****************************

 

 

ไม่ต้องเป็นคอศิลปะเท่านั้นที่จะรู้จักศิลปินผู้นี้  เพราะ มีเกลันเจโล หรือที่เรามักรู้จักกันในชื่อ ไมเคิล แองเจโล เขาคนนี้คือศิลปินชื่อก้องโลกผู้ฝากผลงานไว้คู่มวลมนุษยชาติจนอจพูดได้ว่านี่คืออมตะเทพ ผู้เป็นทั้งประติมากร จิตรกร และสถาปนิกคนสำคัญแห่งยุคเรอเนสซองส์  ก็ว่าได้

 

และวันนี้เมื่อ 456 ปีก่อน คือวันที่ ไมเคิล แองเจโล ได้สิ้นลมจากไปในวัยชรา 90 ปี พิสูจน์ว่าบางครั้งชีวิตแม้จะยืนยาวคู่งานศิลป์ แต่ยังไง "ศิลปะ" ก็ยังยืนยาวกว่าชีวิตอยู่ดี ตรงกับคำกล่าวของ ท่าน อ.ศิลป์ พีระศรี โดยแท้

 

อย่างไรเสีย “วันนี้ในอดีต” ขอรำลึกถึงสุดยอดศิลปินผู้นี้อีกครั้ง ด้วยเรื่องราวชีวิตและผลงานของเขาพอสังเขปดังนี้

 

 

 

 

กำเนิดแห่งเทพ

 

ไมเคิล แองเจโล มีชื่อเต็มว่า "มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี" เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2018 ที่หมู่บ้านคาปรีส (ปัจจุบันอยู่ในทัสกานี, อิตาลี) แต่มาสูญเสียมารดาไปแค่ตอนที่ตนเองมีอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น จากนั้นก็อยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

ไมเคิล แองเจโล

 

 

 

สำหรับบิดาของไมเคิล แองเจโลนั้น มีเหมืองหินอ่อนและฟาร์มเล็กๆ อยู่ ดังนั้นเด็กน้อยไมเคิลก็ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กท่ามกลางการตัดแต่งหินอ่อนด้วยสิ่วและค้อนติดตัวตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้

 

ช่วงวัย 13 ปี ไมเคิลไปเรียนภาษาที่เมืองฟลอเรนซ์ แต่ปรากฏว่าเขากลับใช้เวลาไปกับการฝึกคัดลอกภาพเขียนตามโบสถ์ร่วมกับจิตรกรคนอื่น

 

โดยตามประวัติศาสตร์แล้ว ช่วงเวลานั้น เมืองฟลอเรนซ์นับเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะและการศึกษา เต็มไปด้วยประติมากรและจิตรกรชื่อดังมากมาย เป็นแรงบันดาลใจอย่างดีให้กับไอ้หนูไมเคิลคนนี้

 

จนกระทั่งได้ไปเป็นลูกศิษย์ของ โดเมนีโก กีร์ลันดาโย  จิตรกรชื่อดังผู้เชี่ยวชาญในการเขียนภาพปูนเปียก

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

โดเมนีโก กีร์ลันดาโย

 

 

 

ไมเคิลร่ำเรียนกับอาจารย์ผู้นี้ได้เพียงปีเศษ ก็เข้าตาจนถูกส่งไปทำงานที่กับ "ลอเรนโซเดอ เมดิชิ" ผู้ปกครองเมืองฟลอเรนซ์ขณะนั้น

 

แน่นอนระหว่างที่หนูน้อยวัยเพียง 14 ปี ทำงานให้ลอเรนโซเดอ เมดิชิ เขาก็ได้มีผลงานเป็นภาพแกะสลักบนหินอ่อนหลายชิ้น เช่น Madonna of the Steps และ Battle of the Centaurs

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

Madonna of the Steps

 

 

 

 

ทางแห่งความสามารถ

 

 

แต่น่าเสียดายในปี 2035 ลอเรนโซเดอ เมดิชิ เสียชีวิตในวัย 43 ไมเคิล แองเจโล ในวัย 17 จึงจำต้องออกมาดิ้นรนด้วยตนเอง แต่ก็เป็นข้อดีที่เขาได้มีเวลาพัฒนาฝีมือด้านแกะสลัก

 

ไมเคิล ต้องไปรับงานต่างเมือง เช่น เวนิส, โบโลญญา ฯลฯ โดยระหว่างนี้ก็มีผลงานแกะสลักหลายชิ้นอย่าง Crucifix งานแกะสลักไม้ที่ทำให้กับโบสถ์ "ซานโตสปิริโต" ที่เมืองฟลอเรนซ์ 

 

พอราวๆ ปี 2039 ไมเคิลอายุ 21 จึงย้ายไปอยู่ที่กรุงโรมที่ซึ่งในเวลาต่อมา เขาได้สร้างผลงานชิ้นเอกชิ้นแรกในวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น นั่นก็คือ ประติมากรรมรูปสลัก "เดวิด" จากหินอ่อนก้อนมหึมาที่ถูกทิ้งไว้กลางเมืองฟลอเรนซ์เป็นเวลาหลายปี

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

David

 

 

 

ว่ากันว่างานชิ้นนี้เป็นที่ฮือฮาของชาวเมือง เพราะไม่มีใครกล้าพอที่จะแตะต้องมัน จนเมื่อไมเคิลทำได้จึง ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขจรขจายไปทั่วแว่นแคว้น

 

ทั้งนี้ยังมีข้อมูลว่าเดิมทีานแกะสลักหินอ่อนรูปเดวิดเป็นโครงการที่มีคนริเริ่มมาแล้วก่อนหน้านั้นหลายสิบปี แต่ยังไงก็ไม่สำเร็จ บ้างก็ว่าเพราะหินอ่อนชิ้นนี้มีตำหนิและไม่แข็งแรงพอที่จะทำรูปปั้นใหญ่ขนาดนั้นได้

 

แต่บ้างก็ว่าหินก้อนนี้คงรอคอยใครสักคน ซึ่งอาจจะเป็น ไมเคิล แองเจโล นั่นเอง 

 

ที่สุดเขาใช้เวลาราว 4 ปี ระหว่างปี 2044-2047 ทำให้ก้อนหินก้อนนั้นกลายเป็นชายหนุ่มผู้งามสง่า ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้คน และนับเป็นประติมากรรมชิ้นเอกของโลกและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฟลอเรนซ์ตลอดมาถึงปัจจุบัน

 

 

 

 

ยังไปต่อ

 

 

ขณะเดียวกัน ช่วงนั้นไมเคิลยังมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย เช่น Pieta อันโดงดัง เป็นงานประติมากรรมสลัก โดยถูกสั่งทำให้กับพระคาร์ดินัลชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่ง

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

 Pieta

 

 

 

ผลงานชิ้นนี้แสดงร่างกายของพระเยซูบนตักของมารีย์ผู้เป็นมารดาหลังจากการตรึงที่กางเขนหัวเรื่องนี้กำเนิดที่ทางเหนือ

 

จากนั้นไมเคิลยังมี “Madonna and Child” หรือ Madonna of Bruges ซึ่งเป็นรูปพระแม่มารีกับพระเยซูองค์น้อยบนตัก ปัจจุบันอยู่ที่โบสถ์ Church of Our Lady ที่เมือง Bruges ประเทศเบลเยี่ยม

 

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

 

 

 

นอกจากนี้เขายังมีผลงานหินอ่อนแกะสลักอีกมากมาย เช่น Moses, Dying slave, Rebellious Slave ไปจนถึงบรรดารูปแกะสลักจำนวนมากที่ประดับตามโบสถ์และหลุมฝังศพหลายแห่ง

 

รวมไปถึง การเขียนภาพบนเพดานโบสถ์น้อยซิสตีนในปี 2051 บนพื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร ประกอบด้วยภาพกว่า 300 ภาพ โดยทั้งหมดเป็นภาพเขียนปูนปั้น

 

ภาพเขียนบนเพดานโบสถ์น้อยซิสตีนแห่งนี้ไมเคิลแองเจโลใช้เวลาถึง 4 ปี แต่ที่น่าตื่นเต้นยังมีภาพปูนปั้นหลังแท่นบูชาชื่อว่าภาพ The Last Judgement เขาใช้เวลานานถึง 8 ปีในการเขียนภาพนี้

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

The Last Judgement

 

 

 

จนถึงชีวิตบั้นปลาย ไมเคิล แองเจโล มีชีวิตอยู่เพื่องานโดยแท้ เรียกได้วาระยะเวลาถึง 30 ปีในกรุงโรมเขาได้ทำงานศิลปะรับใช้พระสันตะปาปามากถึง 9 พระองค์

 

ทั้งยั้งรับงานออกแบบและสร้างหลุมฝังศพให้กับบุคคลสำคัญในยุคนั้นหลายที่ โดยเฉพาะเฉพาะภาพ "คำพิพากษาครั้งสุดท้าย (The Last Judgment) ซึ่งเขาใช้เวลาในการเขียนภาพขนาดยักษ์นี้นานถึง 6 ปี 

 

 

 

 

หัตถ์เทพเจ้า

 

 

ในวัย 70 ปี เขาได้รับงานชิ้นสำคัญและใหญ่ที่สุดในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง คือการได้รับแต่งตั้งให้เป็นสถาปนิกของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงโรม เพื่อดูแลงานก่อสร้างมหาวิหารอยู่หลายปี

 

จนกระทั่งร่างกายวัยชราเป็นไปตาสังขาร ไมเคิล เริ่มทำงานไม่ไหว จึงออกมาทำงานที่บ้าน โดยส่งภาพวาดที่เขาออกแบบไปให้โฟร์แมนที่ไว้ใจ และใช้เวลาที่บ้านในการแกะสลักชิ้นงานอยู่ที่บ้านจนเกือบถึงวันสุดท้ายของชีวิต

 

ว่ากันว่าไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ในปี 2107 เขายังแกะสลักชิ้นงาน Rondanini Pieta อยู่เลย

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

Rondanini Pieta

 

 

 

ไมเคิล แองเจโล เสียชีวิตที่กรุงโรมเมื่อปี 2107 รวมอายุได้ 90 โดยข้อมุลระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ถึงขนาดกับได้กล่าวว่า "ทรงยินดีบั่นทอนชีวิตของท่านลง เพื่อแลกกับชีวิตของมิเกลันเจโลให้ยืนยาวออกไปอีก"

 

เพราะไม่เพียงผลงานของเขาจะคือหมุดหมายแห่งประวัติศาสตร์อันงดงามของมวลมนุษยชาติ แต่ยังด้วยอุปนิยสัยส่วนตัวที่งามงดอีกด้วย

 

เพราะไมเคิลแองเจโลแม้จะทำงานจนร่ำรวยมหศาล แต่ก็ใช้ชีวิตสมถะ ทั้งยังไม่สนใจการสังสรรค์เฮฮา ด้วยรักสันโดษ แถมยังครองตัวโสดมาตลอด เพราะทุ่มเทชีวิตให้กับงานเท่านั้น

 

 

 

 ปิดฉากชีวิต  'ไมเคิล แองเจโล'  อัจฉริยะศิลปินโลก

 

 

 

ทั้งหมดนี้ สมกับฉายา “The Divine One” ที่หมายถึงเทพเจ้า ที่เขาได้รับยกย่องว่าเป็นศิลปินมือเทวดาที่สร้างสรรค์สุดยอดงานศิลปะได้หมดทั้ง 3 สาขา ประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม แถมยังเป็นกวีที่มีผลงานอีกมากมายหลายร้อยชิ้น

 

หากจะพูดว่าพระเจ้าส่งเขามาเพื่อการณ์นี้ ก็ไม่ผิดแปลก

 

 

******************************