royal coronation
10 ธันวาคม 2562
วันนี้ในอดีต

14 พ.ย.2502 กำเนิด "เดอะตุ๊ก" เพชรฆาตหน้าหยก

14 พฤศจิกายน 2562 - 02:00 น.
ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน,เดอะตุ๊ก,ทีมชาติไทย,วันนี้ในอดีต
Shares :
เปิดอ่าน 2,881 ครั้ง

เส้นทางคนจริง จากความรุ่งเรือง สู่จุดหักเห และการยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

*************************

 

บรรยากาศของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มจี ซึ่งเป็น 2 นัดสำคัญของทีมชาติไทย ในเดือนนี้ นับว่าลุ้นตัวโก่งจริงๆ

 

อย่างวันนี้ 14 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นนัดที่ 4 ทีมชาติไทย บุกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ที่สนามบูกิต จาลิล คนไทยก็ลุ้นสุดๆ

 

ที่ผ่านมานักเตะไทยมีมากมายหลายคนที่นับเป็นดาว แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ต้องบอกว่าเป็นดาวตลอดกาล เป็นตัวจริงเสียงจริงในยุคต้นๆ ที่ทำให้คนไทยหันมาชื่นชอบกีฬาฟุตบอลกันมากมาย

 

เขาคือ "เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน" และวันนี้เมื่อ 60 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน 2502 เป็นวันที่นักฟุตบอลที่ชาวไทยสุดคลั่งคนนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

 

ต้องถามว่านี่เขามีอายุ 60 ปีแล้วหรือนี่เพราะสายตามันค้านว่าไม่ใช่ (ฮา)

 

 

 

เส้นทางดาวรุ่ง

 

ปิยะพงษ์ มีชื่อเดิมว่า เผด็จ ขันเครือ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2502 ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นบุตรของ ร้อยเอกพล กับ นางบุญยิ่ง ผิวอ่อน

 

เดอะตุ๊กจบการศึกษาจากโรงเรียนศรีวิชัยวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

 

เดอะตุ๊กนั้น แทบจะพูดได้เลยว่าพอเริ่มโตก็เล่นฟุตบอลมาตลอด และมีความสามารถทางฟุตบอลสูงจนได้รับโควตานักฟุตบอล ศึกษาต่อที่โรงเรียนจ่าอากาศ

 

 

ภาพจาก https://board.postjung.com/1056773

 

 

อย่างไรก็ดี เส้นทางฟุตบอลเต็มตัว เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในทีมชุดเยาวชนสโมสรฟุตบอลทหารอากาศก่อน จนเมื่อปี 2522 ตอนมีอายุ 20 ปี โชว์ความสามารถจนนำทีมชนะเลิศ ก็สามารถเบียดขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวจริงของทีมทหารอากาศจนได้ และในปี 2523 ก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดในการแข่งขัน

 

ที่สุดด้วยความสามารถที่เกินวัย ทำให้ “กุนซือเทวดา” ประวิทย์ ไชยสาม เรียกเขาไปติดทีมชาติชุดเพรสซิเดนท์ คัพ ที่เกาหลีใต้ เมื่อปี 2524

 

 

ภาพจาก https://board.postjung.com/1056773

 

 

และได้รับการคัดเลือกให้มาเล่นกับทีมชาติไทยต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2524-2540 รวม 17 ปี ระหว่างนั้นก็พาทีมชาติไทย กวาดแชมป์มากมาย ทั้ง คิงส์คัพ และ ซีเกมส์ ฯลฯ

 

 

 

 

เพชรฆาตหน้าหยก

 

 

ที่สุด ด้วยความที่เป็นศูนย์หน้าพรสวรรค์สูง ถึงขนาดที่มีสโมสรอันเดอร์เลชต์ของเบลเยี่ยมต้องการตัวเขาไปร่วมทีมเเละมีการเซ็นสัญญากันเเล้ว

 

เเต่ในวันเดินทางเขากลับเกิดอาการคิดถึงบ้านเเละไม่ยอมเดินทางไปค้าเเข้งที่ยุโรป พลาดโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต

 

 

 

ภาพจากเฟซบุ๊ก เดอะตุ๊ก

 

 

แต่เดอะตุ๊กปิยะพงษ์ของพวกเราก็เปลี่ยนไปสร้างตำนานยิ่งใหญ่เป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ได้ไปค้าแข้งในลีกสูงสุดของเกาหลีใต้แทน (ข่าวจากhttp://www.bostonnofees.com/sbo/21)

 

 

 

ภาพจาก https://pantip.com/topic/13125267

 

 

 

ที่นั่นคือสโมสรลักกี้โกลด์สตาร์ (ปัจจุบันคือเอฟซีโซล) ของ เค-ลีก เกาหลีใต้ ทาบทามไปร่วมทีมช่วงปี 2527-2529 ตอนนั้นเองที่เขาได้โชว์ความเป็นเพชฌฆาตหน้าหยก โดยเฉพาะฤดูกาลในปี 2528 ถือเป็นปีทองของแข้งดังจากนครปฐม ร่วมพลังกับลักกี้โกลด์สตาร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเกาหลีใต้ และยังติดทีมยอดเยี่ยมของซีซั่น รวมทั้งคว้ารางวัลดาวซัลโวและแอสซิสต์มาครอง ด้วยผลงาน 12 ประตู 6 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 21 นัด

 

ต่อมาหลังเล่น เค-ลีกในเกาหลีใต้เป็นเวลา 2 ปี ก็ย้ายไปเล่นในเอ็มลีกของ มาเลเซีย และ ยิงถล่มทลาย 70 เม็ดจาก 61 นัด ก่อนจะกลับมาอยู่กับทหารอากาศอีกครั้งในปี 2532

 

แต่ช่วงนั้น หากจำกันได้หลายคนบอกว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของเดอะตุ๊ก กับข่าวตอนที่เขารับใช้ทีมชาติในซีเกมส์ที่ประเทศมาเลเซียปี 2532 โดยรอบรองชนะเลิศไทยพบกับ มาเลเซียเจ้าถิ่น ซึ่งทีมไทยแพ้มาเลเซีย 0-1

 

ตอนนั้นคนไทยกล่าวหาว่าเดอะตุ๊กล้มบอล เพราะช่วงที่เดอะตุ๊ก หลุดเดี่ยวไปดวลกับผู้รักษาประตู และเป็นจังหวะที่ยิงได้ แต่เขากลับจ่ายให้เพื่อน บอลจึงไหลออกประตูไป

 

 

 

ภาพจาก https://board.postjung.com/1056773

 

 

 

คนไทยที่ผิดหวังจึงพากันเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเดอะตุ๊กกับทีมปาหัง สื่อมวลชน ผู้สังเกตการณ์จึงเชื่อมโยงจนกลายที่เป็นที่มาของข้อกล่าวหาว่า ปิยะพงษ์ ล้มบอล

 

เวลานั้น เดอะตุ๊กต้องมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการสาบานที่วัดพระแก้ว และตัดสินใจประกาศหันหลังให้ทีมชาติไทย จนผ่านไปเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ก็กลับมาคืนรังที่ทีมชาติไทยอีกครั้ง

 

 

 

 

เส้นทางคนจริง

 

อย่างไรก็ดี และฉายาเพชรฆาตหน้าหยกไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะความสามารถล้วนๆ

 

ว่าตรงกันว่าปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นั้นโดดเด่นอย่างมากในการใช้เท้าทั้งสองข้างในการเล่นกับลูกฟุตบอล และสามารถยิงประตูได้ทุกจังหวะ อันเป็นความสามารถเฉพาะตัวอันโดดเด่น

 

รวมแล้วเดอะตุ๊กโกยความสำเร็จมากมาย คว้าแชมป์ซีเกมส์ 5 สมัย คือ2524, 2526, 2528, 2536, 2540 แชมป์คิงส์คัพ 5 สมัย คือ2524, 2525, 2526, 2532, 2535

 

พร้อมกับสถิติเป็นจอมแฮตทริกทีมชาติไทย ถึง 6 ครั้ง และเคยสร้างความฮือฮาด้วยการไขว้ยิงผ่านมือ ปีเตอร์ ชไมเคิล พร้อมสถิติการยิงทั้งหมด 103 ประตู ในทุกรายการ รวมรายการที่ฟีฟ่าไม่ได้รับรอง (ข้อมูลจากฅ.ฅน ลูกหนัง) แต่ยิงประตูในนามทีมชาติชุดใหญ่ในเกมส์ที่ฟีฟ่ารับรองทั้งหมด 15 ประตู

 

 

 

ภาพจากเฟซบุ๊ก เดอะตุ๊ก

 

 

ชีวิตหลังจากนั้น เขามาเป็นผู้ฝึกสอน ทั้งระดับสโมสร ที่สโมสรฟุตบอลทหารอากาศ ในปี 2539 มีผลงานพาทีมเป็นแชมป์ในประเทศได้หลายรายการ อาทิ ฟุตบอลในกีฬากองทัพอากาศ,ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก,ฟุตบอล ไทยแลนด์ เอฟเอ คัพ, ฟุตบอลไทยแลนด์ลีก, เป็นต้น

 

ส่วนการเป็นผู้ฝึกสอนระดับชาติทีมชาติไทย เขาเคยทำช่วงปี 2540- 2547 มีผลงานพาทีมเป็นแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ 18 ปี ฟุตบอลโอลิมปิกฟุตบอลซีเกมส์ และอีกหลายรายการ

 

ยังไง ก็ขอแฮปปี้เบิร์ธเดย์มายังเพชรฆาตหน้าหยกคนนี้ด้วย ขอให้สุขภาพแข็งแรง และมีความสุขมากๆ

 

**************************

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ