royal coronation
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562
วันนี้ในอดีต

12 ก.ย.2502 พบร่าง นวลฉวี "ใบสั่งตาย" จากหมอคนรัก

วันที่ 12 กันยายน 2562 - 02:00 น.
นวลฉวี,วันนี้ในอดีต
Shares :
เปิดอ่าน 3,558 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 60 ปีก่อน!!

 

************************

 

“นวลฉวี” พยาบาลสาว หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2502 แต่แล้ววันนี้เมื่อ 60 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 12 กันยายน ปีเดียวกันนั้น ก็มีพบร่างไร้ลมหายใจของเธอลอยขึ้นอืดเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเช้า

 

แน่นอนคำถามเวลานั้นคือ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แต่คำตอบทั้งหมด คนไทยได้รับรู้แล้วว่า เธอถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดจากกลุ่มคนที่รับค่าจ้างมาจาก “หมออธิป สุญาณเศรษฐกร” คนรักหรือสามีของเธอเอง

 

วันนี้ในอดีต ขอนำผู้อ่านย้อนเรื่องราวของเธออีกครั้ง เพราะมันคือ “รอยรักในรอยเลือด” ที่คนไทยมิเคยลืมทุกครั้งที่นั่งรถขึ้นสะพานนนทบุรี ที่หลายคนยังเรียกว่า สะพานนวลฉวี!!

 

 

 

ชีวิตที่สมบูรณ์

 

นวลฉวี เพชรรุ่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2475 ที่ตำบลเชียงงา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรีในจำนวนพี่น้อง 10 คน

 

 

 

 

ครอบครัวของเธอจัดว่ามีฐานะมั่นคงพอสมควร ว่ากันว่า บ้านของเธอมีที่นาให้คนอื่นเช่า และลูกๆ ทั้งหมดทุกคน ก็ได้รับการศึกษาอย่างดี มีการงานเป็นที่นับหน้าถือตา

 

เช่นเดียวกับ “นวลฉวี” บุตรสาวคนหนึ่ง ผู้ซึ่งแม้ไม่สวยโดดเด่น แต่ก็จัดว่าพอใช้ได้ ข้อมูลหลายแหล่งระบุตรงกันว่า เธอเป็นคนมีเสน่ห์ ร่าเริง ช่างพุดช่างคุยและมีชีวิตชีวา

 

ที่สำคัญ คือเป็นคนเก่ง หัวดี สามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลที่ศิริราชพยาบาล และจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2497 ได้

 

ช่วงแรกนวลฉวีทำงานที่โรงพยาบาลภูมิพล กรุงเทพ แต่จะด้วยความเก่งของเธอ ปรากฏว่าทำได้ประมาณปีเศษก็ลาออก เพราะไปมีเรื่องกับคนในโรงพยาบาล

 

ต่อมานวลฉวีย้ายมาเป็นนางพยาบาลที่เมืองบ้านหมี่ จ.ลพบุรี ประมาณ 1 ปี แล้วย้ายไปทำงานในสถานพยาบาลยาสูบในปี พ.ศ.2501 โดยอาศัยพักอยู่ในโรงพยาบาลยาสูบ

 

ปีนั้นนวลฉวีในวัยสาวเปล่งปลั่ง ได้เดินทางท่องเที่ยวทางเหนือกับเพื่อนชื่อ “โมทนี” และโชคละตาของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อได้พบรักกับ หมออธิป สุญาณเศรษฐกร

 

 

แรกรักหวานชื่น

 

ด้วยความที่ หมออธิป เป็นหนุ่มกรุงเทพ (โดยพื้นเพเป็นคนในฉะเชิงเทรา) บิดามารดาเป็นข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ แต่เมื่อรวมกับความหน้าตาค่อนข้างดี ใจเย็น และฉลาดเฉลียว หญิงสาวอย่างนวลฉวีก็หลงรักได้ไม่ยาก

 

หมออธิป เรียนเตรียมวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบเมื่อปี 2494 ต่อมาปี 2500 ก็มาจบที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

 

 

 

 

และได้รับหมายเกณฑ์เข้าประจำสำรองราชการ กรมกำลังพลทหารอากาศ ได้รับตำแหน่ง ว่าที่เรืออากาศโท และเข้ารับราชการเป็นนายแพทย์อยู่โรงพยาบาลรถไฟ

 

และช่วงปี 2501 นั่นเองที่หมออธิป ย้ายไปเป็นแพทย์รถไฟ หัวหน้าเขต 4 จังหวัดลำปาง ซึ่งที่นั่นเองที่ทำให้เขาและนวลฉวีได้พบกัน เพราะหมอหนุ่มรับหน้าที่นำเที่ยวพานวลฉวีและเพื่อนหญิงเที่ยวในลำปาง ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้น นวลฉวีกับเพื่อนก็ต้องแยกย้ายกับคุณหมอ เพื่อเดินทางไปที่เชียงใหม่ต่อ

 

อย่างที่เกริ่นไปว่านวลฉวีเองก็เป็นคนน่ารักเอาอกเอาใจ ทั้งคู่จึงค่อยๆ พัฒนาความรักที่ก่อตัวไว้ช่วงเที่ยวลำปาง นำมาสู่การติดต่อกันทางจดหมาย

 

จนเวลาผ่านไป 6 เดือน หมออธิปย้ายกลับโรงพยาบาลดังเดิม เขาก็ไม่รอช้าที่จะติดต่อนวลฉวี และมีความสัมพันธ์กันในที่สุด

 

 

รักซ้อนซ่อนคน

 

ปรากฏว่า เหมือนชะตาฟ้าลิขิต อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงอีกคนผ่านเข้ามาในชีวิต เธอคือนักศึกษาสาวแห่งมหาวิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆ และยังเป็นเพื่อนในวัยเด็กของหมออธิป

 

แต่ความสวยของสาวคนนี้เป็นที่ถูกใจหมออธิปเป็นอันมาก หากช่วงนั้นหมออธิปงานยุ่งจนไม่มีเวลาให้นวลฉวี เขาสอบชิงทุนได้ที่เยอรมัน จึงต้องไปเรียนภาษาเยอรมันที่เลขาทูต ทำให้เวลาที่หมอได้เจอนวลฉวียิ่งหดหายไป

 

แต่นวลฉวี ก็ได้เริ่มระแคระคาย ถึงความเปลี่ยนแปลงของความรักระหว่างเธอและหมออธิป และมีความหึงหวงหมออธิปเป็นอันมาก

 

ช่วงนั้นพูดได้เลยว่า นวลฉวีตามหมออธิปชนิดเป็นเงาตามตัว จนกระทั่งวันที่ 11 มีนาคม 2502 หมออธิปจึงยอมจดทะเบียนสมรสกับนวลฉวี ที่เขตยานนาวา

 

มีข้อมูลระบุคำกล่าวของหมออธิปภายหลังว่า “ที่จริงผมไม่อยากจดทะเบียนกับเธอหรอก เพราะไรเหรอ มันก็พูดยาก หลายเรื่องบอกไม่ถูก คือเขาชอบตามผมทุกวัน ทุกคืน งานการเขาก็ไม่ทำ มานั่งเฝ้า ผมรำคาญสุดๆ ผมไม่อยากจดหรอก แต่จดก็จด อยากให้จดก็จดไป จะได้ตัดปัญหาซะที”

 

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ปราปฏว่า วันที่ 17 มีนาคม 2502 หมออธิปยังได้จดทะเบียนสมรสกับเพื่อนหญิงคนที่เข้ามาในชีวิตอีกคนที่อำเภอพระเนตร

 

เรื่องนี้จึงกลายเป็นการจดทะเบียนซ้อน โดยหมอต้นเรื่องเล่าว่าที่ต้องจดกับคนนี้ด้วย เพราะเมื่อทางนี้รู้ก็ไม่ยอม การจดทะเบียนก็เพื่อปิดปากเบอร์สองไม่ให้แพร่งพรายความรักลับๆ ของทั้งคู่

 

ที่สุดจากความรำคาญของฝ่ายหนึ่ง ที่ช่างตื้อ ช่างตาม ขณะที่อีกฝ่ายก็ผิดหวังในความรัก แต่ยังไม่อยากยอมแพ้ เรื่องราวเลยดูเหมือนว่าทั้งคู่จะหลงลืมความรักที่มีให้กันอย่างร้อนแรงไปแล้วในวันเก่า

 

 

รักกลายแค้น

 

เวลานั้น นวลฉวีมีแต่ความคิดที่จะเอาชนะ ทั้งการหาเรื่องทะเลาะกับหมออธิป ไปจนถึงการบอกครอบครัวว่าจะแต่งงานกัน เป็นการมัดมือชกหมออธิปอย่างมาก

 

จนราวเดือนมิถุนายน 2502 นวลฉวีพบหมออธิปอยู่กับผู้หญิงในโรงพยาบาลรถไฟ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นอย่างหนัก และพยายามที่จะย้ายเข้าบ้านของหมออธิป แต่ไม่สำเร็จเพราะครอบครัวไม่ต้อนรับ

 

หลายคนบอกแน่นอนล่ะ เพราะเวลานั้นเลือดความแค้นมีอยู่เต็มหน้าพยาบาลสาวคนนี้

 

เหตุการณ์ครั้งนั้น นวลฉวีได้เขียนบันทึกไว้ ซึ่งภายหลังสมุดนี้กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ใช้สืบหาตัวฆาตกรที่ก่อคดีฆ่าเธอได้ ปัจจุบันหลักฐานนี้อยู่ในการดูแลของห้องพิพิธภัณฑ์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช

 

เธอเขียนถึงเหตุการณ์วันที่  13 กรกฎาคม 2502 ว่า “ดิฉันพบนายแพทย์อธิป สามีฉันที่โรงพยาบาลรถไฟ จากนั้นก็คุยเรื่องปัญหาชีวิตของเราทั้งสอง....”

 

ในบันทึกระบุว่าวันนั้นเธอถูกหอมอธิปต่อยไปที่ใบหน้าอย่างจัง จนเธอต้องไปแจ้งความไว้กับตำรวจ

 

ช่วงนั้นมีบันทึกว่า หมออธิปไม่เป็นอันทำงาน เพราะเจอแต่ปัญหาทั้งจากแฟนสาวอีกคน และ ครอบครัวของนวลฉวี หน้าที่การงานในราชการจึงถูกผู้ใหญ่เพ่งเล็งตำหนิ

 

ต่อมา วันที่ 22 กรกฎาคม 2502 นวลฉวีทำหนังสือร้องเรียนให้สารวัตฝ่ายสืบสวนว่า หมออธิปไม่ทำตามทัณฑ์บนที่เคยให้ไว้ นอกจากนั้นยังทำทารุณกับเธออีก ทำร้ายร่างกายเธอ โดยดึงสะโพกไปกระแทกกับก๊อกน้ำและเลือดไหล ความเจ็บปวดสุดจะบรรยาย จึงอยากขอให้พิจารณาดำเนินคดีใหม่อีกครั้ง

 

 

จุดจบที่เจ้าพระยา

 

ที่สุด ในขณะที่เรารู้แล้วว่า สุดท้ายแล้วนวลฉวีไม่เคยสมหวังในความรัก แม้จนตัวตาย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่เธอจะถูกฆาตกรรม ฉากหน้าคือความพยายามที่จะไกล่เกลี่ย ตกลงกันให้ได้ระหว่างคนทั้งคู่

 

แต่ฉากหลังคือการเตรียมการวางแผนฆ่าหญิงคนรักที่หมออธิปได้พูดคุยไว้กับคนกลุ่มหนึ่ง

 

โดยวันที่ 1 กันยายน 2502 หมออธิปและนวลฉวี เข้าพบสารวัตรใหญ่ที่พญาไท ขอให้ระงับคดีทำร้ายร่างกาย จากนั้นทั้งคู่รับประทานอาหารที่โรงหนังคิงส์แล้วแยกย้ายกันกลับ

 

9 กันยายน 2502 นวลฉวีไปไหว้พระ และดูดวง พระทำนายไว้ว่า “ต่อไปนี้ดวงชะตาจะดีแล้ว!” ซึ่งเรื่องราวก็น่าจะเป็นตมคำพระบอก เพราะหลังจากนั้นหมออธิปเข้าพบนวลฉวีและที่ปรึกษาที่ชื่อ “ธวัช” ทั้งหมดมีการพูดจาเรื่องเรือนหอของเขาสองคน

 

ช่วงคืนวันนั้น หมออธิปดูคนไข้อยู่นานจนถึงเที่ยงคืน ก่อนที่จะไปส่งนวลฉวีกลับที่พัก

 

กระทั่งวันที่ 10 กันยายน เธอได้โทรศัพท์ถึงธวัช บอกว่าเมื่อคืนตอนที่หมออธิปส่งเธอกลับที่โรงพยาบาลยาสูบ ได้มีการทะเลาะกัน เธอบอกว่ารายละเอียดจะคุยให้ฟังตอนเย็น ถ้าเลิกงานแล้วให้ไปพบที่โรงพยาบาลยาสูบ

 

แต่เย็นวันนั้น นายธวัช่ไม่พบนวลฉวี รปภ.ที่โรงพยาบาลยาสูบ บอกว่า เห็นเธอแต่งตัวออกไปข้างนอกนานแล้ว หลังจากนั้นไม่มีใครได้พบนวลฉวีที่มีชีวิตอีกเลย

 

 

 

 

จนกระทั่งมาพบร่างไร้ลมหายใจของเธอเมื่อวันนี้ของ 60 ปีที่แล้ว ในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งร่างของเธอถูกโยนลงมาจากสะพานนทบุรี ตรงตามคำพระที่ว่านวลฉวีจะไม่ต้องวุ่นวายกับชีวิตอีกแล้ว

 

ศพของนวลฉวี ลอยน้ำทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดนนทบุรี สภาพศพขึ้นอืด มือพาดอก สวมเสื้อสีฟ้าอ่อนแขนกุด และสวมกระโปรงสีดำ พบหลักฐานเป็นนาฬิกาเรือนทองยี่ห้อโอเมก้าและแหวนลงยาสลักสกุลรามเดชะ

 

การชันสูตรพลิกศพพบว่าผู้ตายถูกแทงที่ชายโครงซ้าย 1 แผล ชายโครงขวา 2 แผล โลหิตตกใน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าหญิงสาวผู้ตายคือ นวลฉวี สุญาณเศรษฐกร พยาบาลสาวสถานพยาบาลโรงงานยาสูบ และเป็นภรรยาของนายแพทย์อธิป สุญาณเศรษฐกร แพทย์โรงพยาบาลรถไฟ

 

จากนั้นเรื่องราวรักในรอยเลือดหนนั้น ก็จะมีก็แต่คนข้างหลังอย่างหมออธิปนี่แหละ ที่ต้องประสบพบเจอเรื่องราวทุกข์แสนสาหัส ซึ่งคอลัมน์วันนี้ในอดีตจักได้นำเสนอในโอกาสต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ