สธ.ย้ำทุกจังหวัดคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด 19 แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อ

04 ก.พ. 2564
72
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โควิด 19 แนวโน้มดีขึ้น วันนี้พบการติดเชื้อใน 5 จังหวัด ย้ำทุกจังหวัดคงมาตรการป้องกันโรคเข้มข้น แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อหลายวัน ชี้ไม่มีวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อได้ 100% ผลของวัคซีนคือช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการเสียชีวิต

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย ว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 809 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 796 ราย ที่ จ.สมุทรสาคร 786 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.62, กรุงเทพมหานคร 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.5 และจังหวัดอื่นๆ จำนวน 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.88 และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 13 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมในการระบาดระลอกใหม่ (วันที่ 15 ธันวาคม 2563 – 4 กุมภาพันธ์2564) จำนวน 17,821 ราย หายป่วยสะสม 10,858 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม 6,944 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 19 ราย

สธ.ย้ำทุกจังหวัดคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด 19 แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สธ.ย้ำเลี่ยงจัดงานเลี้ยงในกลุ่มเพื่อนสนิท ห่วงบรรยากาศพาไป ดื่มแล้วป้องกันตัวเองลดลง เสี่ยงติดโควิด

สธ.ย้ำทุกจังหวัดคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด 19 แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อ

นายแพทย์เฉวตสรรกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด 19 มีแนวโน้มดีขึ้น จากเดิมที่มีการติดเชื้อใน 63 จังหวัด สัปดาห์นี้ลดลงเหลือ 13 จังหวัด วันนี้มีการติดเชื้อเพียง 5 จังหวัด อย่างไรก็ตาม ทุกจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังโรคโควิด 19 แม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิน 7 วันแล้วก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังผู้ที่มีอาการเข้าข่ายสอบสวนโรคและมีประวัติเสี่ยง สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดสามารถเดินทางได้ ผู้ที่จะเดินทางต้องศึกษามาตรการของจังหวัดปลายทาง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น จ.มหาสารคาม เคยเป็นจังหวัดสีเขียว แต่จากงานเลี้ยงโต๊ะแชร์ ทำให้มีการขีดวงบางอำเภอให้ใช้มาตรการควบคุมสูงสุดและจำกัดกิจกรรมบางส่วน  

สธ.ย้ำทุกจังหวัดคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด 19 แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อ

 

นายแพทย์เฉวตสรรกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดแล้วมากกว่า 100 ล้านโดส ซึ่งจะช่วยให้มีข้อมูลทั้งด้านความปลอดภัย และประสิทธิผลของวัคซีนมากขึ้น อย่างไรก็ตามไม่มีวัคซีนชนิดใดที่ฉีดแล้วสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ผลของการฉีดคือ สามารถลดความรุนแรงของโรค หากติดเชื้อจะไม่มีอาการหรือมีอาการป่วยไม่รุนแรง และลดการเสียชีวิต ซึ่งเมื่อลดความรุนแรงของโรคได้ โอกาสแพร่กระจายเชื้อก็จะลดลงและแม้จะฉีดวัคซีนแล้วยังคงมาตรการสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตนเองได้อย่างดี

“ขณะนี้การใช้วัคซีนเป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉินจึงต้องมีการติดตามข้อมูลความปลอดภัย โดยวัคซีนโควิด 19ของบริษัทแอสตราเซนเนกาที่มีการฉีดเป็นล้านโดสในอังกฤษนั้น จากการติดตามเบื้องต้นพบว่ามีความปลอดภัย ส่วนกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนของประเทศไทย มีผู้เชี่ยวชาญพิจารณาโดยรอบคอบ หวังผลให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ในช่วงที่วัคซีนมีจำกัดจะพิจารณาฉีดในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยงก่อน จะเกิดประสิทธิผลในการควบคุมโรคมากกว่าฉีดกระจายทั่วทุกที่ในคราวเดียว” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว

สธ.ย้ำทุกจังหวัดคงเข้มมาตรการป้องกันโควิด 19 แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อ