข้าว ที่จัดการทำให้สมุนไพรเป็นวัตถุดิบที่ดี ส่งให้ผู้บริโภค และที่สำคัญขั้นตอนการผลิตจะควบคุมคุณภาพขั้นสูงสุด

ดันสินค้าสมุนไพรไทยส่งออกสร้างรายได้อันดับต้นของประเทศ

เมื่อแปรรูปทุกอย่างแล้วจะไม่มีสิ่งใดที่ก่อให้เกิดมลพิษ ไม่เหลือแม้แต่กาก ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญรัฐบาลตั้งเป้าให้ กระท่อม กัญชา กันชง เป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้เกษตรกร ดังนั้นจึงต้องมีโรงงานสกัดที่ดี เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า นอกจากนี้ยังมีแนวคิดพัฒนาพืชอีกหลายตัว เช่น มะแกว่น หมากเม่า มะเกี่ยง ลูกหว้า คาดหวังว่าสิ่งที่ทำเป็นอนาคตของประเทศไทย เป็นสมาร์ทฟาร์ม เพื่อเกษตรกรไทยจริงๆ
 

 

ด้าน เภสัชกรโกวิทย์  พวงชมภู  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและนักวิจัย  กล่าวว่า การเข้ามาร่วมงานครั้งนี้มีเป้าหมาย 3 เรื่อง คือ 1.การหาคนปลูกสมุนไพร โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะมีการวัดสารออกฤทธิ์ ว่ามีเพิ่มขึ้น หรือปนเปื้อนหรือไม่ เพื่อคุณภาพของสารสกัดสมุนไพร 2. การเพิ่มมูลค่าของโรงงาน และ 3.ติดต่อนักวิจัยที่มีผลงานอยู่บนหิ้ง เพื่อนำมาศึกษาพัฒนาต่อยอดต่อไป 
 

"}])