เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 25 กันยายน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเครือเนชั่น กรุ๊ป เกี่ยวกับการเตรียมพระองค์ในการแสดงละครเวทีเรื่อง “ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์” ที่ทรงร่วมแสดงในบท “พระมหาเทวีสวรรค์” ซึ่งจัดโดย บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี ร่วมกับ เดอะมิวสิเคิล โซไซตี้ ออฟ แบงค็อก โดยมี นายสุรุจ ทิพากรเสนี, นายเกรียงศักดิ์ ศิลากอง,นายณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม, นางสาวกัญภัส ชยานุวัฒน์ ศรีณรงค์ ร่วมในการสัมภาษณ์ ดำเนินรายการโดย นางสาวนันทพร ไวศยะสุวรรณ และนายพสธร ขอขจายเกียรติ ณ โรงละคร เอ็มเธียเตอร์

   พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเล่าว่า ละครเรื่องนี้เป็นละครเวทีเรื่องที่สอง เรื่องแรกคือเรื่องซูสีไทเฮาเรื่องนั้นรับบทดราม่า แต่เรื่องนี้ทรงรับบทเป็นนางฟ้า เป็นเทพใหญ่คุมบนสรวงสวรรค์สามโลก ซึ่งเป็นตัวดำเนินเรื่อง มีบทที่ต้องดุบ้าง ตลกบ้าง แต่ไม่ต้องมีบทร้องไห้ มีน้ำตาเหมือนกับเรื่องแรก

   "ในเรื่องของบทต้องบอกว่ายากเหมือนกัน เพราะโดยส่วนตัวพระองค์หญิงไม่ใช่คนตลกแต่ต้องมาเล่นบทตลก ซึ่งยากที่จะทำให้คนดูหัวเราะ ที่จริงชอบบทดราม่ามากที่สุดเพราะสามารถใส่อารมณ์ได้เต็มที่ แต่ในเรื่องนี้ก็มีหลายบทที่ชอบอย่างบททำกับข้าวนี่ชอบมากเป็นบทที่เหมือนจริงมาก ต้องทำจริง ใส่เครื่องปรุงจริง แต่จะยากตรงที่ต้องร้องเพลงไปด้วยก็มีกังวลบ้างกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี ในเรื่องนี้ต้องร้องทั้งหมด 3 เพลง แต่จะเยอะตรงที่ร้องคอรัส จึงต้องพยายามซ้อมทุกครั้งที่มีโอกาส

  ตลอดเวลาสี่เดือนที่ผ่านมาต้องซ้อมตลอด ทั้งยังต้องเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย สุขภาพ เสียง และอารมณ์ในการเล่น เพราะการเล่นละครเวทีเป็นการเล่นสด ร้องสด ต้องเตรียมอารมณ์ในการแสดง ต้องซ้อมบท อ่านบท ท่องบท เพื่อทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง ทั้งยังต้องซ้อมร้องเพลงด้วย ซึ่งต่างจากละครทีวีที่สามารถหยุดเพื่อแสดงใหม่ได้  ส่วนการซ้อมนั้นพระองค์หญิงต้องซ้อมทุกที่ที่มีโอกาส ทั้งที่โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ ที่บ้าน ในรถ หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ เพราะเวลาซ้อมนั้นมีไม่มากนั้น ยังคงต้องทำงานไปด้วยแต่ก็ลดลงบ้าง อย่างล่าสุดก็ไปช่วยเรื่องน้ำท่วมที่จังหวัดลำพูน

  เรื่องนี้ต้องบอกว่านักแสดงทุกคนทุ่มเทกันมาก โดยเฉพาะ อ.สุรุจ ที่ทุ่มเทหนักมากจนไม่ค่อยได้นอน และล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ก็ต้องชื่นชมความสามารถของอาจารย์ว่าเก่งมากในการประพันธ์เพลง คืนเดียวก็สามารถแต่งออกมาได้เลย ส่วนพระเอกนางเอกก็แสดงได้ดี อย่างป่านด้วยความที่เป็นนักดนตรีอยู่แล้ว เรื่องคีย์ไม่พลาด เสียงก็พัฒนาจากเรื่องซูสีฯ มาก รวมถึงนักแสดงรับเชิญบางคนเพิ่งเคยแสดงละครเวทีเป็นครั้งแรกแต่ก็แสดงได้ดี หรือบางคนที่เคยแสดงร่วมกันในเรื่องที่แล้วก็มีความคุ้นเคยกัน จึงอยากฝากละครเวทีเรื่อง “ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์” ไว้ด้วยเพราะเป็นวรรณกรรมของโลกที่ครบรสทั้งบทเศร้า ตลก สนุกสนาน ทั้งบทเพลงยังไพเราะอีกด้วย

  สำหรับละครเพลง “ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์” ดัดแปลงจากวรรณกรรมพื้นบ้านเก่าแก่ของจีนสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก ที่มีการบันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ตั้งแต่ราชวงศ์ถังอันเป็นตำนานรักของ เหลียงซันป๋อ และจู้ยิงไถ เป็นที่รู้จักกันดีชื่อ “เหลียงจู้” หรือ Butterfly Lovers หนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมแห่งแผ่นดินจีน นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ

 ด้วยเนื้อหาอันซาบซึ้งจับใจและสนุกสนานน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งจึงได้มีการนำไปสร้างเป็นผลงานการแสดงต่างๆ มากมาย ทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ที่หลายท่านคงเคยได้ชม และประทับใจกับความรักอันยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ ที่ทอดกายตายเคียงข้างกันในหลุมศพหลังจากความรักถูกขีดกั้นไว้ด้วยม่านประเพณี และได้กลายเป็นผีเสื้อบินคลอเคลียไปด้วยกันอย่างเสรี

 อย่างไรก็ตามการแสดงจากตำนานรัก “เหลียงจู้” โดยส่วนใหญ่จะกล่าวถึงเฉพาะเรื่องบนโลกมนุษย์เพียงเท่านั้น หากแต่ในละครเรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวอันเป็นปฐมเหตุแห่งตำนานรัก ตั้งแต่บนสรวงสวรรค์ จึงให้ชื่อเรื่องว่า “ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์”

 ละคร “ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์” จะเริ่มการแสดงตั้งแต่ 29 กันยายน ถึง 16 ตุลาคมนี้ ที่โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา