เสียงสะท้อนผู้นำแรงงาน ขอบคุณชื่นชมรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน เยียวยา "ม33เรารักกัน" ได้ตรงจุด

27 ก.พ. 2564
127
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ผู้นำแรงงาน เผย ผู้ใช้แรงงานขอบคุณ รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน รวมทั้งธ.กรุงไทย ที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนตามโครงการ"ม33เรารักกัน"สะดวก รวดเร็ว ระบบไม่ล่ม และสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ได้อย่างตรงจุด

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.64  นายมนัส โกศล ประธานองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโครงการ "ม33เรารักกัน" ว่าเป็นที่น่ายินดีที่โครงการนี้มีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม และธนาคารกรุงไทย ที่เปิดลงทะเบียนเพียงแค่ไม่กี่วัน ยอดก็พุ่งสูงขึ้นเกือบ 8 ล้านคนเข้าไปแล้ว จากผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เข้าข่ายมีสิทธิประมาณ 9.2 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าระบบมีความลื่นไหล 

โครงการนี้ถือว่าได้ประโยชน์กับผู้ประกันตนหลายกลุ่ม ซึ่งพวกเขายังไม่เคยได้รับการช่วยเหบือเยียวยามาก่อน เช่น ลูกจ้างของรัฐ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย แม้ว่าเงิน 4,000 บาทจะดูเหมือนไม่มาก แต่ก็สามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของคนกลุ่มนี้ได้มาก เนื่องจากเขาสามารถนำเงินที่ได้รับสัปดาห์ละ 1,000 บาทจนครบ 4,000 บาทไปจ่ายใช้ในสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เงินส่วนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’เพื่อซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างร้านธงฟ้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะ รวมถึงช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอย่างหาบเร่แผงลอยได้ด้วยก็จะเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ส่วนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนในการลงทะเบียน ท่านรัฐมนตรี สุชาติ ชมกลิ่น ก็ได้มีแผนรองรับเอาไว้แล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคมประสานธนาคารกรุงไทยเพื่อเข้าไปตั้งโต๊ะลงทะเบียนในโรงงานหรือสถานประกอบการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนกลุ่มดังกล่าว 


ด้าน นายภาคภูมิ สุกใจ รองประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) และประธานสหภาพแรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ กล่าวถึงโครงการ "ม33เรารักกัน"ว่า ผมในฐานะเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน ขอขอบคุณรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ที่มองการณ์ไกล เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้อย่างตรงจุด และเห็นความสำคัญของแรงงานในระบบที่เป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงงานหลายแห่งได้รับผลกระทบ จนต้องใช้มาตรา 75 เพื่อประคับประคองให้กิจการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ พี่น้องแรงงานในโรงงานเองหลายคนถึงมีเงินเดือนแต่ก็ยังได้รับความเดือดร้อนพอๆ กันกับแรงงานภาคอิสระที่ได้รับการเยียวยาไปก่อนหน้านี้ แต่เมื่อรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เล็งเห็นความสำคัญ จนในที่สุดปลดล็อคให้แรงงานในระบบได้รับการเยียวยาด้วยคนละ 4,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะหมุนเวียนในครอบครัวแล้ว ยังหมุนเวียนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งจะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวตามมาอีกด้วย