การแข่งขันจักรยาน ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. มีชิงชัยกัน 1 เหรียญทอง จากจักรยานถนน ประเภทไทม์ไทรอัลทีมชาย ระยะทาง 82.4 กม. ซึ่งทีมไทยส่งนักกีฬา 4 คนลงแข่งขัน ประกอบด้วย ร้อยตำรวจโท ธุรกิจ บุญรัตนธนากร, สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย, สิบตำรวจตรี นวุติ ลี้พงษ์อยู่, จ่าอากาศเอก พีรพล ชาวเชียงขวาง  

 

 

ทีมนักปั่นซีเกมส์คว้าทอง ไทม์ไทรอัลทีมชาย

เกมการปั่นในช่วงแรก ทีมไทย ตามหลังอินโดนีเซีย ที่นำเป็นจ่าฝูงเกือบ 2 นาที แต่พอช่วงขึ้นภูเขา ทีมไทยเริ่มทำเวลาดีขึ้นเรื่อย ๆ และมาแซงทีมเวียดนามที่ปล่อยตัวออกมาก่อนถึง 3 นาที ผลปรากฏว่า เมื่อเข้าเส้นชัยทีมไทยทำเวลาดีที่สุด 1.59.39.792 ชม.ความเร็วเฉลี่ย 41.32 กม./ชม. คว้าเหรียญทองไปครอง , เหรียญเงิน อินโดนีเซีย  1. 59.43.926 ชม.ความเร็วเฉลี่ย 41.29 กม./ชม., เหรียญทองแดง ฟิลิปปินส์ 2.01.38.099 ชม. ความเร็วเฉลี่ย 40.65 กม./ชม.  

     นักปั่นทีมชาติไทยทั้ง 4 คน ร่วมกันให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่ช่วยกันส่งแรงใจมาเชียร์พวกเรา ขอบคุณท่านนายกฯ พลเอกเดชา เหมกระศรี ที่มาคอยดูแลพวกเราอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานฯ รวมทั้งสตาฟฟ์โค้ชและเจ้าหน้าที่ทุกคน ครั้งนี้พวกเราขี่ได้ตามแผนที่โค้ชวางเอาไว้ ไม่กดดันตัวเอง พวกเราอดทนฝึกซ้อมกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย อยู่ในระเบียบวินัยมาตลอด บางครั้งอยากรับประทานอาหารตามใจตัวเองก็ทำไม่ได้ เหรียญทองที่ได้มานี้จึงเป็นเหรียญที่มีค่าสำหรับพวกเรามาก และขอมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทุกคน

 

 

ทีมนักปั่นซีเกมส์คว้าทอง ไทม์ไทรอัลทีมชาย

 

 

 

      “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคนที่ส่งกำลังใจมาเชียร์พวกเรา ขอบคุณสตาฟฟ์โค้ช และนักกีฬาทั้ง 4 คน รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่อยู่ในทีมจักรยานไทย ตอนนี้เราได้เหรียญทองที่ 2 ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้แล้ว ผลงานโดยรวมเราทำได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง แต่ยังเหลือการแข่งขันให้ลุ้นกันอีกจากจักรยานถนน 2 เหรียญทอง คือ โร้ดเรซทีมชาย และบุคคลชาย กับจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์อีก 2 เหรียญทอง คือ บีเอ็มเอ็กซ์ ไทม์ไทรอัล กับ บีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง หากได้เหรียญทองเพิ่มมาอีกก็ถือว่าเป็นกำไร และทำได้เกินเป้าหมาย

    พลเอกเดชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหรียญทองไทม์ไทรอัลทีมชายนี้ กว่าจะได้มาพวกเราได้ทำงานกันหนักมากทั้งก่อนแข่ง และช่วงแข่งขัน สตาฟฟ์โค้ชต้องวางแผนยืนประจำจุดตลอดระยะทาง 82.4 กม. มีการติดต่อส่งข่าวกันทุกระยะ ตนเองก็คอยฟังข่าวและสอบถามทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ พอรู้ว่าช่วง 13 กม.สุดท้าย เรามีโอกาสชนะแน่ จึงโทรศัพท์ไปยังสตาฟฟ์โค้ชว่าให้บอกนักกีฬาทุกคนว่าหากได้เหรียญทองจะอัดฉีดเพิ่มให้อีกคนละ 1 แสนบาท นักกีฬา 4 คน ก็เป็น 4 แสนบาท ทำให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะฮึดสู้ขึ้นมาอย่างสุดกำลัง และประสบความสำเร็จในที่สุด

    อนึ่ง ก่อนหน้านี้ พลเอกเดชา ได้กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะมีเงินอัดฉีดเพิ่มให้นอกเหนือที่ได้รับจากรัฐบาล โดยเหรียญทองรัฐบาลให้ 300,000 บาท สมาคมเพิ่มให้อีก 100,000 บาท รวมเป็น 400,000 บาท, เหรียญเงินรัฐบาลให้ 150,000 บาท สมาคมเพิ่มให้อีก 50,000 บาท รวมเป็น 200,000 บาท และ เหรียญทองแดงรัฐบาลให้ 75,000 บาท สมาคมเพิ่มให้อีก 30,000 บาท รวมเป็น 105,000 บาท แต่สำหรับเหรียญไทม์ไทรอัลทีมชาติ นอกจากนักกีฬาทั้ง 4 คน จะได้รับคนละ 400,000 บาท ตามเงื่อนไขแล้ว สมาคมจะอัดฉีดเพิ่มให้อีกคนละ 100,000 บาท รวมทั้งสิ้นจะได้รับคนละ 500,000 บาท

    พลเอกเดชา กล่าวเสริมอีกว่า สำหรับการแข่งขันจักรยานถนน ในวันที่ 8 ธ.ค. มีชิง 2 เหรียญทอง จากประเภทโร้ดเรซบุคคลชาย และทีมชาย โดยแข่งขันในคราวเดียวกันแต่แยกเป็น 2 เหรียญทอง เริ่มเวลา 09.00 น. ซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น. ของประเทศไทย ซึ่งทีมไทยส่งนักกีฬาลงชิงชัย 5 คน เป็นนักปั่นชุดเดิมที่ได้เหรียญทองไทม์ไทรอัล ได้แก่ ร้อยตำรวจโท ธุรกิจ บุญรัตนธนากร, สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย, สิบตำรวจตรี นวุติ ลี้พงษ์อยู่, จ่าอากาศเอก พีรพล ชาวเชียงขวาง และมี “หนุ่มน้อยมหัศจรรย์”  ธนาคาร ไชยาสมบัติ เจ้าของเหรียญเงินไทม์ไทรอัลบุคลชาย เพิ่มมาอีก 1 คน ต้องขอแรงใจจากพี่น้องชาวไทยส่งมาเชียร์ทีมจักรยานกันมาก ๆ เพื่อให้คว้าเหรียญรางวัลกลับไปฝากคนไทยเพิ่มได้อีก

ทีมนักปั่นซีเกมส์คว้าทอง ไทม์ไทรอัลทีมชาย