
WMO เตือน "เอลนีโญ" จ่อถล่มเอเชีย ไทยเสี่ยงสูงเผชิญวิกฤตแล้งลากยาวถึงสิ้นปี 69
WMO ออกโรงเตือน "เอลนีโญ" อาจทวีความรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย คลื่นความร้อน วิกฤตภัยแล้งลากยาวถึงปี 2569 ขณะที่ "ไทย" ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ฝนน้อย น้ำขาดแคลน
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวขึ้นในขณะนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และนักพยากรณ์อากาศทั่วโลก เนื่องจากมีสัญญาณการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มชัดเจนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้ และอาจลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2569
สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งจากคลื่นความร้อนที่ถี่และรุนแรงขึ้น รวมถึงปริมาณฝนที่น้อยลงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อปริมาณน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำธรรมชาติ จนเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกอย่างทวีปอเมริกาและยุโรปกลับมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วม ซึ่งล้วนสร้างความเสียหายต่อคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรและซ้ำเติมวิกฤตอาหารโลกที่มีแรงกดดันจากราคาปุ๋ยที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
จากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเร่งด่วนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมแผนรับมือภัยแล้งเชิงรุก โดยเน้นย้ำความสำคัญสูงสุดไปที่การจัดหาต้นทุนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพอากาศเพื่อรักษาเสถียรภาพทางรายได้ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้ให้น้อยที่สุด



