royal coronation
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562
วันนี้ในอดีต

13 ก.ย.2535 "ชวน 1" ความหวังเหรียญทองหลังพฤษภาทมิฬ

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 02:00 น.
ชวน หลีกภัย,วันนี้ในอดีต
Shares :
เปิดอ่าน 180 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 27 ปีก่อน

 

******************

 

คนไทยคงยังไม่ลืมเหตุการณ์พฤษภามทมิฬที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 17-24 พฤษภาคมพ.ศ. 2535 กับการออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาลที่มาจากทหาร และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

 

โดยมีแกนนำคือ พล.ตรี จำลอง ศรีเมือง ส่วนรัฐบาลตอนนั้นมี พลเอก สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่นับว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)

 

ที่สุดการเรียกร้องของประชาชนได้รับเสียงตอบรับ แม้จะมีการบาดเจ็บล้มตาย แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ได้ทรงรับสั่งให้ พลเอกสุจินดา คราประยูร และ พลตรีจำลอง ศรีเมืองเข้าเฝ้า

 

ครานั้นทรงพระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

 

ยังผลให้หลังจากนั้นอีก 4 วัน พล.อ.สุจินดา จึงได้ประกาศลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และนายอานันท์ ปันยารชุน ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

 

ก่อนที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งในเวลาต่อมา ซึ่งนับว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญมากที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย

 

และการเลือกตั้งครั้งนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของ  27 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 13 กันยายน 2535

 

 

เลือกตั้งประวัติศาสตร์

 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป วันที่ 13 กันยายน 2535 นับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยครั้งที่ 19 หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า 35/2

 

ผลการเลือกตั้ง “พรรคประชาธิปัตย์” สามารถเอาชนะพรรคชาติไทยไปได้ 2 เสียง ทำให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คนไทยได้ “ชวน หลีกภัย” หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของราชอาณาจักรไทย

 

 

 

 

การเลือกตั้งครั้งนั้นนับการเลือกตั้งครั้งหนึ่งที่ผู้คนตื่นตัวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น นับเป็นการสิ้นสุดของอำนาจเผด็จการทหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(รสช.) ที่เข้ามาด้วยการรัฐประหารในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534

 

ผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถือเป็นพรรคฝ่ายค้านที่คัดค้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอกสุจินดา คราประยูร สมาชิกของคณะ รสช. ที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง ได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนนเสียงที่ได้มาเป็นลำดับที่หนึ่ง ด้วยจำนวน 79 เสียง จึงเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล 

 

การเป็นนายกรัฐมนตรีของ ชวน ในครั้งนั้น ฉลามเขียว คอลัมน์นิสค์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้เขียนในคอลัมน์ชายคาหน้า 3 ว่า

 

“..เป็นผู้เดินทางสายกลาง ไม่ก้าวร้าวรุนแรง ในสถานการณ์ที่ต้องการความสามัคคีในชาติ นายชวนมีความเหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่สุด..”

 

 

ชวน 1 จึงบอกเพื่อน

 

ถ้าใครที่ติดตามชวนจริงๆ จะพบว่าเขานับเป็นคนหนึ่งที่แหวกว่ายจนโผล่ขึ้นเหนือสายน้ำแห่งวิกฤติการณ์เสมอ

 

ที่จริงก่อนจะมีเลือกตั้งหนนี้ คนไทยมีเลือกตั้ง 22 มีนาคม 2535 หรือ 35/1 ที่เกิดขึ้นหลังวิกฤติรัฐประหารมาก่อน วันนั้นประชาธิปัตย์ที่มีหัวหน้าพรรคชื่อชวน สนามกทม. มาไกลแค่ได้ ส.ส.หนุ่มหน้าใหม่คนเดียว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

ท่ามกลางปรากฏการณ์พรรคพลังธรรม พลังผัก ที่ได้เก้าอี้ส.ส. กทม.ท่วมท้น แต่เลือกตั้งจบ ปัญหาไม่จบ เพราะสุดท้าย 5 พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีพรรคสามัคคีธรรมเป็นแกนนำ รวมพลังดันให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากคณะรสช. ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

 

สถานการณ์จึงนำมาสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประท้วงขับไล่รัฐบาลทหาร โดยการนำของ “มหา 5 ขัน” จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมนั่นแหละ

 

 

 

 

 เมื่อวิกฤติผ่าน ประเทศกลับมาเลือกตั้งใหม่ในปีเดียวกัน 13 กันยายน 2535 หรือ 35/2 คราวนี้ประชาธิปัตย์พลิกกลับมาชนะเลือกตั้ง นายหัวชวนของเราขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกอย่างที่เล่าไป

 

บางคนบอก วาทกรรม “จำลองพาคนไปตาย” ที่เป็นกระแสช่วงนั้นมีส่วนอย่างมากที่เกมพลิกได้ขนาดนี้ บางคนบอกเพราะประชาธิปัตย์เป็น 1 ใน 4 “พรรคเทพ” จุดยืนนายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง

 

หากหลายคนบอกน่าจะเป็นเพราะวาทะคมกริบของลุงชวนที่ว่า “ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา” มากกว่า!

 

 

 

เหรียญทองพลิกคว่ำ

 

อย่างที่บอกไปว่าคนไทยช่วงนั้น อินกับการเลือกตั้งมาก เพราะนี่คือการล้มรัฐบาลทหารที่พวกเราไม่ต้องการมาตลอด รัฐบาลชวนจึงกลายเป็นความหวังว่าจะนำพาการเมืองไทยไปได้สวยๆ ไม่ต้องล้มแล้วล้มอีกอย่างที่เคยเป็นมา

 

เห็นได้จากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในทุกภาค ในกรุงเทพมหานคร จาก 1 ที่นั่ง เป็น 9 ที่นั่ง ส่วนภาคกลางได้ 9 ที่นั่งจากที่ไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว

 

ภาคเหนือเพิ่มจาก 5 ที่นั่ง เป็น 8 ที่นั่ง ส่วนภาคอีสานจาก 12 ที่นั่ง เป็น 17 ที่นั่ง ภาคใต้จาก 26 ที่นั่ง กลายเป็น 36 ที่นั่ง

 

ทั้งนี้ ส.ส ทั้ง 79 คนนั้น เป็น ส.ส.เก่า 46 คน และเป็น ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งครั้งแรก 33 คน เมื่อรวมกับการเลือกตั้ง 22 มีนาคม ซึ่งมี ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งครั้งแรก 20 คน

 

หมายความว่า ในการเลือกตั้งสองครั้งในรอบหนึ่งปีที่ชวนนำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้รับการเลือกตั้งครั้งแรกมากถึง 53 คน

 

แต่แล้วรัฐบาลที่เป็นความหวัง กลับถึงกาลจบสิ้น จาก สปก. 4-01 การเร่งรัดปฏิรูปที่ดินเพื่อกระจายสิทธิการถือครองที่ดินให้แก่ ‘เกษตรกรผู้ยากไร้’ ซึ่งระหว่างปี 2536-2537 ได้จัดสรรที่ดินให้เกษตรกร 592,809 ราย ใน 64 จังหวัด โดยรัฐบาลได้โฆษณาว่า “มากที่สุดในประวัติการณ์ซึ่งไม่มีรัฐบาลไหนทำได้มาก่อน”

 

มีข่าวน่าตกใจ ว่าได้แจกที่ดิน สปก.4-01 ให้กับเศรษฐีภูเก็ต 10 ตระกูล ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองด้วย งานนี้ ซึ่งผู้รับผิดชอบคือสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอนนั้น

 

แต่ชวนในฐานะหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแจงเรื่องนี้ด้วยวาทกรรมไม่ว่ารวยหรือจน ถ้าคุณสมบัติเข้าข่ายก็จะได้รับที่ดิน สปก.4-01

 

 

 

 

ฝ่ายค้านจึงผนึกกำลังกันเพื่อลุยเรื่องนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม 16 ที่มีเนวิน ชิดชอบ จากพรรคชาติไทย และไพโรจน์ สุวรรณฉวี จากพรรคชาติพัฒนาเป็นแกนนำ

 

ช่วงนั้นรัฐบาลชวนเเจอวิกฤตความชอบธรรม จนพอถึงเดือนพฤษภาคม 2538 ฝ่ายค้านนำโดยพรรคชาติไทยได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

ชวน หลีกภัย ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 ปิดฉากรัฐบาลชวน 1 โดยยังไม่ครบครบวาระ 4 ปีด้วยซ้ำ

 

แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายวันนี้ ปี 2562 หลังจากที่หลายคนนึกว่าบารมีลุงชวนน่าจะระเหิดหายไปมากแล้ว แต่ด้วยวิกฤติการเมืองไทยรอบนี้ภายใต้เงื่อนไขและละเลงเกมต่อรอง

 

ได้เพพัดทำให้ชวนได้กลับขึ้นมาสูดกลิ่นหอมเดิมๆ ในสภาไทยได้เต็มปอดอีกครั้ง ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ไหมล่ะ!!

 

*************************

เรียบเรียงจาก

วิกิพีเดีย

สถาบันพระปกเกล้า

https://www.the101.world/life-of-chuan-leekpai-2/

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ