ยธ.เร่งช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุถูกเรียกเงินย้อนหลัง

03 ก.พ. 2564
415
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

กระทรวงยุติธรรมเตรียมช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกเรียกเบี้ยคนชราย้อนหลัง แนะประชาชนที่ถูกเรียกคืนเงิน นำเอกสารไปร้องเรียนที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อหาข้อยุติ

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2564 ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องร้องเรียนจากนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์  ในฐานะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม  เพื่อขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกเรียกเงินเบี้ยยังชีพคนชราคืนย้อนหลัง 10 ปี  จากการรับเงินซ้ำซ้อนจากเงินสงเคราะห์ที่ภาครัฐให้กับทายาทผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฎิบัติหน้าที่ทางราชการเกือบแสนบาท

นายสงกาญ์   ระบุว่า  ตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้สูงอายุ และทายาท จำนวนมากว่าถูกเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกรับเงินคืนเบี้ยเลี้ยงคนชรา โดยตนเองมองว่าผู้สูงอายุมีสิทธิ์ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงยังชีพตามกฎหมาย แม้ว่าจะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีทายาทเสียชีวิต เพราะเป็นคนละส่วนกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ศรีสุวรรณ"ชี้เบี้ยยังชีพคนชราไม่ต้องส่งคืนถ้ารับไว้โดยสุจริต ใช้หมดแล้วและขาดอายุความ

โดยขณะนี้ผู้สูงอายุมีความหวาดกลัว เนื่องจากโดนหว่านล้อมและข่มขู่ว่าหากไม่คืนเงินจะต้องติดคุก ขณะที่บางรายถูกหลอกให้เซ็นชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ที่กำหนดให้ชำระเงินคืนพร้อมอัตราดอกเบี้ย จนทำให้ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจ่าย ทำให้ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า โดยกรณีเช่นนี้เคยเกิดเมื่อปี 2558 ที่มีผู้ร้องเรียนกว่า 1,300 ครอบครัว และศาลได้มีคำตัดสิน

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต ระบุว่า  เบื้องต้นให้ประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศกว่า 15,000 ราย นำเอกสารหลักฐานที่ตัวเองมี  รวมถึงหมายเรียก ,หมายศาล ไปยื่นที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด โดยจะให้แต่ละจังหวัดช่วยตรวจสอบและรายงานผลเข้ามายังกระทรวงยุติธรรมภายใน 7 วัน จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนจะพิจารณาตั้งคณะทำงานเพื่อเร่งรัดเข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ทั้งนี้ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าผู้เสียหายมีเจตนารับเงินทั้งที่รู้ว่าเป็นการรับซ้ำซ้อนหรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้ชี้แจงคุณสมบัติเเละรายละเอียดของเงินที่ได้รับหรือไม่ นอกจากนี้จะนำคำพิพากษาของคดีที่เหล่าทายาทผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพที่เคยเข้าร้องทุกข์ในกรณีคล้ายกันนี้ จำนวน1,300 ราย  มาเทียบเคียงเพื่อประกอบพิจารณาเพิ่มเติม โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่รัฐให้ระมัดระวังในการติดตามทวงเงิน อย่าให้รุนเเรงจนกลายเป็นการข่มขู่

ทั้งนี้ในคดีดังกล่าวคำพิพากษาศาลฎีกามีความเห็นยกฟ้องเป็นเงินผู้เสียหายไม่ต้องจ่ายเพราะถือเป็นลาภมิควรได้

 นายปริญญ์วัฒน์ เปี่ยมปิ่นวงศ์ หัวหน้าศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า  กรณีนี้มี 2 ส่วน คือ กรณีแรกคนที่กำลังจะถูกดำเนินคดีกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปช่วยเหลือดูแลอย่างเร่งด่วน เเละ2.กรณีเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีอาจให้มีการไกล่เกลี่ย แต่หากศาลมีคำสั่งแล้ว ศูนย์สร้างสุขฯ จะเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง