ผลตอบรับดีเกินคาดงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Together Longer" ใช้ชีวิตสุขใจหลังวัยเกษียณ คับคั่งด้วยผู้เข้าร่วมงานที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เปิดผลสำรวจอินไซด์ผู้สูงอายุ เผยเกือบครึ่งเคยซื้อออนไลน์ แต่สินค้าในกลุ่ม บริการด้านการเงิน การออกกำลังกาย/อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพพื้นฐาน ไม่นิยมซื้อทางออนไลน์ และผู้บริโภคอายุระหว่าง 51-60 ปี ที่นิยมซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์กับแอปพลิเคชันมากกว่า เฟซบุ๊คและไลน์

            โดยภายในงานอัดแน่นด้วยสาระดีๆ พร้อมแนะเคล็ดลับเพื่อการวางแผนชีวิตสุขใจหลังเกษียณ การปรับบ้านให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุเพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต การลงทุนอย่างชาญฉลาดหลังเกษียณ วางแผนการออมเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคงทางสุขภาพ แนวทางวางแผนการเงินอุ่นใจ บ้านอบอุ่น รับชีวิตเกษียณ พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองและสานสัมพันธ์คนใกล้ชิด ชี้ธุรกิจ Digital Health น่าจับตา คาดอีก 5 ปี โตก้าวกระโดด 209%

ตลาดไทยขานรับสังคมผู้สูงวัย 
 

         นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า การจัดงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 4 ในโซนกิจกรรมภายในงาน Money Expo Year-End 2019 ที่จัดเมื่อวันที่ 28 พ.ย.-1 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Together Longer" ใช้ชีวิตสุขใจหลังวัยเกษียณ ได้รับผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยตลอด 4 วันมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคทั้งกลุ่มผู้วางแผนเกษียณอายุ ผู้ที่เกษียณอายุแล้ว และกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ตื่นตัวกับการปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
 
             อย่างไรก็ดี ผลสำรวจผู้เข้าร่วมงานในปีนี้ พบว่า เกือบครึ่งนึงของผู้สูงอายุเคยมีการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ โดยกลุ่มอายุ 51-60 ปี ที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์ นิยมซื้อผ่านช่องทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น มากกว่าช่องทางเฟซบุ๊คและไลน์ ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุไม่ได้ซื้อสินค้าในหมวดหมู่ บริการด้านการเงิน การออกกำลังกาย/อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เนื่องจากต้องการการสอบถามและได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ มีข้อมูลครบถ้วนน่าเชื่อถือประกอบการตัดสินใจอย่างละเอียด
 
              นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงสถิติการใช้แอปพลิเคชั่นของผู้สูงวัย โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 51-60 ปี ซึ่งเริ่มก้าวเข้าสู่วัยเกษียณมีไลฟ์สไตล์ชอบท่องเที่ยว นิยมใช้แอปพลิเคชั่นด้านท่องเที่ยวถึง 30% รองลงมาเป็นแอปพลิเคชั่นด้านการถ่ายภาพและวิดีโอถึง 22% สูงกว่าการใช้แอปพลิเคชั่นด้านการเงินและโซเชียลมีเดีย สำหรับกลุ่มคนในช่วงอายุนี้ซึ่งยังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 51-60 ปี ที่ใช้งานโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊คและไลน์ ให้ความสนใจในการติดตามหมวดหมู่เรื่องการแพทย์และสุขภาพถึง 21% ถึงแม้จะน้อยกว่าหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่ม (25%) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอายุ 41-50 ปี (11%) และ 61-70 ปี  (14%) ก็พบว่าคนกลุ่มอายุ 51 ปีขึ้นไป โดดเด่นในเรื่องความสนใจด้านสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด อันดับรองลงมาคือ หมวดหมู่ด้านข่าวสารและความบันเทิง

ตลาดไทยขานรับสังคมผู้สูงวัย 
           
              อย่างไรก็สาระประโยชน์ภายในงานครั้งนี้สามารถเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางเพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนผ่านของสังคมประเทศไทยที่จะก้าวข้ามจาก Aging Society หรือ "ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ" เข้าสู่ Aged Society หรือ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" ในทุกๆ ด้าน อาทิ
 
              ด้านบ้านพักอาศัย จำเป็นต้องมีปรับบ้านให้เป็นมิตรกับผู้สูงวัย นับเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ จากการสัมมนาเรื่อง "Senior Living ปรับบ้านให้คนสูงวัยพึ่งพาตนเองได้" โดยรองศาสตราจารย์ ไตรรัตน์ จารุทัศน์ จากภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสถาปัตยกรรมกับผู้สูงอายุ ได้แนะปรับโครงสร้างบ้านที่ออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้สูงวัย ป้องกันการหกล้มในแต่ละโซนในบ้าน แบ่งเป็น 3 โซนที่สำคัญ คือ 1. ห้องน้ำ ส่วนที่เกิดการหกล้มมากที่สุด ควรมีราวจับพยุงในจุดชักโครกและอ่างล้างหน้า มีเก้าอี้นั่งอาบน้ำ ฝักบัวต้องไม่สูงเกินไป มีหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ควรต้องมีสัญญาณฉุกเฉินไว้ใช้ขอช่วยเหลือ 2. บันไดภายในบ้าน ควรเป็นทางราบ มีความสูงขั้นบันไดไม่เกิน 15 ซม. และมีราวจับ 3. ห้องนอน ความสูงของเตียงจากพื้นควรสูงประมาณ 45 ซม. เมื่อลุกจากเตียงควรมีราวจับเพื่อพยุงตัว
 
              ด้านการลงทุนอย่างฉลาดเป็นอีกตัวช่วยให้ผู้สูงอายุวางแผนจัดการเงินในวัยเกษียณ การสัมมนาพิเศษหัวข้อ "ลงทุนสุขภาพ รับเทรนด์ Digital Health" นับเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าและน่าจับตา โดย นพ.มนต์สรร อัศวนพเกียรติ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบประกันและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้มุมมองว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบันที่มีนวัตกรรมการ พัฒนายาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งเครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยโรคร้ายต่าง ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในช่วง 10 – 20 ปี นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด ชี้จุดว่าการลงทุนธุรกิจเฮลธ์แคร์รับเทรนด์ Digital Health กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาอุสาหกรรมเฮลธ์แคร์ ทำให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มดังกล่าว หรือกองทุนระยะยาว มีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

              โดยเฉพาะใน กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค ซึ่งเป็นอนาคตใหม่แห่งวงการสุขภาพ ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ยอดขายยาที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีชีวภาพ เติบโตเพิ่มขึ้น 85% และคาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า การพัฒนาจะช่วยเพิ่มการเติบโตสูงถึง 209%  นายราชันย์ ตันติจินดา CFP นักวางแผนการเงิน ยังได้แนะการเลือกออมเพื่ออนาคตที่มั่นคงทางสุขภาพ เพราะจากสถิติกลุ่มผู้ที่มีอัตราเข้าโรงพยาบาล และอัตราค่าใช้จ่ายต่อปีค่อนข้างสูง เช่น กลุ่มคนอายุ 61 – 70 ปี จากสถิติเข้าโรงพยาบาล 8-10 ครั้งต่อปี โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 – 16,000 บาทต่อปี จึงควรเลือกลงทุนเพื่ออนาคตที่รองรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว ซึ่งมีหลากหลายประเภท เช่น ประกันบำนาญ ที่ไม่ต้องรอเกษียณก็สามารถทำได้ หุ้นกู้เอกชน หรือตราสารหนี้เอกชน
 
                 ด้านการมองหาที่อยู่อาศัยและการออมเงินสำหรับใช้จ่ายเมื่อเข้าวัยเกษียณ หัวข้อพิเศษ "การเงินอุ่นใจ บ้านอบอุ่น รับชีวิตเกษียณ" นางสาวศศิวิมล สิงหเนตร Happy Director MEESUK SOCIETY กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกสถานที่ให้ผู้สูงอายุ หรือบ้านพักคนชราในประเทศไทย บ้านพักคนชราถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.องค์กรการกุศล 2.บ้านพัก สามารถซื้อขายเป็นกรรมสิทธิ์และเป็นมรดกได้ 3.เนิร์สซิ่งโฮม มีบริการดูแลผู้สูงอายุ แต่ไม่ได้เป็นที่รักษาผู้ป่วยสูงอายุ นายราชันย์ ตันติจินดา CFP นักวางแผนการเงิน แนะวางแผนทางการเงินรองรับชีวิตเกษียณ ควรแบ่งเงินออกเป็นก้อน ก้อนแรกอยู่ในรูปแบบการออมทรัพย์หรือฝากประจำ เพื่อรับดอกเบี้ยสูงขึ้น ก้อนสอง เพื่อลงทุนหรือเพิ่มมูลค่าให้เงินออมเช่นกองหุ้น หุ้น ตราสารหนี้ การลงทุนที่ดีที่สุด ต้องศึกษาด้วยตัวเอง ปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น  ศึกษาจากแพลตฟอร์มออนไลน์
 
                ด้านการดูแลสุขภาพและการสานสัมพันธ์ผ่านหัวข้อ "ชีวิตไม่มีแก่ ดูแลถูกวิธี สร้างสัมพันธ์คนใกล้ชิด" โดย ผศ.ดร.กภ.ภครตี ชัยวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าผู้รับการทำกายภาพบำบัดสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยออกกำลังกายที่ต้องการฟื้นฟู และกลุ่มผู้ป่วย โดยสามารถแก้ไขหรือสร้างพฤติกรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่เรียกว่า "เป็นต้นทุนให้กับสุขภาพร่างกายในอนาคต"  ด้วยการสังเกตความผิดปกติของร่างกาย  ดูแลตัวเองด้วยวิธีการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนผู้ดูแลที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ควรหาข้อมูลการดูแลที่ถูกต้อง

 
 

               นางสาวภาคนี กล่าวทิ้งท้ายว่า ในงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 5 ครั้งต่อไปในงาน Money Expo 2020  จะมีการต่อยอดสาระดีมีประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมงาน และสำหรับงานนี้ใครพลาดไป สามารถติดตามข้อมูลเทคนิคต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ เพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารการจัดงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 5 ในครั้งต่อไป ได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ @GoodAgingSociety