
เหนียงคืออะไร? ทำไมหลายคนถึงมีเหนียงแม้น้ำหนักไม่เยอะ
เปิดมุมมองทางการแพทย์ที่ช่วยเข้าใจปัญหาเหนียงอย่างถูกต้อง
เมื่อพูดถึงคำว่า “เหนียง” หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นปัญหาที่เกิดเฉพาะในคนอ้วนหรือผู้ที่มีน้ำหนักเกินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า คนจำนวนไม่น้อยที่รูปร่างผอม หรือน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็สามารถมีเหนียงได้เช่นกัน จนทำให้หลายคนสงสัยว่า เหนียงคืออะไร และเกิดจากสาเหตุใดกันแน่
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจปัญหาเหนียงในมุมมองทางการแพทย์ ตั้งแต่โครงสร้างของเหนียง สาเหตุที่แท้จริง ไปจนถึงแนวทางการดูแลและรักษาในปัจจุบัน เพื่อให้ดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
เหนียงคืออะไร ?
ในทางการแพทย์ “เหนียง” หรือ Double Chin หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างบริเวณใต้คางและลำคอส่วนบน ซึ่งอาจเกิดจาก
- การสะสมของไขมันใต้คาง
- ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง
- การอ่อนแรงหรือแยกตัวของกล้ามเนื้อคอ (Platysma)
โครงสร้างเหล่านี้ทำงานร่วมกัน เมื่อเกิดความไม่สมดุล จึงทำให้เห็นเป็นชั้นพับใต้คางอย่างชัดเจน
ทำไมบางคนถึงมีเหนียง ทั้งที่ไม่อ้วน ?
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เหนียงเกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดเหนียงได้ แม้น้ำหนักตัวจะไม่มาก เช่น
1. พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้า
บางคนมีคางสั้น คางถอย หรือมุมคอไม่ชัดตั้งแต่กำเนิด ทำให้บริเวณใต้คางดูพับง่าย แม้ไม่มีไขมันมาก
2. ไขมันสะสมเฉพาะจุด
ไขมันบริเวณเหนียงเป็นไขมันที่ตอบสนองต่อการลดน้ำหนักได้น้อย จึงพบได้ในคนรูปร่างผอม
3. ความหย่อนของกล้ามเนื้อคอ
เมื่อกล้ามเนื้อ platysma อ่อนแรงหรือแยกออกจากกัน จะทำให้ลำคอไม่ตึงและเกิดเหนียงได้
4. กระบวนการเสื่อมตามวัย (Aging Process)
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น ไขมันเคลื่อนตัวลง และกล้ามเนื้อหย่อน เหนียงจึงเห็นชัดขึ้น
แนวทางการดูแลและรักษาเหนียง มีกี่แบบ ?
การดูแลเหนียงในปัจจุบันมีหลายแนวทาง ซึ่งแพทย์จะเลือกตามสาเหตุและความรุนแรงของปัญหา โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลัก ๆ
1. การดูแลเหนียงด้วยตัวเอง (Lifestyle & Self-care)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหนียงเล็กน้อย หรือยังไม่ชัดมาก เช่น
- ควบคุมน้ำหนักและโภชนาการ
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมก้มคอเป็นเวลานาน
- บริหารกล้ามเนื้อคอและกรอบหน้า
อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ อาจช่วยชะลอการเกิดเหนียง แต่ไม่สามารถแก้ไขไขมันหรือความหย่อนของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นแล้วได้อย่างชัดเจน
2. หัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด
ในรายที่เริ่มเห็นเหนียงชัด แต่ยังไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาหัตถการที่ช่วยกระชับผิวหรือจัดการไขมันบางส่วน เช่น
เทคโนโลยีพลังงานเพื่อกระชับผิว
หัตถการที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของกลุ่มนี้คือ การช่วยให้ผิวตึงขึ้นและลดความหย่อน แต่ ไม่สามารถจัดการกับกล้ามเนื้อคอชั้นลึกได้ทั้งหมด
3. การผ่าตัดเหนียงและการจัดการโครงสร้างลึก
ในรายที่มีไขมันสะสมร่วมกับความหย่อนของกล้ามเนื้อคอ การรักษาที่ได้ผลชัดเจนมักต้องอาศัยการผ่าตัด โดยหนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ การดูดไขมันเหนียง ร่วมกับการกระชับโครงสร้างใต้ผิวหนัง
ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนขึ้น เช่น
การตัดเหนียงแบบส่องกล้อง (Endoscopic Neck Lift) ซึ่งช่วยจัดการทั้งไขมันและกล้ามเนื้อคอได้อย่างแม่นยำ และลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง
มุมมองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หมอโจ้ – นพ.นฤชิต เลาหไทยมงคล แพทย์เฉพาะทาง Otolaryngology Head and Neck Surgery ที่ HERS clinic อธิบายว่า
“ปัญหาเหนียงของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีไขมันมาก บางคนมีปัญหากล้ามเนื้อและผิวหนังหย่อนยานเป็นหลัก ดังนั้นการประเมินเป็นรายบุคคลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง”
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องผ่าตัด และไม่ใช่ทุกคนที่ทำหัตถการแบบไม่ผ่าตัดแล้วจะได้ผล การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
งานวิจัยทางการแพทย์พูดถึงเหนียงอย่างไร?
ข้อมูลจากวารสารด้านศัลยกรรมความงาม เช่น Aesthetic Surgery Journal และ Plastic and Reconstructive Surgery ระบุว่า การเกิดเหนียงเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งไขมันใต้คาง กล้ามเนื้อ platysma และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามวัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการรักษาแบบองค์รวมในปัจจุบัน
เหนียงไม่ใช่เรื่องของความอ้วนอย่างเดียว
เหนียงเป็นปัญหาที่เกิดได้จากทั้งพันธุกรรม โครงสร้างใบหน้า อายุ และการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อคอ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะมีเหนียงแม้ไม่อ้วน การดูแลหรือรักษาเหนียงควรเริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้อง และการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมและปลอดภัยในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการดูแลและการ ดูดไขมันเหนียงด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
https://www.hersclinic.com/necktite



