
เปิดสาเหตุ! กรุงเทพฯจมฝุ่น PM 2.5 พุ่งวิกฤต เขมรเผาฉ่ำแดงเถือกข้ามพรมแดน
กรุงเทพฯ จมฝุ่น! เปิดภาพดาวเทียมมรณะ พบ "กัมพูชา" แดงเถือกพ่นพิษข้ามพรมแดน ผสมโรงการเผาในไทย ทำ PM 2.5 พุ่งวิกฤต
สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออก เข้าขั้นวิกฤตอีกครั้งในวันนี้ หลังดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตบางรัก และพื้นที่นนทบุรีที่แตะระดับ "สีแดง" (มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างยิ่ง) ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมเผยต้นตอชัดเจน เกิดจากการเผาที่โล่งทั้งในและต่างประเทศ
ข้อมูลจากดาวเทียม NASA ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เผยให้เห็นจุดความร้อน (Hotspot) จำนวนมหาศาลกระจายตัวหนาแน่นในประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่พบบางจุดมีลักษณะ "แดงเถือก" เป็นแนวยาวมีการลักลอบเผาเกิดขึ้นหลายแห่งตามพื้นที่เกษตรกรรม ในกัมพูชา พบจุดความร้อนจากการเผาไหม้หนาแน่นตลอดแนวชายแดนในลักษณะแดงเถือก กระจุกกันหนาแน่น บ่งบอกถึงการเผาในที่โล่งครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันในประเทศไทยเองก็พบจุดความร้อนกระจายตัวในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปัญหาฝุ่นครั้งนี้รุนแรงขึ้นเนื่องจาก "ลมหนาวอ่อนกำลังลง" ส่งผลให้ลมพัดระดับผิวพื้นเปลี่ยนทิศทางเป็นลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมแทน ลมที่มีกำลังอ่อนนี้ได้หอบเอาฝุ่นควันจากการเผาในกัมพูชาและภาคตะวันออกเข้ามาสะสมในพื้นที่ปิดอย่างกรุงเทพฯ ประกอบกับภาวะ "อากาศจมตัว" (Inversion) ที่ทำหน้าที่เหมือนฝาชีครอบเมืองไว้ ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถระบายออกไปได้และจะสะสมตัวต่อเนื่องในช่วง 1-2 วันนี้
ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญคือความคืบหน้าของ "พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด" ซึ่งหากมีการประกาศใช้และบังคับใช้อย่างจริงจัง จะมีกลไกสำคัญในการจัดการดังนี้
- บทลงโทษที่ชัดเจน: สำหรับผู้ก่อมลพิษจากการเผาในที่โล่ง
- การจัดการข้ามพรมแดน: มีอำนาจในการเจรจาและใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกับแหล่งกำเนิดฝุ่นนอกประเทศ
- การบูรณาการข้อมูล: เพื่อเตือนภัยและจำกัดกิจกรรมที่ก่อมลพิษได้อย่างทันท่วงที
- "ถ้า พ.ร.บ. อากาศสะอาด ถูกประกาศใช้ เราจะเจอกับปัญหาฝุ่นควันสะสมแบบนี้น้อยลงแน่นอน เพราะจะมีกฎหมายที่ให้อำนาจจัดการกับต้นตอการเผาได้อย่างเด็ดขาด" แหล่งข่าวระบุ
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่สีส้มและสีแดงหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกข้างนอกควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 และติดตามสถานการณ์ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือ AirBKK อย่างใกล้ชิด



