คมชัดลึกออนไลน์ 10 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
วันนี้ในอดีต

25 มี.ค.2509 กำเนิดนักมวยแฝด แชมป์โลกชาวไทยคู่ที่ 2

25 มีนาคม 2563 - 09:30 น.
ชนะ ป เปาอินทร์ สงคราม ป เปาอินทร์,ชนะ ป เปาอินทร์,แชมป์โลก,วันนี้ในอดีต
วันนี้ในอดีต

Shares :
เปิดอ่าน 5,989 ครั้ง

#วันนี้ในอดีต คอลัมน์วาไรตี้ประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่ความทรงจำ


 

 

******************************

 

 

ถ้าพูดถึงแชมป์โลกมวยสากลที่เป็นคู่แฝด คนไทยอาจจะนึกถึง “เขาค้อ” และ “เขาทราย กาแลกซี่” เป็นอันดับแรก


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

หากแต่หลายคนก็ไม่เคยลืมอีกพี่น้องฝาแฝดชาวไทยที่เป็นแชมป์มวลโลกเช่นกัน คือ "ชนะ" และ "สงคราม ป.เปาอินทร์"

 

และเนื่องด้วยที่วันนี้เมื่อ 54 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 25 มีนาคม 2509 คือวันเกิดของพวกเขาทั้งคู่ วันนี้ในอดีตจึงขอนำเรื่องราวและเกียรติประวัติของสองพี่น้องมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

เส้นทางคู่แฝด

 

 

“สงคราม ป.เปาอินทร์” มีชื่อจริงว่า “ค้ำ หมดมา” ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น “สงคราม มหาชนะกุล” มีชื่อเล่นว่า “โท” เกิดที่บ้านสักงอย ตำบลวัดป่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

 

ส่วน "ชนะ ป.เปาอินทร์" มีชื่อจริงว่า “คูณ หมดมา” ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น “นายชินโชติ มหาชนะกุล” มีชื่อเล่นว่า “ทิต”

 

ทั้งคู่เป็นบุตรของ หำ หมดมา (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และทองปาน หมดมา(มหาชนะกุล) สงครามแท้ที่จริงแล้วเป็นพี่ชายของชนะ โดยคลอดก่อน แต่ตามความเชื่อมาแต่โบราณของชาวบ้านที่ว่าฝาแฝดที่คลอดทีหลังจะมีศักดิ์เป็นพี่ สงครามจึงเป็นน้องชายของชนะไปตามความเชื่อนี้

 

มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอีก 4 คน คือ ศรีนาค มหาชนะกุล, สังคม มหาชนะกุล, สงกรานต์ มหาชนะกุล, ธีรดล(สำราญ) มหาชนะกุล

 

เมื่อก่อนครอบครัวหมดมา(มหาชนะกุล) มีฐานะไม่ค่อยจะดีนัก จึงได้ย้ายถิ่นฐานจากบ้านสักงอยไปอยู่บ้านท่าขาม โดยสงครามและชนะเข้าศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านท่าขาม

 

พอมีอายุได้ 8 ปี ครอบครัวก็ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านน้ำหลุม ตำบลบ้านกลาง อำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แต่ฝาแฝดยังคงเรียนอยู่ที่โรงเรียนท่าขามเหมือนเดิม โดยพักอาศัยอยู่กับคุณปู่เจียน คุณย่านาง หมดมา

 

ด้วยความยากจน ฝาแฝดจึงตัดสินใจเดินในเส้นทางมวยเด็ก ขึ้นชกตั้งแต่อายุ 8 ปี ว่ากันว่าทั้งคู่แอบขึ้นชกเองตามงานวัดและตามงานต่างๆ ได้ค่าตัวครั้งแรก 50 บาท

 

จนเมื่อทางบ้านรู้เข้าก็ขอให้เลิก แต่ไม่เป็นผล เพราะความจริงแล้วฝาแฝดชกมวยด้วยใจรัก และอยากแบ่งเบาภาระครอบครัวจริงจัง 

 

ต่อมาทั้งคูจึงออกตระเวนชกมวยเรื่อยมาจนอายุ 10 ปี ได้มีนายตำรวจท่านหนึ่ง คือ ร.ต.ต.ณรงค์ ทรัพย์สง่า (ยศขณะนั้น) ได้เห็นหน่วยก้านและแววนักชกยอดฝีมือ จึงชักชวนให้ไปอยู่ค่ายมวยด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

นั่นก็คือ “ค่ายมวยศักดิ์ชัยณรงค์” ที่อำเภอหล่มสักและขึ้นชกตามเวทีมวยต่างๆ รวมถึงสนามเวทีมวยลุมพินีด้วย

 

มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งทั้งสองขึ้นชกบนเวทีมวยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พอดีกับที่ นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ ซึ่งเป็นโปรโมเตอร์มวยชื่อดังได้พบเข้าูจึงชื่นชอบเป็นอันมาก จึงชักชวนให้มาอยู่ที่ค่าย “ป เปาอินทร์” โดยหมายมั่นว่าจะปั้นให้เป็นแชมป์โลกคู่แฝดอีกคู่เหมือน เขาทราย-เขาค้อ แกแล็กซี่ สองนักชกระดับพระกาฬในอดีต 

 

และเส้นทางจากนั้นของ ชนะและสงคราม ป.เปาอินทร์จึงดำเนินไปในวิถีของแชมปฺ์โลกทั้งคู่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นมวยคู่แฝดแชมป์โลกคู่ที่ 2 ของจังหวัดเพชรบูรณ์

 

อนึ่ง ปัจจุบันทั้งสองได้แขวนนวมและดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับวงการมวยที่เป็นความเชี่ยวชาญ โดยชนะ ป เปาอินทร์ เคยเปิดค่ายมวยอยู่ที่จังหวัดพิจิตร #ชื่อค่ายมวยจ้าวสิงห์ขร ต่อมาหันมาทำกิจการร้านขายข้าวสารอยู่ที่อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 

 

ส่วนสงคราม ป เปาอินทร์ ได้ผันตัวมารับงานเป็นครูฝึกสอนมวยตามค่ายมวยต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

 

เกียรติประวัติสองพี่น้อง

 

ชนะ ป เปาอินทร์  มีสถิติการชกทั้งหมด 61 ครั้ง ชนะ 54 (น็อก 19) เสมอ 3 แพ้ 4 ชนะได้รับฉายาจากแฟนมวยชาวไทยว่า "แชมป์โลกจอมคาถา" เนื่องจากมีรอยสักยันต์ที่กลางหลัง และก่อนชกพี่เลี้ยงจะบริกรรมคาถาให้ทุกครั้งเหมือนการชกมวยไทย

 

ว่าตรงกันว่า ชนะ ป.เปาอินทร์ เป็นนักมวยรูปร่างเล็ก ไม่มีที่เด็ดทีขาดอะไร แต่มีความทรหดและใจสู้ สามารถชกได้ตลอด 12 ยก โดยไม่หมดแรงและต่อไปนี้คือไทม์ไลน์การเป็นแชมป์ของเขา

 

 

 

 

 

แชมป์ประเทศไทยรุ่นมินิฟลายเวต (2531-2535) ชิงแชมป์ วันที่ 19 ตุลาคม 2531 ชนะคะแนน เด็ด ดอนเจดีย์

 

แชมป์โลกรุ่นมินิมัมเวต WBA สมัยที่ 1 (2536-2538) ชิงแชมป์ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2536 ชนะคะแนน ฮิเดยูกิ โอฮาชิ (ญี่ปุ่น) ที่ เมโทรโปลิแตนท์ ยิมกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

ป้องกันครั้งที่ 1 วันที่ 9 พฤษภาคม 2536 ชนะคะแนน การ์โลส มูรีโย (ปานามา) ที่ ศูนย์จิตวิทยาศึกษา จ.อ่างทอง

 

ป้องกันครั้งที่ 2 วันที่ 22 สิงหาคม 2536 ชนะคะแนน รอนนี่ มากราโม (ฟิลิปปินส์) ที่ สนามกีฬากลางจังหวัด จ.สระบุรี

 

ป้องกันครั้งที่ 3 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2536 ชนะน็อก ยก 4 ราฟาเอล ทอร์เรส (สาธารณรัฐโดมินิกัน) ที่ สนามกีฬากลางจังหวัด จ.พิจิตร

 

ป้องกันครั้งที่ 4 วันที่ 26 มีนาคม 2537 ชนะคะแนน การ์โลส มูรีโย (ปานามา) ที่ ชลบุรี

 

ป้องกันครั้งที่ 5 วันที่ 3 กันยายน 2537 ชนะคะแนน กัง คึมยอง (เกาหลีใต้) ที่ ศูนย์กีฬาในร่ม ภายในสนามกีฬากลางจังหวัด จ.พัทลุง

 

ป้องกันครั้งที่ 6 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2537 ชนะคะแนน มานูเอล เฮซุส เฮอร์รีร่า (โดมินิกัน) ที่ หาดใหญ่

 

ป้องกันครั้งที่ 7 วันที่ 28 มกราคม 2538 ชนะคะแนน คิม จินโฮ(เกาหลีใต้) ที่ สนามกีฬานิมิบุตร ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

 

ป้องกันครั้งที่ 8 วันที่ 6 สิงหาคม 2538 ชนะน็อก เออร์เนสโต้ รูบิลลาร์ (ฟิลิปปินส์) ยก 6 ที่ เวทีราชดำเนิน

 

แชมป์โลกรุ่นมินิมัมเวต WBA สมัยที่ 2 (2544) ชิงแชมป์ วันที่ 16 เมษายน 2544 ชนะคะแนน เคอิทาโร โฮชิโน(ญี่ปุ่น) ที่ แปซิฟิกโก โยโกฮามา จ.คานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น

 

 

สงคราม ป เปาอินทร์

 

แชมป์ PABA รุ่นมินิมัมเวท (2540 - 2541) ชิงแชมป์ วันที่ 21 ธ.ค. 2540 ชนะคะแนน แรนดี้ แมนกูบัท (ฟิลิปปินส์) ที่ พระรามเก้า

 

 

 

 

 

 

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1 วันที่ 19 มิถุนายน 2541 ชนะคะแนน ริคกี้ พาลาบรีกา (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.อ่างทอง

 

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 วันที่ 2 ตุลาคม 2541 ชนะคะแนน รูดอลโฟ เฟอร์นานเดซ(ฟิลิปปินส์) ที่ห้องอาหารมูนชาโดว์

 

แชมป์เฉพาะกาลรุ่นมินิมัมเวท WBA (2542)ชิงแชมป์ วันที่ 30 มกราคม 2542 ชนะคะแนน รอนนี่ มากราโม(ฟิลิปปินส์) ที่พัทยา

 

 

***********************************

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ รักษ์บ้านกลาง @หล่มสัก

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ