ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2 เมื่อคืนวันอังคารที่ 10 มีนาคม   “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ของอังกฤษ บุกไปแพ้ แอร์เบ ไลป์ซิก ตัวแทนจากบุนเดสลีกา 0-3 รวมผล 2 นัด ทีมจากเยอรมนีเข้ารอบด้วยประตูรวม 4-0

 

 

 

หลังจบเกม มูรินโญ กล่าวว่า “เราทุกคนต่างมุ่งมั่น แม้จะทราบดีว่าสถานการณ์มันไม่ง่าย คู่ต่อสู้นั้นแข็งแกร่งมากทีเดียว”

 

 

"ช่วงเวลาแบบนี้การลุ้นทำประตูเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับเรา เราผิดพลาดกัน 1-2 จังหวะ แต่นั่นนำมาซึ่งผลลัพธ์ คือการเสียประตู ตรงนี้ยิ่งทำให้ทีมเจอปัญหายากขึ้นกว่าเดิม ความฟิตคู่แข่งเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ แนวรับพวกเขาหยุดเกมเราได้หมด และจู่โจมอย่างรวดเร็วยามเล่นเกมบุก”

 

 

“เราสมควรต้องยอมรับผลแข่งขันที่เกิดขึ้นเพราะคู่แข่งเหมาะสมที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปจริงๆ” กุนซือวัย 57 ปี ระบุ

 

 

ทั้งนี้หลังจบเกมเสียท่าไลป์ซิก ทำให้ “มูรินโญ” คุมทีมไม่ชนะติดต่อกันรวมทุกรายการยาวนานสุดในอาชีพกุนซือ 6 เกม (เสมอ 2 แพ้ 4) นอกจากนี้การปราชัย 0-3 ที่เรดบูลล์ อารีนา ยังถือเป็นความพ่ายแพ้ขาดลอยสุดของกุนซือโปรตุกีสในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก เทียบเท่าสมัยคุมเรอัล มาดริด แพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-4 เมื่อเมษายน ปี 2013 รวมถึงเป็นการพ่ายแพ้ 3 เกมติดต่อกันในรายการนี้หนแรก (รวมเกมรอบแบ่งกลุ่มที่แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-3) ของนายใหญ่ไก่เดือยทองคนปัจจุบันอีกด้วย

 

 

ขณะที่ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ เฮดโค้ชไลป์ซิก ทำสถิติเป็นกุนซืออายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก (32 ปีกับ 231 วัน) ที่สามารถพาทีมเข้ารอบต่อไปในการแข่งขันรอบน็อกเอาท์ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ไลป์ซิก กลายเป็นสโมสรลำดับที่ 7 จากเยอรมนี ที่ฝ่าด่านทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในรายการนี้ (บาเยิร์น มิวนิค, ดอร์ทมุนด์, เลเวอร์คูเซน, ไกเซอร์สเลาเทิร์น, ชาลเก 04 และโวล์ฟสบวร์ก)