เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ม.ค.) หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเฉือนชนะ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ถึงถิ่น 1-0 จากประตูชัยนาทีที่ 37 ของโรแบร์โต ฟีร์มิโน 

 

 

หลังจบเกม มูรินโญ นายใหญ่สเปอร์ส ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์ประชดประชันคู่แข่งที่แม้จะเป็นฝ่ายเก็บสามแต้มเหนือลูกทีมของเขา แต่กุนซือโปรตุกีส มองว่าลูกทีมของเจอร์เกน คลอปป์ โชคดีมากกว่าที่บุกมาล้วงสามแต้มกลับออกไปได้ เพราะมีหลายจังหวะที่ผู้ตัดสินเป่าได้ค้านสายตาเหลือเกิน

 

"ผมเคยพูดเอาไว้สัก 3 หรือ 4 เดือนก่อนหน้านี้ที่วกเขาเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตีว่าพวกเขาช่างเป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่งเหลือเกิน" มูรินโญ กล่าวเสียดสีแข้งหงส์แดง

 

"ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังมี โชค ที่เข้าข้าง"

 

"พวกเขา โชคดี เพราะแม้ขณะที่ควรจะเสียประตู แต่กลับไม่ ควรจะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนด้วย แต่จังหวะนั้นทีมงานวีเออาร์ดันไปพักดื่มชา เลยไม่ได้ดูว่า โรเบิร์ตสัน ต้องโดนใบแดง กลับกันถ้าจังหวะนั้นเกิดขึ้นกับ ซน ฮึง มิน เขาคงโดนใบแดงไปแล้ว”

 

เกมนี้มีหลายจังหวะที่ มูรินโญ มองว่าผู้ตัดสินเกิดความผิดพลาดจนทีมของตนต้องเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ทั้งจุดเริ่มต้นของประตูชัยของฟีร์มิโน ที่มาจากจังหวะลูกทุ่มที่ข้างสนามซึ่งนายใหญ่ไก่เดือยทองมองว่า ฝ่ายตนสมควรได้ทุ่มมากกว่า เนื่องจากบอลไปถูกซาดิโอ มาเน ในจังหวะสุดท้าย

 

รวมถึงจังหวะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เข้าปะทะด้วยการเปิดปุ่มใส่ลูกทีมของเขาแต่กลับไม่โดนลงโทษอะไร

 

 

มูหยันแข้งหงส์แค่โชคดีบุกมาเก็บ 3 แต้ม

 

 

"สิ่งที่ผมเห็น คือ จังหวะทุ่มบอลที่ข้างสนามก่อนจะนำมาซึ่งประตูของคู่แข่ง ทีมของผมควรเป็นฝ่ายได้ทุ่ม 200% ผมสับสนกับ วีเออาร์ เพราะเรื่องนี้" มูรินโญ ร่ายยาว

 

ด้าน เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์หลังเกม โดยไม่ได้สนใจถึงประเด็นที่กุนซือคู่แข่งกล่าวถึงแต่อย่างใด โดยกล่าวแต่เพียงว่า เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ หลังชัยชนะนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล สร้างสถิติใหม่เก็บแต้มมากที่สุดจาก 21 เกม บนหน้าประวัติศาสตร์ 5 ลีกใหญ่ ยุโรป จากการโกยไป 61 แต้ม 

 

“เราทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น เรารู้ว่ามันพิเศษ แต่ผมไม่รู้สึกเช่นนั้น เมื่อมีใครเอาโทรฟีแชมป์มามอบให้คุณ นั่นถึงจะจบแล้ว เราต้องสู้ต่อจนกว่าจะถึงเวลานั้น นี่เป็นแค่การเริ่มต้น เราต้องก้มหน้าก้มตาแล้วเดินหน้าต่อไปเพราะคู่ต่อสู้ที่ล้วนแข็งแกร่งจะไม่ยอมแพ้แน่” กุนซือเมืองเบียร์ กล่าวหลังจบเกม


สำหรับสถานการณ์บนตารางคะแนน สเปอร์ส ของมูรินโญ ผ่าน 22 นัด มีอยู่ 30 คะแนน หล่นมาอยู่อันดับ 8 โดยมีแต้มห่างพื้นที่ท็อปโฟร์ไปแล้ว 9 แต้มเต็ม ขณะที่ ลิเวอร์พูล 21 นัด มี 61 แต้ม ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี อันดับ 2 เพิ่มเป็น 16 คะแนน และลงแข่งน้อยกว่าอยู่ 1 นัด