****************************



แรกสัมผัสในการเข้าทำงานที่ที่ว่าการอำเภอบ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี วันนั้นร่วม 2 ปีมาแล้ว ภาพแรกที่เห็นในก้าวใหม่คือ ภาพพ่อท่านเจ้าฟ้า พระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 และอักษร “นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน” บนกำแพงรั้ว ฉันชอบวลีนี้มาก เข้าใจง่าย ดึงใจไม่ต้องตีความให้ยุ่งยาก มันชัดเจนว่าพวกเราจะทำให้เกิดสิ่งดีดีที่นี่

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 


อ.บ้านนาเดิม  เป็นอำเภอขนาดกะทัดรัด มีเพียง 4 ตำบล ประชากรราว 2 หมื่นกว่าคน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมร้อยละ 80 แต่ถือว่าเป็นอำเภอที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการเดินทางทั้งถนนสาย 41 เส้นทางหลักจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ และถนน 44 ที่รู้จักกันในนามเซาเทิร์นซีบอร์ด ตัดผ่านจากฝั่งอ่าวไทยสู่อันดามัน ทำให้ อ.บ้านนาเดิม มีจุดเด่นคือการคมนาคมที่เป็นโครงข่ายในภาคใต้ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"


 

เมืองเล็กที่เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพของผู้นำและผู้คนในชุมชน อันโดดเด่นด้านการกีฬาเป็นอย่างมาก ผ่านการผลักดันและร่วมแรงร่วมใจในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ระดับเยาวชนก็ได้รับการสนับสนุนจนมีชื่อเสียง

 

เช่นทีม Kaboom นักเรียนโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 (บ้านนา) ซึ่งรับถ้วยรางวัลพระราชทานรางวัลชมเชยลำดับที่ 1 ระดับประเทศ จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธาน โครงการ ทู บี นัมเบอร์วัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONCHIP 2020 

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 

     
ที่นี่ยังมีสนามกรีฑาที่ได้มาตรฐาน ยังสามารถรองรับกิจกรรมด้านกรีฑาได้ดี เช่นการจัดศึกกรีฑาดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกทั่วไทยที่โซนภาคใต้ เพื่อเป็นการสรรหาและส่งเสริมยุวชนที่มีพรสวรรค์สู่ความเป็นเลิศทางการกีฬา  ทั้งยังจัดสรรพื้นที่บางส่วนเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ร่วมกัน 

 

กระทั่งกลุ่มแม่บ้าน|กลุ่มสตรี ยังมีการรวมกลุ่มเพื่อเต้นแอโรบิค รำวงเวียนครก เต้นบาสโลป ถือเป็นการออกกำลังกายในแบบชุมชนสร้างสรรค์  แบะอีกมากมายที่สนับสนุนความสุข ความแข็งแรงทั้งกายและใจ อันเป็นพื้นฐานของสังคมสู่ความก้าวไกลด้านอื่นๆ

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 

 


วัดปัฏนาราม  (วัดท่าเรือ) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าเรือ เป็นวัดเก่าแก่ จากหลักฐานคือใบเสมาหินทราย ซึ่งเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย และอิฐก้อนใหญ่ ซึ่งเป็นอิฐสมัยศรีวิชัย มีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบันมาก กว้างประมาณ 15 ซม. หนาประมาณ 10 ซม. (ใหญ่) กว่านี้จะเป็นอิฐสมัยอยุธยา

 

ส่วนพระอุโบสถนั้นสร้างประมาณ ปี พ.ศ. 2510 กว่าๆ โดยหลังเดิมนั้นเป็นไม้ผุพังไปหมดแล้ว หลังใหม่ได้สร้างที่โบสถ์หลังเก่า สำหรับพระพุทธรูปในโบสถ์เป็นสมัยอยุธยาศิลปะภาคใต้

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 

 

การสร้างวัดไม่ปรากฏ ว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเล่ากันมาว่ามีรูปปั้นเจ้าอาวาสซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “พ่อท่านเจ้าฟ้า” เป็นที่เคารพเลื่อมใสมาก มีการบนบานต่อรูปบูชาท่านที่วัดก็มักจะหายจากโรค หากมีภัยใดๆก็จะเข้าทรงบอกกล่าวชาวบ้านให้เตรียมตัวระวังและรักษาโรค ทุกปีจึงมี "ประเพณีถวายหรับ" หรือ สำรับ แด่พ่อท่านเจ้าฟ้า อันเป็นศูนย์รวมใจชาวบ้านนาเดิมมาตลอดหลายยุคสมัย



อ.บ้านนาเดิม ที่ฉันสัมผัสในอีกซอกมุมหนึ่งคือที่นี่ยังเป็นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความสามารถในการพัฒนาตัวเองผ่านการพัฒนาภายในใจสู่การพัฒนาบ้านเกิด  เป็นวิถีของคนรักษ์บ้านเกิดที่เห็นเป็นรูปธรรมและสัมผัสได้จริงๆ มีมากมายหลายคนมากนัก

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 

 

ฉันจะหยิบยกเรื่อง น้องอุ๊ วิภาวดี กุลศิริ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผันตัวเองจากพนักงานบริษัท สู่การลงรากบนเส้นทางเศรษฐกิจพอเพียง พลิกผืนดินเล็กๆ เพียงไม่กี่ไร่แต่เป็นความพอเพียงในชีวิต ในนามไร่ “ทรัพย์มณี”  ที่ใช้ชีวิตผสมผสานในพื้นถิ่นได้อย่างพอดี

 

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 

 

 

ไร่ทรัพย์มณีจึงเป็นพื้นที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่ต้องการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรักในสิ่งเดียวกันอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนทำปลาเม็งของบ้านห้วยทราย กลุ่มผลิตหมอนยาพาราบ้านห้วยคุย กลุ่มเลี้ยงแพะบ้านนาเดิมก้าวหน้า และอีกหลายกลุ่มมากมายที่ดึงดูดให้ผู้คนจากถิ่นอื่นมาศึกษาดูงาน ถือเป็นการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 

 

"นาเดิมก้าวไกล เดินไปด้วยกัน"

 



ตลอดระยะเวลาที่ฉันได้ใช้ชีวิตที่บ้านนาเดิม เหมือนบ้านอีกหลังที่ยังความรื่นรมย์ ไม่มีวันใดที่ไม่รู้สึกไม่อยากไปทำงาน ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยมีอุปสรรคจากการงาน  ฉันเพียงรับรู้ว่าทุกๆ วันในบ้านนาเดิม เราคือฟันเฟืองเล็กๆ รวมกับผู้อื่นเพื่อขับเคลื่อนไป ขับเคลื่อนช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่มีพลวัตรอยู่เนืองๆ ไม่เคยหยุดนิ่ง  … “เดินใกล้เดินไกล เราจะเดินไปด้วยกัน ด้วยความรัก “

มนัสศิริ