ข่าว

สว.พิสัณห์ ประสานเสียงคนวงการ ติงลงโทษสตาฟ 'ทีมชาติไทย' สุดหน่อมแน้ม

อดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย สว. พิสัณห์ จุลดิลก ฟาดแรงบทลงโทษของสมาคมฯ ต่อสตาฟ "ทีมชาติไทย" ชุดซีเกมส์ ด้วยการพักงาน 1 ปี เบาไป ขณะที่ "ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์" ชี้คนทำหน้าที่ควรคำนึงถึงบทบาทตัวแทนประเทศไทย ผจก.ทีมสมุทรสาครซิตี้ ชื่นชมสปิริต "บิ๊กหยิม"

พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก อดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในยุคแรกเริ่มของ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ทำหน้าที่บริหารงานสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ต่อการออกบทลงโทษของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศ ซึ่งมีต่อโค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทย  เจ้าหน้าที่ทีม "ทีมชาติไทย" ชุดรองแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ ที่ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย -  ทีมชาติอินโดนีเซีย  โดยระบุว่าบทลงโทษจากเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยการพักงาน 1 ปี เบาไป ทั้งที่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกไปหารือในวงการฟุตบอลระดับอาเซียนและเอเชีย

 

 

 

พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก อดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย  ปัจจุบันทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ให้สัมภาษณ์กับ "คมชัดลึก" ว่า   การออกบทลงโทษของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยผู้ทำหน้าที่โค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ,  เจ้าหน้าที่ทีม 2 ราย และนักฟุตบอลทีมชาติไทย 2  ราย แบ่งเป็นการลงโทษสตาฟทีมชาติไทย ด้วยการพักงานหรือยุติการทำหน้าที่ให้ "ทีมชาติไทย " เป็นเวลา 1 ปี  และพักงานในส่วนนักฟุตบอล 2  ราย เป็นเวลา  6  เดือน  มองว่าการลงโทษดังกล่าว  เป็นเรื่องที่เบาเกินไป  โดยเฉพาะการบังคับใช้บทลงโทษ ที่มีต่อสตาฟทีมชาติไทย   

 

 

   

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ประกาศบทลงโทษ เจ้าหน้าที่ทีมของทีมชาติไทย และนักกีฬา   จากเหตุการณ์ทะลาะวิวาท ในการแข่งขันฟุตบอล ชายซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2023 นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา  ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา  ทั้งนี้ คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธาน ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.  และเสร็จสิ้น วันที่ 22 พ.ค.

 

 

 

มีความเห็นเป็นเอกฉันท์  ประสบโชค โชคเหมาะ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู, มายีด หมัดอะด้ำ เจ้าหน้าที่ทีม, ภัทราวุธ วงษ์ศรีเผือก เจ้าหน้าที่ทีม ซึ่งโดยตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาฟุตบอล หรือ ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามความรับผิดชอบในทีมฟุตบอลแล้ว ด้วยความรู้ ประสบการณ์ วัยวุฒิ คุณวุฒิ และวุฒิภาวะ จะต้องมีหน้าที่ ควบคุมกำกับดูแล พฤติกรรมความประพฤติของนักกีฬาฟุตบอลด้วย  หาใช่เป็นผู้นำในการกระทำผิด หรือ เข้าร่วมในการกระทำผิดเสียเองเช่นกรณีนี้ เห็ควรลงโทษ  "พักการปฏิบัติหน้าที่ในนามทีมชาติไทยทุกชุด เป็นเวลา 1 ปี"

 

 

 

ส่วน โสภณวิชญ์ รักญาติ นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ในตำแหน่งผู้รักษาประตู และธีรภักดิ์ เปรื่องนา ผู้เล่นสำรองทีมชาติไทยหมายเลข 18  โสภณวิชญ์ฯ อายุ 22 ปี และ  ธีรภักดิ์ฯ อายุ 21 ปี มีเหตุอันควรปรานี เห็นควรลงโทษ   "พักการปฏิบัติหน้าที่ "(เข้าร่วมแข่งขัน) ในนามทีมชาติไทยทุกชุด เป็นเวลา 6 เดือน     "ในความรู้สึกผม บทลงโทษนี่หน่อมแน้มมาก  กับ   พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานสอบสวน ผมเองก็รู้จักคุ้นเคยกันดี  แต่ก็ต้องขอวิจารณ์แบบตรงไป ตรงมาว่า การลงโทษที่ออกมาว่ามันเบาไป มันอ่อนไป ทั้งที่เรื่องนี้   สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน ( AFF)    และสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย  ( AFC)  เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่การลงโทษของไทยอ่อนมาก "   เขา กล่าว 

 

 

ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลในลีกอาชีพ ปัจจุบันทำหน้าที่วิทยากรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาโค้ชฟุตบอล  ให้สัมภาษณ์กับ " คมชัดลึก" ว่า  เห็นด้วยกับเสียงท้วงติง ต่อการประกาศบทลงโทษต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับสตาฟทีมชาติไทย ในทางปฏิบัติแล้วเห็นว่าควรที่จะยุติการทำงานให้กับทีมชาติไทย หรือตัดขาดกับทีมชาติไทยไปเลย โดยการทำงานนั้นผู้ที่มีรายชื่อดังกล่าว ยังสามารถทำงานให้กับสโมสรฟุตบอลโดยทั่วไปได้ แต่กับทีมชาติไทย ไม่ควรที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป  เพราะความผิดครั้งนี้ไม่ใช้ความผิดเฉพาะตัวบุคคล   แต่ผลจากการแสดงออกนั้นกระทบมาถึงชื่อเสียงของประเทศไทย เข้าใจดีว่าบรรยากาศในสนามกดดัน มีการสร้างความรู้สึกในแบบที่ท้าทายกันไป - มา แต่เรื่องพวกนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องนิ่งและมีสมาธิกับภารกิจ ไม่ควรจะเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง  เพราะผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือชื่อเสียงของประเทศชาติ  ที่เกิดภาพในด้านลบ

 

 

สุพจน์ งดงาม  ผู้จัดการทีมสมุทรสาครซิตี้  สโมสรฟุตบอลในลีกอาชีพ ระดับไทยลีก 3  ให้สัมภาษณ์ "คมชัดลึก " ว่า  ชื่นชมต่อการแสดงความรับผิดชอบของ ยุทธนา หยิมการุณ ผู้อำนวยการฟุตบอลทีมชาติไทย ( บิ๊กหยิม )ที่แสดงความประสงค์ลาออกจากตำแหน่ง " ผู้อำนวยการทีมชาติไทย "  เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากตั้งคำถามมากกว่าก็คือ ในส่วนของ อิสสระ  ศรีทะโร  หัวหน้าผู้สอนทีมชาติไทย ชุดนี้จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เพราะในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน และมีความเกี่ยวพันกับทุกฝ่าย ทั้งสตาฟทีมงานและนักกีฬา  การนิ่งเฉยท่ามกลางการประกาศลาออกของผู้อำนวยการทีมชาติไทย หรือการประกาศบทลงโทษต่อผู้เกี่ยวข้อง ในขณะที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน ไม่แสดงท่าทีใด ๆ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น การเลือกที่จะกล่าวคำว่าขอโทษเห็นว่าง่ายไป หากเทียบกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ 

 

สว.พิสัณห์ ประสานเสียงคนวงการ ติงลงโทษสตาฟ \'ทีมชาติไทย\' สุดหน่อมแน้ม

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศบทลงโทษผู้เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชายซีเกมส์ ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินโดนีเซีย

 

ข่าวยอดนิยม