สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดการประชุมใหญ่พิเศษเพื่อการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดย  “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ชนะเลือกตั้งเหนือผู้ท้าชิง “บิ๊กอู๊ด” ดร.ภิญโญ นิโรจน์ 51-17 คะแนน เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สมัย 2 ดำรงวาระในตำแหน่งระหว่างปี 2563-2567

 

 

 

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ขอบคุณสโมสรสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจทั้งตนและทีมงานให้ทำงานต่อไปอีก 4 ปี ที่ผ่านมาได้มีการทำงานอย่างมีแบบแผนเป็นอย่างดี เชื่อว่าการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทุกคนจะทำให้สมาคมประสบความสำเร็จตามแผนพัฒนาฟุตบอลไทย 20 ปีที่วางไว้ ส่วนการฟ้องร้องนั้น ถ้าใครมองว่าไม่มีความโปร่งใสก็พร้อมที่จะพิสูจน์ในศาล ขณะที่การเลือกตั้งแบบลับไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์นั้นเป็นระเบียบที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) กำหนดไว้

“บิ๊กอ๊อด” กล่าวอีกว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นการเตรียมความพร้อม และ 4 ปีหลังจากนี้จะเป็นการเดินไปข้างหน้า ตามแผนพัฒนา 20 ปีที่สมาคมวางไว้ ภายใต้ทีมงานที่เลือกมานั้นเป็นคนที่มีศักยภาพ จะช่วยทำงานและพัฒนาวงการฟุตบอลไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแน่นอน

ในขณะที่ ดร.ภิญโญ นิโรจน์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ พล.ต.อ.สมยศ ที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งตัวเองได้ให้สโมสรสมาชิกมาตัดสินใจเลือกครั้งนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสที่จะมาทำงานเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แต่ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือวงการฟุตบอลต่อไปถ้ามองว่าช่วยได้ ส่วนการจะมาลงสมัครรับเลือกตั้งในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือไม่นั้น คงไม่มาแล้ว เพราะตอนนี้ก็อายุมากแล้ว นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องดูแลประชาชนที่เลือกมาให้ทำหน้าที่

“บังยี” วรวีร์ มะกูดี กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่วุ่นวายที่สุดเท่าที่เคยมีส่วนร่วม หลังจากนี้จะดำเนินการฟ้องร้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในเรื่องกระบวนการเลือกตั้งต่อไป เช่นเดียวกับ “ทนายอ๊อด”  ภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัครกรรมการกลาง กล่าวว่า จะมีการฟ้องต่อศาลแพ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100 ว่า ในการประชุมใหญ่ครั้งใด ถ้าได้มีการนัดประชุมหรือการลงมติโดยไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติในส่วนนี้ สมาชิก หรือพนักงานอัยการอาจร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติในการประชุมใหญ่ครั้งนั้นได้ แต่ต้องร้องขอต่อศาลภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ เนื่องจากการเลือกตั้งไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ ผู้แทนสโมสรสมาชิกจะต้องมีหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนของสโมสรที่ถูกต้อง ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจเท่านั้น ดังนั้นถ้าไม่มีหนังสือแต่งตั้งจะไม่สามารถออกเสียงเลือกตั้งได้ โดยตนจะไปฟ้องในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

 

 

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับ นายกลูกหนังสมัย 2

อย่างไรก็ตาม นอกจากการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ แล้ว ยังมี สภากรรมการที่ได้รับการเลือกตั้ง มีดังนี้ อุปนายก นายอรรณพ สิงห์โตทอง, นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์, นางลัขณานันท์ ลักษมีธนานันต์, น.ส.ศิริมา พานิชชีวะ, นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ กรรมการกลาง นายยุทธนา หยิมการุณ, พล.ร.ต.นิกูล อินทรสุวรรณ, นายธวัช อุยสุย, นายมิตติ ติยะไพรัช, นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์, นายสมเกียรติ กิตติธรกุล, รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม, นายธนวัชร์ นิติกาญจนา, น.ส.นันทนี วงศ์อำนิษฐกุล, นายณัฐ ชยุติมันต์, นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ, นายพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ และนายบริพัฒน์ สมมี 

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะส่งรายชื่อผู้ชนะการเลือกตั้ง นายกสมาคม​ อุปนายก​ และกรรมการกลาง​ เพื่อให้การกีฬาแห่งประเทศไทย จดทะเบียนต่อไป