royal coronation
วันที่ 23 ตุลาคม 2562
วันนี้ในอดีต

30 ก.ย.2498 เร็วกว่าใจ ไกลเกินฝัน 'เจมส์ ดีน' ร่วงตอนรุ่ง 

วันที่ 30 กันยายน 2562 - 02:00 น.
ฮอลลีวู้ด,เจมส์ ดีน,อุบัติเหตุ,วันนี้ในอดีต,รางวัลออสการ์
Shares :
เปิดอ่าน 45 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 64 ปีก่อน

 

 

นักดูหนังรุ่นเก่าย่อมรู้จักดาราชายที่นับเป็นตำนานคนหนึ่งของอุตสาหกรรมแผ่นฟิล์มอเมริกันเป็นอย่างดี

 

เขาคือ เจมส์ ไบรอน ดีน หรือ  เจมส์ ดีน ชายหนุ่มใบหน้าหล่อร้ายหลายคนเกือบทั้งโลกไม่เคยลืม ด้วยความเป็นสไตล์ไอคอนที่วัยรุ่นแม้ยุคนี้ยังอยากเดินตามรอยแฟชั่นที่โดดเด่นสุดเท่ห์ของเขา

 

 

 

 

แต่น่าเสียดาย ที่บางครั้ง พระเจ้าก็เลือกเก็บดอกไม้ที่สวยที่สุดกลับสวรรค์ไปเร็วนัก เพราะวันนี้เมื่อ 64 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 30 กันยายน 2498 (ค.ศ. 1955) นักแสดงชาวอเมริกันดาราดังขวัญใจวัยรุ่นยุค 50 ผู้กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังสุดๆ

 

ได้มาจากไปก่อนเวลาอันควรจะอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างที่ใครๆ ไม่คาดคิด เหลือเพียงตำนานพระเอกหน้าหล่อผู้มากความสามารถประดับฝาบันเทิงโลก

 

 

 

หนุ่มอินเดียนา

 

เจมส์ ดีน เกิดที่เมืองแมริออน รัฐอินเดียนา เป็นบุตรชายของ “วินตัน ดีน” ช่างเทคนิคทางทันตกรรมกับ “มิลเดรด” ต่อมาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เมืองซานตาโมนิก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย

 

แต่แล้วเมื่อเขาอายุได้ 9 ปีแม่ก็มาจากไปด้วยโรคมะเร็ง ปรากฏว่าพ่อของเจมส์ได้ตัดสินใจส่งเขากลับไปอยู่กับญาติ ซึ่งเป็นลุงกับป้าที่เมืองแฟร์เมาท์รัฐอินเดียนา บ้านเกิด

 

ขณะที่เรียนหนังสือเจมส์ ดีนทำกิจกรรมมากมาย ทั้งการโต้วาทีและเล่นบาสเกตบอล แต่ที่เจมส์ให้ความสนใจมากที่สุด คือ การแสดงละครเว ทีและนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้เจมส์สนใจจะเป็นนักแสดง

 

 

 

 

จนกระทั่งปี 2492 เจมส์ ดีน เรียนจบมัธยม หนุ่มน้อยวัย 18 ปี ก็ได้ย้ายกลับไปอยู่กับพ่อ และแม่เลี้ยงที่แคลิฟอร์เนีย คราวนี้เขาตั้งใจที่จะเข้าศึกษาวิชากฎหมาย ที่ มหาวิทยาลัยซานตาโมนิก้า

 

แต่ดาวย่อมมีที่ไปของตนเอง แน่นอน ที่สุดเขาก็เบนเข็มไปทำในสิ่งที่ตนเองรักจริงๆ โดยการย้ายจากมหาวิทยาลัยซานตาโมนิก้า ไปมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เพื่อเรียนการแสดง ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายว่าทำไมเขาจึงต้องถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน

 

แน่นอน เจมส์ ดีน จึงไม่ได้ไปต่อในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อเขาถูกพ่อตัดหางขนาดนี้ เขาจึงต้องหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองโดยทำงานรับจ้างหลายอย่าง

 

รวมไปถึงการทำงานเป็นเด็กรับรถที่โรงถ่ายของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส จนกระทั่งใบหน้าหล่อเหลาของเขาไปเข้าตาแมวมอง ทำให้ได้มีโอกาสเล่นหนังโฆษณาของโคคา-โคล่า และเป็นตัวประกอบในรายการเกมโชว์อยู่บ้าง

 

แต่ปลายทางแห่งดวงดาวทุกดวงในแดนเสรีอันยิ่งใหญ่ ย่อมไม่หยุดอยู่แค่นั้น และ “นิวยอร์ค” คือแดนสวรรค์ที่นักล่าฝันทุกคนต้องไปเยือน

 

ว่าแล้ว เจมส์ ดีนจึงตัดสินใจออกเดินทางไปนิวยอร์กตามคำแนะนำของเพื่อน

 

 

ดาวฉายแสง

 

เมื่อมาถึงนิวยอร์ก เจมส์ ดีน ได้สมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการแสดงของ “ลี สตราสเบิร์ก” ครูสอนการแสดงที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น

 

ลี สตราสเบิร์ก เจ้าของโรงเรียนก็เห็นแววดาราของเจมส์ ก็เลยรับไว้เป็นศิษย์โดยเก็บค่าเรียนเพียงเล็กน้อย จนกระทั่ง ในยุคช่วงต้นทศวรรษที่ 50 เจมส์ ก็ได้เริ่มมีผลงานการแสดงทางโทรทัศน์เล็กๆ น้อยๆ มากมาย เช่นรายการ Kraft Television Theater, Studio One, Lux Video Theatre และ Robert Montgomery Presents เป็นต้น

 

 

ในห้องเรียนการแสดง

 

 

ต่อมา เจมส์ ดีน ก็เริ่มก้าวเข้าสู่วงการหนังจอใหญ่ โดยเริ่มจากการเป็นตัวประกอบโดยไม่ได้เครดิตในหนังเล็กๆ หลายเรื่อง

 

โดยเฉพาะละครบรอดเวย์เรื่อง The Immoralist (2497) ที่เขารับบทเป็นเด็กหนุ่มเกย์เชื้อสายอาหรับ ซึ่งการแสดงของเขาไปเตะตา เอเลีย คาซาน ผู้กำกับเชื้อสายตุรกีที่เลือกให้เขารับบทนำเป็นเด็กวัยรุ่นมีปัญหาในภาพยนตร์เรื่อง East of Eden (2498)

 

mujl6f  ‘East of Eden’ ที่เขารับบทเป็นตัวละครสำคัญชื่อ ‘คัล แทรกส์’ ได้ทำให้ เจมส์ ดีน โด่งดังทะลุปรอท นอกเหนือจาก ได้รับบทนำในหนังอีกสองเรื่องคือ ‘Rebel Without a Cause’ และ ‘Giant’

 

 

East of Eden

 

 

ทั้งนี้ มีผลงานของเขา เรียบตามลำดับ ดังนี้ Fixed Bayonets (2494) Sailor Beware (2495) Deadline - U.S.A. (2495) Has Anybody Seen My Gal? (2495) Trouble Along the Way (2496) East of Eden (2498) Rebel Without a Cause (2498) และ Giant (2499)

 

ทั้งนี้ บทบาทที่เป็นที่จดจำของดีน มักเป็นการสะท้อนเรื่องราวของปัญหาวัยรุ่นอเมริกัน ทั้ง  East of Eden ก็นำเนอเรื่องราวความผิดแผกจากเพศสภาพ พอมาถึง Rebel Without a Cause ซึ่ง ออกฉายหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งเดือน ก็เป็นเรื่องวัยรุ่นมีปัญหาผู้ปฏิเสธค่านิยมของคนเก่าคนแก่ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการหาเป้าหมายในชีวิต

 

 

Rebel Without a Cause

 

 

จากดาวดวงเล็กๆ กำลังเจิดจ้าฉายแสงเป็นดาวดวงใหม่ที่ใหญ่ และเติบโต ขึ้นทุกๆ วัน เจมส์ ดีน เป็นดาราขวัญใจวัยรุ่นที่ทุกคนหลังใหล มีผลงานที่ทุกคนยอมรับ ค่าตัวในระดับซูเปอร์สตาร์

 

 

 

การเสียชีวิต

 

แต่แล้ววันที่ 30 กันยายน 2498 เจมส์ ดีน และช่างยนต์ของเขา ‘รอล์ฟ วูเทอริช’ ได้ขับรถ Porsche 550 Spyder สีเงินเปิดประทุนคู่ใจของเขา ออกจากเมืองลอสแอนเจลิสเพื่อไปเข้าร่วมงานแข่งรถที่เมืองซาลีน่าส์แคลิฟอร์เนีย

 

แต่ขณะที่เขาขับรถอยู่บนทางหลวงสาย 466 ช่วงเมืองโชเลมแคลิฟอร์เนีย รถจากเลนฝั่งตรงข้าม ซึ่งขับโดยนักศึกษาวัย 23 ปี ชื่อ ‘โดนัลด์ เทิร์นอัพสีด’ ซึ่งไม่ได้สังเกตเห็นรถของเจมส์ ได้เลี้ยวตัดหน้าเลนของเจมส์ เพื่อจะเข้าสู่ทางหลวงสาย 41 ทำให้รถทั้งสองคันประสานงากันอย่างจัง

 

 

จุดเกิดอุบัติเหตุ

 

 

ผลจากอุบัติเหตุจากรายงานของตำรวจที่ประสบเหตุ พบว่าโดนัลด์ เพียงจมูกฟกช้ำและได้รับบาดแผลที่ศีรษะด้านหน้าเล็กน้อย

 

รอล์ฟ วูเทอริช ช่างยนต์ กระเด็นตกจากรถขากรรไกรหัก และได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเล็กน้อย ในขณะที่เจมส์ ดีน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ตำรวจจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจเมื่อเวลา 17.59 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2498 ซึ่งขณะนั้น เจมส์ ดีน มีอายุได้เพียง 24 ปี

 

ทั้งนี้ พระเอกผู้อาภัพ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สองครั้ง สองปีซ้อนจากหนังที่ได้แสดงไว้ คือจากเรื่อง East of Edenในปี ที่เขาเสียชีวิต และ Giant ซึ่งถ่ายทำเสร็จในปีเดียวกัน แต่ออกฉายในถัดมาหลังจากเขาเสียชีวิต 1 ปี

 

ทำให้เขาเป็นเจ้าของหลายสถิติทั้งเป็น 1 ใน 5 นักแสดงในประวัติศาสตร์ออสการ์ที่ได้เข้าชิงรางวัลจากการรับบทนำครั้งแรก และยังเป็นนักแสดงคนแรกของประวัติศาสตร์ออสการ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลหลังจากที่เสียชีวิตแล้ว

 

 

ความเร็วเป็นเหตุ?

 

อย่างที่เล่าไปว่า ดีนผู้ซึ่งทุกคนรู้ว่า เป็นดาราที่รักความเร็ว และชอบเรื่องของการขับรถเป็นอันมาก วันนั้นเขาควบ Porche สีเงินคู่ใจ เพื่อไปร่วมการแข่งขันรถยนตร์ในซาลีนาส (Salinas) ในวันที่ 30 กันยายน 2498  แต่ก็ไปไม่ถึงงานนั้น

 

 

รถคันเก่งที่พาเขากลับดาว

 

 

มีรายงานของนิวยอร์กไทม์ วันที่ 3 ตุลาคม 2498 ว่า กองงานสายตรวจทางหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ออกมาเผยว่า ดีน ได้รับใบสั่งจากการขับรถเร็วเกินกำหนดในย่านเบเคอร์สฟิลด์ 2 ชั่วโมง ก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยเขาขับด้วยความเร็ว 105 กม. ต่อชั่วโมง ในย่านความเร็วจำกัดที่ 72 กม. ต่อชั่วโมง

 

แถมเมื่อ ศาลยืนยันไม่เอาผิดกับคนขับรถฟอร์ด ดีนจึงถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ เพราะอย่างที่รู้ว่าภาพลักษณ์ของดีนนั้น ไปทางขาซิ่งอยู่แล้ว

 

แต่ก็ยังมีคนออกมาแก้ต่างให้เขาหลายครั้ง เช่น  รอน เนลสัน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงวัยเกษียณซึ่งได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและอ้างว่า เมื่อพิจารณาจากซากรถและตำแหน่งของร่างของ ดีน เขาเชื่อว่า ดีน น่าจะขับด้วยความเร็วราว 86 กม. ต่อชั่วโมงเท่านั้น

 

 

 

 

ขณะที่รายงานของเทเลกราฟในปี 2005 อ้างสารคดีของ Channel 5 ของอังกฤษที่ใช้การวิเคราะห์หลักฐานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยสารคดีดังหล่าวให้ความเห็นว่า ดีน น่าจะขับด้วยความเร็วราว 113 กม.ต่อชั่วโมงขณะเกิดเหตุ และเขาน่าจะพยายามเบรกอย่างสุดตัวเพื่อเลี่ยงการปะทะมากกว่าการเร่งความเร็วเพื่อหักหลบหนีอย่างที่มีการสันนิษฐานกัน

 

******************************

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ