ข่าว

ทำความรู้จัก "โค้ชอ๊อต" พาวอลเลย์บอลหญิง ทีมชาติไทย ไปโอลิมปิกครั้งแรก

ทำความรู้จัก "โค้ชอ๊อต" พาวอลเลย์บอลหญิง ทีมชาติไทย ไปโอลิมปิกครั้งแรก

30 ส.ค. 2569

ทำความรู้จัก "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน พาวอลเลย์บอลหญิง "ทีมชาติไทย" ไปโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ภายหลังวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ทำผลงานยอดเยี่ยม เอาชนะ ทีมชาติจีน 3-2 เซต คว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ พร้อมคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และยังได้ตั๋วไปลุยศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ที่สหรัฐอเมริกา และ แคนาดา อีกด้วย

 

โดยเบื้องหลังความสำเร็จ "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน ถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความยินดี พร้อมเปิดใจว่า "เป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่ชนะได้ และได้ไปโอลิมปิก ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน ขอบคุณทุกคน ที่ทำให้ฝันเป็นจริง รู้สึกมีความสุขมากๆ ขอให้จีน โชคดีกับทัวร์นาเมนต์หลังจากนี้"
 

 

เปิดประวัติ "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร

 

จ่าอากาศเอก เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 ชื่อเล่น "อ๊อต" ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จบจากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยรุ่นที่ 80 จบปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 

โค้ชอ๊อต เดินตามรอยคุณพ่อ ไสว รัชตเกรียงไกร (อดีตนักวอลเลย์บอลนครราชสีมา) เริ่มเล่นวอลเลย์บอลครั้งแรก ตั้งแต่อายุ 14 ปี และติดทีมชาติชุดใหญ่ตอนอายุ 17 ปี
 

ผลงานสำคัญๆ สมัยเล่นให้กับทีมชาติไทย เริ่มจากสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองครั้งแรกในรอบ 26 ปี ศึกซีเกมส์ 1985 จากนั้นปี 1995 คว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้อีก 1 สมัย เหรียญเงินซีเกมส์ 3 สมัย ปี 1991, 1993, 1997 เหรียญทองแดงซีเกมส์ 2 สมัย ปี 1987, 1989
 

นอกจากนี้ยังแข่งขันในรายการ เอเชียนเกมส์ 3 สมัย (ปี 1990, 1994, 1998) และปิดฉากการเป็นนักกีฬาด้วยการพาทีมชายไทยไปแข่งชิงแชมป์โลก ปี 1998 ในฐานะตัวแทนทวีปเอเชีย

 

โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน
 

ด้าน งานผู้ฝึกสอน โค้ชอ๊อตเคยคุมทีมวอลเลย์บอลชายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงที่เป็นนิสิต หลังจากนั้นก็ทำทีมวอลเลย์บอลชายอีกหลายทีม ก่อนที่จะมาเริ่มต้นเปิดตำนานทีมวอลเลย์บอลหญิงยุคดรีมทีม 2001 โดยมีจุดมุ่งหมายสร้างทีมวอลเลย์บอลหญิงชุดเล็ก เพื่อดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ ทดแทนรุ่นพี่ตัวสำคัญ เช่น ปริม อินทวงศ์, มาลินี คงทัน, บุษบรรณ พระแสงแก้ว, แอนณา ไภยจินดา ฯลฯ ที่เตรียมตัวจะปลดระวางไปตามวัยในอีกไม่นานนัก
 

ปี 2541 โค้ชอ๊อต ได้รับงานผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงชุดใหญ่ครั้งแรก พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์พาทีมเข้าไปเล่นรายการเวิลด์แชมเปียนชิพสำเร็จ ก่อนที่จะจบอันดับที่ 15 ต่อมาในปี 2543 โค้ชอ๊อตก็พาทีมไทยไปลุยศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ได้เป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นไทยก็เป็นทีมขาประจำที่ได้ลุยศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ มาโดยตลอด ยกเว้นปี 2007 (พ.ศ.2550) เนื่องจากไทยเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยโลก
 

พ.ศ. 2552 พาทีมวอลเลย์บอลหญิงคว้าแชมป์ชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 15 โดยการโค่นจีน ซึ่งอยู่ในอันดับ 4 ของโลก ในขณะนั้นได้สำเร็จ
 

พ.ศ. 2554 พาทีมหญิงไทย คว้าอันดับ 6 เวิลด์กรังปรี ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และคว้าอันดับ 4 ในรายการชิงแชมป์เอเชีย
 

พ.ศ. 2555 พาทีมหญิงไทย คว้าอันดับ 4 เวิลด์กรังปรี ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และคว้าอันดับ 1 ในรายการชิงแชมป์เอเชียนคัพ
 

พ.ศ. 2556 พาทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย คว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2013 โดยการชนะทีมชาติญี่ปุ่นซึ่งเป็นทีมอันดับ 3 ของโลก และเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกครั้งที่ 30 ไป 3-0 เซต
 

พ.ศ. 2567 โค้ชอ๊อต ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ประธานเทคนิค สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เพื่อรับผิดชอบผลงาน วอลเลย์บอลหญิงไทย หลังแพ้ 4 นัดรวด ในศึก วอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2024 สนามแรก แต่สมาคมวอลเลย์บอลฯ ระงับใบลาออก
 

พ.ศ. 2569 พาทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย คว้าแชมป์ SEA V Cup 2026 ได้สำเร็จทั้งเลก 1 และเลก 2
 

30 ส.ค. 2569 พาทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย คว้าแชมป์เอเชีย สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ พร้อมคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน