แม้จะตกเป็นรองและอาจกดดันในเรื่องของเสียงกองเชียร์ แต่นักสู้ไทยซึ่งเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน กลับมองในแง่บวกว่ามันทำให้เขาตื่นตัวตลอดเวลา และไม่ประมาทในเกม เพราะอีกฝ่ายมีแฟนๆ ทั้งสนามคอยหนุนหลัง

 

 

การขึ้นสังเวียนที่ มอลล์ ออฟ เอเชีย อารีน่า ในศึกนี้ ถือเป็นครั้งที่ 4 ของ พงษ์ศิริ ซึ่งที่ผ่านมาเขายังไม่เคยคว้าชัยชนะในดินแดนแห่งนี้เพียงครั้งเดียว จึงเป็นแรงผลักดันให้เขาพยายามที่จะล้างอาถรรพณ์ให้ได้ ด้วยการสกัดดาวรุ่งความหวังใหม่ของชาวฟิลิปปินส์อย่าง “ลิโต อาดิวัง”

คู่แข่งเจ้าถิ่นรายนี้มีสถิติที่น่ากลัวตรงที่ชัยชนะทั้ง 10 ไฟต์ เป็นการปิดเกมแบบไม่ครบยกถึง 9 ครั้ง แถม 6 ไฟต์หลังยังชนะรวด และแพ้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทำให้ชื่อเสียงของเขาในวัย 26 ปี เข้าใกล้คำว่าไร้เทียมทานไปทุกที

ลิโต มาจากค่ายใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในฟิลิปปินส์อย่าง “ทีมลาไคย์” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ค่ายแห่งนี้ส่งนักกีฬาฝีมือดีเข้ามาอยู่ในสังกัดของ วัน แชมเปียนชิพ หลายคน โดยสร้างแชมป์โลก ONE มาแล้วสูงสุดถึง 4 คนในปีเดียว 

ในขณะที่ พงษ์ศิริ มีดีกรีแชมป์มวยไทยภาคเหนือระดับประเทศ ขึ้นชกมวยไทยมาแล้วเกือบ 90 ไฟต์ ส่วนในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน เขาเก็บชัยได้ 10 ครั้ง แพ้ 4 ครั้ง โดยสองไฟต์หลังเขาพ่ายแพ้ติดต่อกัน จึงทำให้เขาเกิดแรงผลักดันที่อยากจะเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยชัยชนะแบบน็อกเอาต์เหนือเจ้าบ้าน

'พงษ์ศิริ' ลั่นขอน็อก 'อาดิวัง' ศึกวันฯที่แดนตากาล็อก

 

 

 

พงษ์ศิริ เดินทางจากเชียงใหม่อันเป็นบ้านเกิด ลงใต้สู่ค่ายไทเกอร์มวยไทยที่เขาไปฝึกซ้อมก่อนลงแข่งขันเป็นประจำ ที่นั่นเป็นค่ายใหญ่มีนักกีฬาทั่วโลกไปฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้กันหลายคน ทำให้ พงษ์ศิริ ได้คู่ซ้อมมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะหัวหน้าโค้ช “จอร์จ ฮิคแมน” เป็นผู้สอนเทคนิค วางแผนเกมการแข่งขัน รวมถึงช่วยเรื่องจิตใจซึ่งสำคัญมากสำหรับนักกีฬา

การเผชิญหน้ากับเจ้าบ้านอย่าง ลิโต อาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้านักสู้ไทยพิชิตชัยครั้งนี้อย่างเด็ดขาดด้วยการน็อกเอาต์อย่างที่ตั้งใจ เขาจะได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่น็อก ลิโต และจะทำให้ชื่อของเขาเป็นที่จดจำในแดนตากาล็อกไปอีกนาน

สำหรับศึก ONE: FIRE & FURY จะมีการถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน ONE Super App ตั้งแต่เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป เตรียมตัวรอเลย 31 มกราคมนี้