ในช่วงการระบาดของโรค Covid-19 ที่ผ่านมา ภาพของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ได้โอกาสฟื้นฟูตัวเองจนกลับมาสมบูรณ์และสวยงามอีกครั้ง กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับการแชร์ต่อ ๆ กันอย่างกว้างขวาง

แทบไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่ล็อคสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ไว้ในเขตเมือง ภายในเวลาไม่กี่เดือน น้ำทะเลก็กลับมาใส ป่าไม้กลับมาเขียวขจี รวมถึงบรรดาสัตว์หายากต่าง ๆ ก็ออกมาปรากฏตัวราวกับจะส่งสารว่าพื้นที่ตรงนี้ที่มนุษย์ล่วงล้ำช่วงชิงไป ใครคือผู้ที่เคยอยู่อาศัยมาก่อนแล้วเมื่อนานแสนนาน

สร้าง Natural Connect ด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คืนความสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

ภาพเหล่านี้ ยังทำให้หลาย ๆ คนต้องตั้งคำถามและคิดทบทวนถึงสมการ “ความสมดุล” ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติเสียใหม่ ว่ามนุษย์คือ “ผู้ร้าย” ทำลายธรรมชาติเสมอไปจริงหรือไม่

และในห่วงโซ่ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มนุษย์ควรจะวางบทบาทตัวเองต่อไปอย่างไรในอนาคต ...เป็นผู้ให้ ...ผู้รับ ...ผู้ตักตวง ...หรือผู้ฟื้นฟู

หากลองสังเกตสถิติเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จะพบว่าตัวเลขในภาพรวมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

ไม่ว่าจะเป็นปริมาณป่าไม้ที่หายไปกว่า 30,000 ไร่เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2516 สอดคล้องกับสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าค่าปกติอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี ทั้งยังสัมพันธ์กับค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝน และปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนทั่วประเทศ ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นความพยายามของมนุษย์ในการออกแบบและจัดการทรัพยากรให้สมดุลและเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ หรือการจัดการทรัพยากรน้ำผ่านระบบชลประทานและการสร้างเขื่อนต่าง ๆ ซึ่งพ่วงด้วยประโยชน์ในการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น

ที่สำคัญ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหลาย ๆ แห่งยังถือโอกาสนี้ในการสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกหวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงในหัวใจผู้มาเยือน

“เขื่อนรัชชประภา” กับเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เช่นเดียวกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวใน “เขื่อนรัชชประภา” เขื่อนเอนกประสงค์ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก พื้นที่ป่าฝนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ส่วนหนึ่งของพวกเขาคือกลุ่มคนท้องถิ่นที่รักและเห็นคุณค่าของธรรมชาติบ้านเกิด จึงพยายามส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน โดยคาดหวังว่าการได้สัมผัสธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อย่างใกล้ชิด

ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบสีเขียวใสตัดกับหมู่เขาหินปูนดูแปลกตา ตลอดจนพืชพันธุ์และสัตว์ป่าเฉพาะถิ่นหลายร้อยสายพันธุ์ จะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ

และเกิดจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้บทบาทของมนุษย์ในสมการการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ไม่ใช่ผู้คุกคามหรือทำลาย แต่เป็นผู้ที่พึ่งพิงอาศัยประโยชน์จากธรรมชาติได้อย่างสมดุล 

ไอเดียการฝากแนวคิดอนุรักษ์ไว้ในหัวใจนักท่องเที่ยว

                    สร้าง Natural Connect ด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คืนความสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

“พันวารีย์ เดอะกรีนเนอรี่” เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประกอบธุรกิจภายใต้แนวคิดเกื้อกูลกับธรรมชาติ ยึดหลักที่จะอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตร และออกแบบกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติแบบเจาะลึก เพื่อเปลี่ยนนักเดินทางธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์แห่งความยั่งยืนไปด้วยกัน

เริ่มต้นด้วยการเตรียมโปรแกรมล่องเรือสู่ใจกลางระบบนิเวศที่อุดมและสมดุล ส่องชีวิตสัตว์น้อยใหญ่ในม่านหมอกยามเช้า ก่อนจะเติมสีสันการผจญภัยเล็ก ๆ ด้วยการเดินป่าทักทายเพื่อนสัตว์ตัวเล็ก ๆ แบบใกล้ชิด ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นที่สามารถเดินกันได้ทั้งครอบครัว แล้วพักดื่มด่ำกับธรรมชาติเงียบสงบ 360 องศา บนแพไม้ไผ่ที่ค่อย ๆ ล่องข้ามทะเลใน 500 ไร่ เพื่อแวะสำรวจถ้ำปะการังดึกดำบรรพ์อายุหลายล้านปี 

ปิดท้ายด้วยโปรแกรมยามค่ำ ล่องเรือเพื่อขอพรจากศาล “พ่อตาโจงโดง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนในพื้นที่เคารพและศรัทธา พร้อมฟังเรื่องราวความเป็นมาของเขื่อน และร่วมรำลึกถึงบรรพบุรุษและชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ดั้งเดิม ผู้สละบ้านของพวกเขาให้กลายเป็นแหล่งเก็บน้ำหล่อเลี้ยงผู้คนนับล้าน

รวมถึงบรรดาสัตว์ป่าที่สละชีวิตไปในช่วงการสร้างเขื่อน พร้อมกับลอยกระทงใบน้อยแทนความขอบคุณและคำสัญญาที่จะพิทักษ์รักษาผืนป่าต่อไป 

พันวารีย์ เดอะกรีนเนอรี่ ยังยกระดับกิจกรรมเหล่านี้สู่โปรแกรม Natural Connect ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักธรรมชาติโดยเฉพาะ เติมความพิเศษด้วยเรื่องราวตำนาน “สืบ นาคะเสถียร” ในวันสร้างเขื่อน

รวมถึงเรื่องเล่าจากผู้พิทักษ์ป่าแห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลจากโครงการสำรวจสัตว์ป่าของสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง พบว่าสัตว์ป่ามีแนวโน้มการกระจายตัวและจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น

ทั้งสัตว์ป่าสงวนอย่างสมเสร็จ แมวลายหินอ่อน เก้งหม้อ เลียงผาหรือสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างกระทิง ชะนี นกเงือก ช้างป่า นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จเล็ก ๆ ในการอนุรักษ์ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์หันกลับมาช่วยกันฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าอย่างจริงจัง

ทั้งหมดนี้ คือความพยายามส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวรอบเขื่อนรัชชประภา รวมถึงในอีกหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศ ที่ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ในสมการความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มนุษย์สามารถเลือกที่จะเป็นผู้ปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

ด้วยหัวใจที่ตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ และเชื่อในหนทางการอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพิงและยั่งยืน


สามารถติดตามเรื่องราวและไอเดียการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้าง Natural Connect ระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ได้ที่ https://www.thegreenerypanvaree.com/content/สร้าง-Natural-Connect-ด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-คืนความสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ/สร้าง-Natural-Connect-ด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-คืนความสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ