royal coronation
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562
ท่องเที่ยว

เที่ยวปลอดสารพิษ ออร์แกนิคทัวร์

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 - 13:51 น.
คมชัดลึกท่องเที่ยว,ท่องเที่ยว,ปลอดสารพิษ,ออร์แกนิคทัวร์
Shares :
เปิดอ่าน 7,969 ครั้ง

โดย... อรรถภูมิ อองกุลนะ

 

               โมเดลท่องเที่ยวออร์แกนิคทัวร์ อาหาร-ชุมชน-การพึ่งพาตนเอง ที่พาผู้มาเยือนซึมซับไปพร้อมๆ กัน

               ต้นทางอาหารจานโปรดที่เราชอบอยู่ตรงไหน ?

               ต้องกินอะไรถึงจะดีต่อสุขภาพ ?

 

               แล้ว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ แพงๆ ที่เรายอมลงทุนซื้อจากร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ (น่าจะ) เชื่อถือได้ ปลอดภัยจริงๆ หรือ ?

 

 

               ไม่ว่าจะตั้งคำถามด้วยประโยคใด แต่ใจความเดียวกันหนีไม่พ้นความสงสัยในคุณภาพของอาหาร และข้อสงสัยพื้นๆที่ว่านี้ นำไปสู่การค้นหาคำตอบและทริปการท่องเที่ยวซึ่งนำเรื่องอาหารเป็นศูนย์กลาง โดยมีชุมชน เกษตรกร และนักกินผู้มองหาของอร่อย มากคุณภาพร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อน

 

               ใช่แล้ว...ทุกวันนี้ คำว่าออร์แกนิค ทัวร์ลิซึ่ม  (Organic Tourism)  ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการท่องเที่ยวซึ่งขับเน้นความยั่งยืนในระบบอาหาร การเข้าไปในชุมชนเพื่อหาของดี ควบคู่กับการสร้างกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ เกิดขึ้นมาพักใหญ่ๆ หากแต่บางทริปเนื้อหาของเรื่องอาหารถูกนำไปเป็นส่วนประกอบหนึ่ง

 

 

               ถึงเช่นนั้นธุรกิจนี้มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ  พร้อมกันกับเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการใหม่ๆหรือกลุ่ม Startup จะเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งนอกจากงานการเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแล้ว แพลตฟอร์มธุรกิจนี้ยังสามารถทำได้ ผ่านการจัดการทั้งแบบการค้า B2B  ซึ่งนำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคมาใช้ในโรงแรม ร้านอาหาร และแบบ B2C  เช่นการทำ Farm Tour จัด Farmer’s Market ซึ่งนำผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันโดยตรง

 

               ถ้านึกไม่ออก โมเดลที่มักถูกยกมาอยู่เสมอคือ ‘สามพรานโมเดล’  ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเชื่อมต่อระหว่างต้นน้ำ คือเครือข่าย เกษตรกรอาหารอินทรีย์ ที่มีมูลนิธิสังคมสุขใจเป็นแกนขับเคลื่อน กับปลายน้ำคือผู้บริโภค นักท่องเที่ยวขณะที่กลางน้ำคือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร Travel Agent  ซึ่งจะรับผลผลิตเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าต่อ

 

               “เราเป็นเป็นช่องทางประสานสนับสนุนในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรเพื่อนำมาประกอบอาหารในโรงแรม เช่น สั่งวัตถุดิบ จากเกษตรกรมาใช้ในโรงแรมและทำฟาร์มเพื่อใช้บริโภคด้วยไปพร้อมๆกัน ผลผลิตที่ได้จึงเพียงพอในธุรกิจ และเหลือส่งต่อไปยังผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงอาหารออร์แกนิกส์ ปลอดสารพิษ” อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ ในฐานะประธานโครงการสามพรานโดเมล บอกกับ ‘เสาร์สวัสดี’ ในกิจกรรม Tour De Farm สืบจากจานเมนูอินทรีย์นี้มาจากไหน’ ซึ่งพาผู้บริโภคที่สนใจลงพื้นที่ไปเรียนรู้วิถีการผลิตอาหารที่จ.เชียงใหม่  เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

 

               ที่เชียงใหม่คือพื้นที่ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตอาหารกับสถานประกอบการโดยตรง และหากใครเดินทางมายัง จ.เชียงใหม่ ก็สามารถพบตลาดนัดที่นำเอาผลผลิตปลอดสารพิษของเกษตรกรมาวางจำหน่ายได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าใครอยากลองชิมลางสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เราขอแนะนำจุดหมายแรกที่ ‘ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม’  สวนเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากลของสวนสามพราน หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีอยู่แล้วใน จ.นครปฐม

 

               เราขับรถจากกรุงเทพฯ และใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเศษก็ถึงที่หมาย ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนตรงข้ามกับสวนสามพราน  เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวแนววิถีอินทรีย์ที่มีพื้นที่กว่า 30 ไร่  ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสีเขียวมองดูเย็นตา และอากาศที่เย็นสบาย

 

               การเดินทางไปปฐม ออร์แกนิก ฟาร์มมีทั้งทางรถยนต์และทางเรือ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสบรรยากาศ และชมวิถีชีวิตริมสายน้ำท่าจีนเลยเลือกที่จะล่องเรือแจวข้ามไปขึ้นท่าเรือปฐม จากนั้นเดินลัดเลาะไปตามสะพาน ชมบรรยากาศสองข้างอีกประมาณ 70 เมตร  ก็จะถึงจุดแรก ซึ่งเป็นศาลาร่มรื่นอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และแนะนำพื้นที่ พร้อมแนะนำกิจกรรม ก่อนจะพาเดินชมสวนบริเวณโซนต่างๆ และลงมือทำกิจกรรมในแต่ละฐาน  โดยใช้เวลา โดยประมาณ 2 ชั่วโมง

 

 

               ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม  แบ่งออกเป็นโซนอย่างชัดเจน คือ ส่วนของการปลูกผัก ผลไม้ ทำนา เลี้ยงเป็ดไก่ และอีกส่วนคือพื้นที่ฟาร์มเสมือนเป็นห้องเรียนธรรมชาติ และสอดแทรกตามฐานกิจกรรม ไว้สำหรับนักนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ และสัมผัสวิถีเกษตรอินทรีย์

 

               สำหรับในวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชามต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว จะพาลูกจูงหลานแวะเข้ามาร่วมกิจกรรม...นั่งเรือเที่ยวปฐมออร์แกนิกฟาร์ม ไปเรียน-รู้-ดู-ทำ กิจกรรมวิถีเกษตรอินทรีย์  ตัวอย่างเช่น กิจกรรมปลูกผักในเปลือกไข่ แล้วนำกลับบ้าน คนละ 1 ต้น  การเรียนรู้เรื่องประเภทของดิน สาธิตผสมดินปลูก สาธิตการเก็บเมล็ดพันธุ์ สาธิตการเพาะต้นกล้า  การเลี้ยงไส้เดือน  สาธิตการทำน้ำหมัก สาธิตการปลูก โดยทุกกิจกรรมสามารถร่วมสนุก กันได้ทั้งครอบครัว

 

               กิจกรรมนี้ เปิดให้บริการ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 3 รอบ คือ เวลา 10.00 น. / 14.00 น. และ 16.00 น.   อัตราค่าบริการ เด็ก (4-11 ปี) 300 บาท ผู้ใหญ่  400 บาท  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจอีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์  081-3595976

 

 

สืบจากจาน อาหารมาจากไหน

               ข้างต้นคือทริประยะสั้น แต่ถ้ามีเวลามากสักหน่อยแล้วอยากจะท่องเที่ยวและสืบค้นต้นตอของแหล่งผลิตอาหารจริงๆ  ลองเดินทางมา จ.เชียงใหม่ แล้วค้นหาร้านคาเฟ่อินดี้ ที่ชื่อว่า IMM-AIM  (อิ่มเอม) Vegetarian and Bike Café ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถ.สันติธรรม ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่

 

               ร้านนี้มี 2 สามีภรรยา คุณพรหมวิหาร บำรุงถิ่น  และคุณพิมลรัตน์ บำรุงถิ่น และลูกสาววัยน่ารักคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว และที่นี่จะมีกิจกรรม พาผู้บริโภค ได้เห็นถึงมิติและคุณค่าของอาหารอินทรีย์ที่เป็นมากกว่าอาหาร

 

               โอ๋- พรหมวิหาร เคยเป็นช่างภาพและนักเขียนนิตยสารมาแต่เขาเลือกเลือก เรียนรู้เรื่องการพึ่งตนเองในหลายๆ มิติกับ โจน จันใด ที่สวนพันพรรณเชียงใหม่ และเริ่มต้นทำงานส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ให้ชาวบ้าน ส่งเสริมการตลาดเพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกออกไปให้ได้มากที่สุด

 

               เมื่อกลับมาทำร้านของตนเอง ร้านแห่งนี้จึงมีเมนูอาหารซึ่งมีหัวใจสำคัญในการปรุงอาหารแบบไม่ซับซ้อนคือการคงไว้ที่รสชาติอาหารแบบดั้งเดิม ไม่ใช้ผงชูรส และใช้การแปรรูปอาหารน้อยที่สุด (Whole Food) อาหารส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติแบบ Vegan คือไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ในการปรุงอาหาร  นอกจากนี้ยังเน้นใช้วัตถุดิบสด สะอาด ตามฤดูกาล ซึ่งประสบการณ์การทำงานด้านเกษตรอินทรีย์มาก่อนช่วยให้เขาบริหารวัตถุดิบและต้นทุนได้มีประสิทธิภาพกว่าร้านอาหารอื่นๆ

 

 

               สำหรับเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านที่ผู้เขียนได้ลิ้มลองและคิดว่าโดนใจเป็นอย่างมาก อาทิ  เมนูที่ชื่อว่า  ‘ซัลซ่าโมเล่’ ซึ่งเป็นซัลซ่ารสอร่อยจากมะเขือเทศสด เมนู ‘เคซาเดียเห็ดชีส’ หรือพิซซ่าเม็กซิกัน ใช้แป้งตอติญ่าห่อสารพันผักรสเข้มข้นทั้งพริกหวาน เห็ดย่าง ข้าวโพด หอมใหญ่ และชีส สลัดอโวคาโด ซึ่งสดและรสชาติดีตามฤดูกาล

 

สวนพันพรรณ แหล่งเรียนรู้วิถีพึ่งตนเอง

               ถึงตรงนี้เราอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าแล้วร้านอาหารมังสวิรัติแห่งนี้ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวตรงไหน

               คำตอบคือร้านอิ่มเอมนี่เองซึ่งเป็นตัวเชื่อมนำบรรดาลูกค้าที่สนใจ ไปที่ ‘สวนพันพรรณ’  อ. แม่แตง จ. เชียงใหม่ และสวนพันพรรณคือผลผลิตของนักพึ่งพาตัวเองที่ใครๆ ก็คุ้นหูกับชื่อ ‘โจน จันได’ เจ้าของวลี “ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เราทำให้มันยากเอง  ซึ่งถูกเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกอินเทอร์เน็ต

 

               เจ้าของบ้านบอกว่า สวนแห่งนี้คือที่อยู่อาศัยของชุมชนไม่จำกัดเชื้อชาติ เป็นทั้งศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน และสวนฝึกอบรมการอยู่แบบพึ่งตนเอง

 

               เมื่อนั่งพักดื่มน้ำสักพัก ก็ถึงเวลาเดินชมสวนซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหาร ทั้งไว้บริโภคเองและส่งต่อไปยังร้านในตัวเมืองเชียงใหม่

 

 

               โจน จันได บอกว่า ซื้อที่แปลงนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่เดิมเป็นเขาหัวโล้นซึ่งไม่มีต้นไม้สักต้นเลย แต่ค่อยๆ ปลูกผัก เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ จนเติบใหญ่ขึ้น

 

               “ตอนแรกตั้งใจจะอยู่กันแค่ 2-3 คน แต่พออยู่มามีคนเข้ามาเป็นสมาชิกถาวรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ20 คน เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน 20 คน รวมกับอาสาสมัคร 30 คน มีครัวที่เดียว ไม่มีใครทำอาหารที่บ้าน นั่นเพราะพวกเขากินด้วยกัน ทำด้วยกัน ใช้สิ่งของทุกอย่างร่วมกันหมด”

 

               หากใครมีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนคุณก็จะเห็นว่าทุกวันนี้สวนแห่งนี้มีผู้มาแวะเวียนทั้งไทยและต่างชาติไม่ขาดสาย มีทั้งห้องประชุม ที่พัก ห้องน้ำ รับรองคนได้ประมาณ 40 คน อย่างไรก็ดีที่นี้จะใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ ไม่หรูหราและไม่สะดวกสบายมากนัก แต่มั่นใจได้ว่าผู้เข้ามาศึกษาจะได้แรงบันดาลใจในเรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยการเป็นศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ และเก็บเมล็ดพันธุ์แท้ไว้แจกจ่ายให้กับคนทั่วไปที่ต้องการนำไปปลูกต่อกันฟรีๆ

 

               “แต่ละคนที่มาอยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนที่เคยอยู่ในเมืองมาก่อนทั้งนั้น เราก็มาคุยกันว่าแต่ละคนอยากมาเรียนรู้อะไร เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราจะสร้างทางเลือกใหม่ให้กับชีวิตได้อย่างไร ชีวิตที่เรารู้สึกสบาย ง่าย และไม่เครียด ด้วยแนวคิดนี้เลยกลายเป็นที่มาของศูนย์การเรียนรู้เพื่อการอยู่แบบง่ายๆ ที่นี่เราอยู่กันแบบไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไร เพื่อทำลายความเป็นเจ้าของลง”

 

 

               ที่บอกว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไร เพราะที่นี่ไม่มีใครถืออะไรเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ทุกอย่างเป็นของส่วนกลาง และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้โดยที่ไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีผู้นำ ไม่มีหัวหน้า และโจน จันได ย้ำว่า แม้เขาจะเป็นคนบุกเบิกที่ดินผืนนี้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้นับว่าตัวเองมีสิทธิมากกว่าเพื่อนร่วมชุมชนคนอื่นๆ ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของส่วนกลาง ทำงานร่วมกัน บริโภคใช้สอยร่วมกัน มีครัวที่เดียวกัน กินข้าวร่วมกันทุกมื้อ และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่สุด

 

               มากกว่าอาหารปลอดสารพิษ ที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรพึ่งพาตัวเองสำหรับผู้สนใจ

 

               ทั้งน่าจะเป็นคำตอบสำหรับข้อสงสัยที่ว่า ต้นทางอาหารจานโปรดที่เราชอบ (ควร) อยู่ตรงไหน ?

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ