
เช็กพิกัดพื้นที่เสี่ยง! เฝ้าระวัง 16 รอยเลื่อนทั่วไทย พร้อมยิง Cell Broadcast รับมือแผ่นดินไหว
ปภ. จับมือกรมอุตุฯ - ทรัพยากรธรณี ยกระดับเฝ้าระวัง 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังทั่วประเทศเจรนีบใเปิดระบบ Cell Broadcast ยิงเตือนภัยแผ่นดินไหวด่วนเข้ามือถือประชาชน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผนึกกำลัง กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประกาศเตรียมพร้อมยิงสัญญาณเตือนภัยด่วนผ่านระบบ Cell Broadcast เข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนโดยตรง หากเกิดเหตุแผ่นดินไหวในระดับที่อาจส่งผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนไหวตัวทันและรับมือได้อย่างปลอดภัย
สำหรับเกณฑ์การส่งข้อความแจ้งเตือนด่วนจะแบ่งตามระดับความรุนแรงและพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรมอุตุฯ จะเป็นหน่วยงานแรกที่ยิงข้อความแจ้งเหตุทันที หากเกิดแผ่นดินไหวบนบกในประเทศไทยตั้งแต่ขนาด 4.0 ขึ้นไป แผ่นดินไหวในแถบอาเซียนตั้งแต่ขนาด 6.0 ขึ้นไป หรือแผ่นดินไหวในทะเลอันดามันตั้งแต่ขนาด 7.0 ขึ้นไป รวมถึงกรณีเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ขึ้นไปที่มีความลึกน้อยกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดสึนามิ โดยหลังจากข้อความแจ้งเหตุจากกรมอุตุฯ ส่งถึงประชาชนแล้ว ทาง ปภ. จะส่งข้อความแนะนำขั้นตอนและวิธีปฏิบัติตนตามไปในทันที
- นอกจากนี้ ปภ. ยังได้เปิดเผยข้อมูลกลุ่มรอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย ซึ่งมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรวมทั้งสิ้น 16 กลุ่ม
กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน (เชียงราย, เชียงใหม่)
กลุ่มรอยเลื่อนแม่อิง (เชียงราย)
กลุ่มรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน (แม่ฮ่องสอน, ตาก)
กลุ่มรอยเลื่อนเมย (ตาก, กำแพงเพชร)
กลุ่มรอยเลื่อนแม่ทา (เชียงใหม่, ลำพูน, เชียงราย)
กลุ่มรอยเลื่อนเถิน (ลำปาง, แพร่)
กลุ่มรอยเลื่อนพะเยา (พะเยา, เชียงราย, ลำปาง)
กลุ่มรอยเลื่อนปัว (น่าน)
กลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ (อุตรดิตถ์)
กลุ่มรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ (กาญจนบุรี)
กลุ่มรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ (กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี, ตาก)
กลุ่มรอยเลื่อนระนอง (ระนอง, ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์, พังงา)
กลุ่มรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย (สุราษฎร์ธานี, กระบี่, พังงา, ภูเก็ต)
กลุ่มรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ (เพชรบูรณ์, เลย)
กลุ่มรอยเลื่อนแม่ลาว (เชียงราย)
กลุ่มรอยเลื่อนเวียงแห (เชียงใหม่)
อย่างไรก็ตาม ทางการยืนยันข้อมูลทางวิชาการว่า แผ่นดินไหวที่เกิดจากกลุ่มรอยเลื่อนในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นขนาดเล็ก และยังไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมกันนี้ภาครัฐได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว 111 แห่ง สถานีวัดอัตราเร่งพื้นดิน 55 แห่ง และสถานีวัดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอีก 19 แห่งทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง



