royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
วันนี้ในอดีต

11 ธ.ค.2464 รำลึก 'ครูแจ๋ว' ผู้แต่งทำนองเพลงรักอมตะ'เรือนแพ'

11 ธันวาคม 2562 - 02:00 น.
ครูสง่า อารัมภีร,วันนี้ในอดีต,ครูแจ๋ว,เรือนแพ,น้ำตาแสงใต้
Shares :
เปิดอ่าน 1,728 ครั้ง

98 ปีครูแจ๋ว ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินแห่งดวงใจคนไทย


 

 

*******************************

 

วันนี้เมื่อ 98 ปีก่อน ครูแจ๋ว หรือ สง่า อารัมภีร ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อมาเป็นครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย

 

จากหนังสือประวัติและผลงานของ ครูสง่า อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) ที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ตีพิมพ์ออกเผยแพร่นั้น ระบุรายละเอียดไว้ว่า

 

"นายสง่า อารัมภีร หรือที่รู้จักกันในนามแฝงว่า "แจ๋ว วรจักร" เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เกิดที่ตำบลบางขุนพรหม เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม  2464

 

บิดาชื่อสมบุญ และมารดาชื่อ พิศ ตระกูลฝ่ายบิดามีอาชีพในการทำดอกไม้ไฟ มารดามีอาชีพทำนา 

 

 

 

 

 

เมื่อเกิดมานั้น บิดามารดาเห็นว่าเป็นเด็กที่ชะตาแรง ด้วยความเชื่อถือในเรื่องโหราศาสตร์ จึงยกให้เป็นบุตรบุญธรรม ของ นาวาอากาศเอก ขุนสวัสดิ์ฑิฆัมพร และ นางพิศวง (หรือทรงสอางค์) ฑิฆัมพร ทั้งยังได้เปลี่ยนดวงชะตา มาเป็นคนเกิดวันที่ 13 ธันวาคม 2466 โดยเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตของ นายสง่า อารัมภีร ดีขึ้นด้วยประการทั้งปวง..."

 

 

 

 

ครูแจ๋วใช้ชีวิตอยู่ที่บางขุนพรหม ที่รู้กันดีว่าแถวนั้นเป็นแหล่งกำเนิดของวงดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงมากมาย

 

เข่น วงดนตรีไทยวังบางขุนพรหม ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น โรยชีวิน) หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย) ขุนสนิท บรรเลงการ (จง จิตตเสวี) ซึ่งอยู่ใกล้เคียงละแวกนั้น

 

นอกจากนี้ พ่อและแม่บุญธรรมยังชื่นชอบการดนตรี และการละครอยู่เป็นทุนเดิม ครูแจ๋วจึงเติบโตมาในแวดล้อมของเสียงดนตรีทั้งไทยและเทศเรื่อยมาตั้งแต่วัยเยาว์

 

ตอนแรกครูสง่า อารัมภีร เรียนหนังสือที่โรงเรียนแถวบางขุนพรหม จนเมื่อบิดา มารดา บุญธรรมย้ายไปรับราชการที่ จ.ลพบุรี ก็ใช้วิธีเรียนหนังสือที่บ้าน โดยมีมารดาบุญธรรมเป็นผู้สอน จนสามารถสอบเทียบชั้นมัธยมปีที่ 3 และได้เข้าฝึกงานในหมวดซ่อมของกองบินน้อยที่ 4 โคกกระเทียม

 

ต่อมาได้เข้าเรียนดนตรีในกองดุริยางค์กองทัพอากาศ เป็นศิษย์ของครูโพธิ์ศานติกุล และพระเจนดุริยางค์(ปิติ วาทยกร) เคยรับราชการเป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงของกองดุริยางค์กองทัพอากาศ

 

ด้วยความมานะพยายามฝึกฝนวิชาดนตรีด้วยตนเองจึงสามารถร่วมงานเป็นนักประพันธ์เพลงประกอบการแสดงละครเวทีของคณะละครศิวารมย์

 

ประสบความสำเร็จครั้งแรกเมื่อแต่งเพลง “น้ำตาแสงใต้” ในละครเรื่องพันท้ายนรสิงห์ เมื่อมีอายุเพียง ๒๔ ปี ได้ผลิตผลงานเพลงประกอบการแสดงละครเวที ภาพยนตร์และโทรทัศน์

 

 

 

ภาพจาก http://www.thebookbun.com

 

 

ครูสง่า อารัมภีร เป็นนักประพันธ์เพลงไทยสากลที่มีความสามารถรอบตัวโดยประพันธ์ทั้งบทร้อง ทำนอง แยกเสียงประสาน ควบคุมวงดนตรี สรรหานักร้องที่เหมาะสมกับเพลงที่ประพันธ์ขึ้นนั้น

 

ตลอดจนถึงการบันทึกเสียง ได้ส่งเสริมให้นักร้องจำนวนมากมีชื่อเสียงเด่นดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ เป็นนักเขียนหลายนามปากกา และสามารถรจนาบทร้องเพลงที่เลิศในลักษณะแห่งกวีนิพนธ์

 

ตลอดจนการถ่ายทอดนิพนธ์ของกวีเอก ออกเป็นเพลงไทยสากลได้อย่างแนบเนียน ถึงพร้อมด้วยสุนทรียภาพแห่งดนตรี ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2487 เป็นต้นมา

 

โดยเฉพาะได้แต่งทำนองเพลงอมตะหลายเพลง เพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “น้ำตาแสงไต้” และ “เรือนแพ”

 

เป็นเวลากว่า 45 ปี สร้างสรรค์ผลงานประพันธ์เพลงมากกว่าสองพันเพลง ซึ่งรวมทั้งเพลงประกอบละครและภาพยนตร์กว่า 250 เรื่อง

 

นอกจากงานดนตรี ครูสง่า อารัมภีร ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมนักแต่งเพลงและสมาคมนักแต่งเพลงและสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย

 

ครูสง่า อารัมภีร ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) ประจำปี พุทธศักราช 2531

 

 

 

ภาพจาก http://www.thebookbun.com

 

 

อนึ่ง สำหรับเพลงเรือนแพ นั้น แต่งคำร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ทำนองโดย ครูสง่า อารัมภีร และขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร

 

มีประวัติเล่าว่าเพลงนี้ เป็นเพลงเอกในภาพยนตร์ เรื่องเรือนแพ ของ อัศวินภาพยนตร์ บันทึกเสียงปี พ.ศ. 2504

 

โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล มีรับสั่งกับครูชาลี “ฉันจะให้แกแต่งเพลง เรือนแพ ให้แจ๋วแต่งทำนอง อยากให้คนรุ่นใหม่อย่างแก ใช้อาภรณ์จากธรรมชาติ ใช้อารมณ์จากห้วงน้ำ สร้างอุปรากรงานเพลงที่งดงาม เป็นภาษาดนตรีและภาษาอักษร ใช่เป็นเพลงนำในภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ที่ฉันร่วมงานสร้างกับฮ่องกง”

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลระบุว่า ครูชาลีแต่งตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เพิ่งได้ย่อหน้าแรก พระองค์ชายใหญ่จะเสวยวิสกี้กับครูสง่า และคุยกันเสียเป็นส่วนใหญ่

 

กว่าจะแต่งจบก็ใกล้สว่างพระองค์ทรงพอพระทัย กล่าวชมวรรคที่ 3 ที่ว่า “หลับอยู่ในความรัก” ดีกว่า “หลับอยู่ในความฝัน มันล้ำหน้ากว่ากันเยอะ” แต่ท่อน “หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน” ตอนแรกเป็น “ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน”

 

พระองค์ทรงแนะนำ “ตรงนี้มันง่ายไปนะชาลี คิดใหม่ คิดใหม่ ไปหาคำใหม่มาแทน”

 

ตรัสแล้ว ทรงเข้าไปในห้องน้ำ ครูแจ๋วมองหน้าครูชาลีอย่างเห็นใจ ความหิว ความง่วง บวกกับความน้อยใจ ทำให้ครูชาลีคิดอะไรแวบเข้ามา รีบเขียนเนื้อใหม่เป็น “หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน”

 

เพราะเจ้าตัวหิวจริงๆ เขียนเสร็จรีบลงบันได กลับบ้านทันที (ข้อมูลจากประวัติครูสง่า อารัมภีร นสพ.ผู้จัดการ)

 

ต่อมาครูแจ๋ว ท่านเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2542 ด้วยวัย 78 ปี

 

 

****************************

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

ประวัติของครูสง่า อารัมภีร(1) 5 มิ.ย. 2549 โดย: คีตา พญาไท (ผู้จัดการออนไลน์)

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ