
เปิด 21 จังหวัดฝนถล่มหนักสุดวันนี้ ลมกระโชกแรงยาวถึง 7 ต.ค.นี้
เปิด 21 จังหวัดฝนถล่มหนักสุดวันนี้ ลมกระโชกแรงยาวถึง 7 ต.ค.นี้ กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 6 เตือนภัย "อากาศแปรปรวน"
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 6 (240/2569) เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่าในช่วงปลายฤดูฝน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 6 (240/2569)
วันที่ 4 ต.ค. 69 (โดนเต็มๆ 21 จังหวัด)
- ภาคเหนือ (7 จังหวัด): เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (14 จังหวัด): เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69
- ขยับขยายพื้นที่รับฝน โดยจะมีทั้ง ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนจะเริ่มลดลง
วันที่ 7 ต.ค. 69
- ฝนยังคงตกต่อเนื่องในด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลางทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ช่วงวันที่ 8-13 ต.ค
- บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



