คมชัดลึกออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
กีฬา

'ซาดิโอ มาเน' : ครอบครัว, ยอดแข้ง และการแบ่งปัน

9 มกราคม 2563 - 18:00 น.
ซาดิโอ มาเน,ทีมชาติเซเนกัล,ลิเวอร์พูล,รางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมประจำปี 2019
กีฬา

Shares :
เปิดอ่าน 475 ครั้ง

"ผมมีความสุข และรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รางวัลนี้มาครอง ฟุตบอลคืองานของผม ซึ่งผมรักมันมาก"


 

 

 

 

“ผมขอขอบคุณครอบครัว, คนที่บ้านเกิด, ทีมชาติเซเนกัล, สตาฟฟ์โค้ช, สหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกัน และสโมสรลิเวอร์พูล ที่คอยสนับสนุนผม นี่คือวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมจริงๆ”

 

ซาดิโอ มาเน แนวรุกคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล และทีมชาติเซเนกัล กล่าวหลังจากผงาดคว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ไปครองจากผลงานอันโดดเด่นในปีที่ผ่านมาทั้งกับ “หงส์แดง” ที่มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ถึง 3 รายการ ประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ขณะที่กับทีมชาติดาวเตะวัย 27 ปีก็ช่วยทีมได้รองแชมป์ฟุตบอลแอฟริกัน เนชันส์ คัพ

 

 

นอกจากนั้น มาเน ยังมีฟอร์มส่วนตัวที่น่าประทับใจหลังทำไป 35 ประตูกับ 11 แอสซิสต์จากการลงสนาม 63 เกมรวมทุกรายการในปีที่ผ่านมา ซึ่งด้วยผลงานทั้งหมดเป็นเหตุให้เขาซิวรางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าวไปครองเป็นสมัยแรก โดยเอาชนะ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกเพื่อนร่วมทีม ลิเวอร์พูล และริยาด มาห์เรซ ปีกสารพัดประโยชน์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี

 

โดย มาเน ได้รับการยกย่องอย่างมากว่าเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้หลังประสบความสำเร็จมากมาย เช่นเดียวกับเรื่องนอกสนามที่เจ้าตัวได้รับการชื่นชมไม่แพ้กัน ซึ่งทุกอย่างได้หล่อหลอมในตัวของชายที่รักฟุตบอลรายนี้

 

 

จุดเริ่มต้นจากครอบครัว

 

มาเน เกิดใน แบมบาลี หมู่บ้านเล็กๆในเมืองเซดิอู ประเทศเซเนกัล ซึ่งเจ้าตัวคือหนึ่งในเด็กหนุ่มที่รักในการเล่นฟุตบอลโดยมีแรงบัลดาลใจมาจากการที่ เซเนกัล สามารถผ่านเขาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2002 และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านขณะนั้น
อย่างไรก็ตามความหวังในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเจ้าตัวนั้นเรียกได้ว่าเลือนราง ด้วยความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบากซึ่งในตอนแรกครอบครัวของเขานั้นไม่สนับสนุนให้ มาเน เล่นฟุตบอลเนื่องจากมองว่าไม่มีประโยชน์

 

ถึงกระนั้นคุณลุงของ มาเน คือผู้ที่ผลักดันให้เขาตามความฝัน ทำให้สุดท้ายแล้วครอบครัวตัดสินใจขายผลผลิตพืชสวนจากฟาร์ม รวมถึงความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้านเพื่อส่ง มาเน ไปทดสอบฝีเท้ากับ อคาเดมีของทีมเจเนอเรชัน ฟุต ที่ ดาการ์ เมืองหลวงของ เซเนกัล

 

โดยสภาพของ มาเน ในตอนนั้น คือ สวมรองเท้าขาดๆ และกางเกงที่ไม่ใช่กางเกงกีฬาทำให้เขาถูกมองข้ามตอนนั่งข้างสนาม ทว่าหลังจากที่เขาลงไปวาดลวดลายบนผืนหญ้า เจ้าตัวราวกับเสกเวทย์มนตร์ และได้รับเลือกให้เขาสู่อคาเดมีของทีมในที่สุด

 

ตามสถิติระบุว่า มาเน ยิงให้ทีมอคาเดมีดังกล่าวไปถึง 131 ลูก จาก 90 นัดส่งผลให้ฟอร์มไปเข้าตาแมวมองรายหนึ่ง และเขาพาแข้งรายนี้ลัดฟ้าไปเข้าสังกัด เมตช์ ที่ฝรั่งเศสด้วยวัยเพียง 19 ปี และเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

 

 

 

จากดินสู่ดาว

 

มาเน สนใจแค่เพียงการเล่นฟุตบอลเท่านั้น ทำให้เจ้าตัวสามารถพัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็ว โดยถึงแม้ว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จกับ เมตช์ มากนักหลังยิง 2 ประตูจาก 22 นัด แต่ เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ยอมเสี่ยงทุ่มเงิน 4 ล้านปอนด์ (ราว 155 ล้านบาท) เพื่อดึงตัว มาเน ที่สามารถเล่นได้ทั้งปีกซ้าย, ขวา แม้กระทั่งกองหน้าตัวเป้ามาร่วมทีมในปี 2012

 

และการย้ายทีมครั้งนี้ของ มาเน เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัว เพราะเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และผลิตสกอร์อย่างเป็นกอบเป็นกำถึง 45 ประตูจาก 87 นัด จนไปเตะตาแมวมองของหลายทีมในยุโรป ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในยุคของ เจอร์เกน คลอปป์ แต่สุดท้ายเป็น เซาธ์แฮมป์ตัน ที่สามารถปิดดีลกับเจ้าตัวได้ในปี 2014 และทำให้เขาได้ไปค้าแข้งในเวทีลูกหนังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

การมาเล่นในหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดของโลกนั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับนักเตะวัย 24 ปี ที่มาจากหมู่บ้านเล็กๆในเซเนกัล เพราะเขาต้องถูกคาดหวังเรื่องผลงาน พร้อมถูกจับตาจากสื่อทั่วโลก แม้จะไม่ได้อยู่กับบิ๊กทีมก็ตาม ทว่า มาเน ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองจนขึ้นมาเป็นผู้เล่นเกมรุกที่ “นักบุญ” จะขาดไปไม่ได้ด้วยสถิติน่าสนใจมากมาย ทั้ง การยิงแฮตทริกเร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยเวลาเพียง 2 นาที 56 วินาทีในฤดูกาล 2014–15 และครองตำแหน่งดาวซัลโวของทีมหลังยิง 15 ประตูในฤดูกาล 2015–16 เป็นต้น

 

โดยผลงานของ มาเน อยู่ในสายตาของ คลอปป์ ซึ่งย้ายมาคุมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 และเคยพลาดร่วมงานกับแข้งรายนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง จนเป็นเหตุให้เฮดโค้ชชาวเยอรมันจัดการเซ็นสัญญาแนวรุกรายนี้มาอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์  ซึ่งถือเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์แข้งแอฟริกันในขณะนั้นเมื่อปี 2016

 

และ มาเน ก็กลายเป็นผู้เล่นที่สำคัญอย่างมากในแผงเกมรุกของ คลอปป์ เพราะเขาสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง, มีความเร็วในการเล่นเกมโต้กลับ และขยันไล่บอลเวลาทีมเล่นเพรสซิง ซึ่งตลอดช่วงเวลา 3 ซีซั่นที่เขาอยู่กับ เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเล่นได้คุ้มค่าตัวเพียงใดจากผลงานทำ 74 ประตูกับ 33 แอสซิสต์จากการลงสนาม 151 นัดให้ทีมจนถึงปัจจุบัน และกวาดรางวัลส่วนตัวมาครองมากมาย เช่น นักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรประจำฤดกาล 2016-17 และดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2018-19 เป็นต้น

 

โดย เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังของ ลิเวอร์พูล กล่าวถึงแข้งรุ่นน้องรายนี้ว่าเป็นปีกระดับเวิลด์คลาส และมีฝีเท้าเทียบชั้น จอห์น บาร์นส อดีตปีกระดับตำนานของ “หงส์แดง” เลยทีเดียว ส่วน ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลนา และเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2019 ระบุว่า มาเน เป็นผู้เล่นที่ตนเองชื่นชอบ และมีปีที่ดีกับ ลิเวอร์พูล

 

ผู้รับสู่ผู้ให้

 

​แน่นอนว่าด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม และชื่อเสียงซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้ มาเน ถือเป็นต้นแบบของใครหลายคน โดยเฉพาะคนในหมู่บ้าน แบมบาลี ที่ยกย่องว่าเจ้าตัวเป็นฮีโร่ และทุกย่างก้าวของหมู่บ้านก็มีกลิ่นไอของดาวเตะวัย 27 ปีผู้นี้อยู่

 

 

และ มาเน ก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเองว่ามาจากไหน และมีทุกวันนี้ได้เพราะใครซึ่งหากไม่มีผู้คนในหมู่บ้านคอยช่วยเหลือให้เจ้าตัวไปทดสอบฝีเท้าที่ ดาการ์ ในตอนนั้น ก็อาจจะไม่มี ซาดิโอ มาเน ในวันนี้

 

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแนวรุก ลิเวอร์พูล มักจะทำงานการกุศลเป็นประจำโดยเฉพาะที่บ้านเกิดของเขา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้, บริจาคเงินเพื่อสร้างโรงเรียน, บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาล รวมทั้งช่วยทำความสะอาดห้องน้ำในมัสยิด เป็นต้น

 

นอกจากนั้น ตามการบอกเล่าของคนใกล้ชิด เช่น สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติเซเนกัล และเพื่อนร่วมทีมของ ลิเวอร์พูล ก็ระบุว่า มาเน เป็นคนที่มีบุคลิกนอบน้อม มีน้ำใจ และสมถะ โดยเคยมีภาพที่เจ้าตัวช่วยเจ้าหน้าที่ทีมขนน้ำดื่มในช่วงระหว่างไปรับใช้ทีมชาติเซเนกัลทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาแต่อย่างใด จึงไม่น่าแปลกใจที่ มาเน จะเป็นที่รักของคนหมู่มากเช่นนี้

 

 

ต้องมาติดตามกันว่าต่อจากนี้ไป มาเน นักเตะที่ได้รับการยอมรับทั้งใน และนอกสนามรายนี้ จะพัฒนาตัวเองไปสู่จุดใดในวงการลูกหนัง และเขาจะสามารถก้าวไปสู่จุดหมายสูงสุดที่ตนเองเคยตั้งไว้อย่างการคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองได้หรือไม่?


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ