royal coronation
8 ธันวาคม 2562
กีฬา

ควันหลง 'เมสซี' กับบัลลงดอร์สมัยที่ 6

4 ธันวาคม 2562 - 19:00 น.
รางวัลลูกฟุตบอลทองคำ,รางวัลบัลลงดอร์ ประจำปี 2019,ลีโอเนล เมสซี,บัลลงดอร์ 6 สมัย,เฟอร์กิล ฟาน ไดค์
Shares :
เปิดอ่าน 305 ครั้ง

ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรางวัลลูกฟุตบอลทองคำ หรือรางวัลบัลลงดอร์ ประจำปี 2019

 

 

ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร “ฟรองซ์ ฟุตบอล” สื่อลูกหนังชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส ผลปรากฏว่าผู้ที่คว้ารางวัลดังกล่าวไปครอง คือ ลีโอเนล เมสซี แนวรุกซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลนา ตามความคาดหมายหลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่ซีซั่นที่แล้วหลังทำ 36 ประตูกับ 13 แอสซิสต์ จากการลงสนามในลีก 34 นัด ช่วยให้ “เจ้าบุญทุ่ม” คว้าแชมป์ลาลีกา สเปน มาครอง นอกจากนั้นหากนับรวมทุกรายการ เมสซี ทำไป 51 ประตูจากการลงเล่น 50 เกม ส่งผลให้เขาได้รางวัลรองเท้าทองคำ หรือดาวซัลโวของทวีปยุโรปมาไว้ในอ้อมกอด

ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้สุดท้าย เมสซี คือแข้งที่ได้รับเสียงโหวตมากที่สุดจากผู้สื่อข่าว 180 ประเทศทั่วโลกให้ซิวรางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าวไปครองเป็นสมัยที่ 6 ต่อจากปี 2009, 2010, 2011, 2012, 2015 ด้วยการมี 686 คะแนน และกลายเป็นแข้งที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์แซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด ที่ก่อนหน้านี้ได้รางวัล 5 สมัยเท่ากันเป็นที่เรียบร้อย

 

 

รางวัลที่สมศักดิ์ศรีของ “เมสซี”

เชื่อว่ามีแฟนบอลหลายคนตั้งข้อสงสัยถึงการได้รางวัลบัลลงดอร์ของ เมสซี เพราะเจ้าตัวได้เพียงแชมป์ ลาลีกา สเปน ขณะที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ อันดับ 2 คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมกับ ลิเวอร์พูล ส่วนอันดับ 3 อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าคนดังของ ยูเวนตุสก็มีแชมป์กัลโช เซเรีย อา และยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ถึงกระนั้นหากย้อนไปดูผลงานส่วนตัวของดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินารายนี้ ต้องเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่า “ไร้ที่ติ” เพราะหากนับเฉพาะปี 2019 เมสซี มีส่วนร่วมกับการทำประตูของ บาร์เซโลนา ถึง 63 ลูกจากการยิง 46 ประตูกับอีก 17 แอสซิสต์ พร้อมมีค่าเฉลี่ยการยิงประตูสำเร็จ 1.17 ลูกต่อเกมอีกด้วย

ขณะที่สถิติรวมตั้งแต่เขาเริ่มค้าแข้งจนถึงปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่ยากจะหานักเตะคนใดมาเทียบได้ ดังนี้
701 - ตัวเลขที่เขาลงสนามให้ บาร์เซโลนา
614 - สถิติยิงประตูรวมทั้งหมด บาร์เซโลนา
52 - จำนวนที่เขาทำแฮตทริกได้ตลอดการเล่นอาชีพ แบ่งเป็น 46 ครั้งกับ บาร์เซโลนา และ 6 ครั้งกับทีมชาติอาร์เจนตินา
138 - จำนวนนัดที่ลงสนามให้ทีมชาติอาร์เจนตินา
70 - ประตูที่ทำให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา
10 - จำนวนการคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน
4 - จำนวนการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

นอกจากเรื่องสถิติส่วนตัวอันยอดเยี่ยมแล้ว เมสซี ยังแสดงให้เห็นถึงการมีอิทธิพลต่อทีม โดยสังเกตได้จากหาก “เจ้าบุญทุ่ม” มีเขาลงสนาม ผลงานของทีมที่ออกมาส่วนใหญ่ก็จะน่าพอใจ และสามารถสร้างความแตกต่างได้ ทว่าหากไม่มี เมสซี ลงสนามประสิทธิภาพของ บาร์ซา นั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่เจ้าตัวได้รับการยกย่อง

ด้วยปัจจัยที่เกิดขึ้นทั้ง ผลงานส่วนตัว และผลงานของทีม, ผลงานโดยรวมตลอดชีวิตการเล่น และพรสวรรค์ของผู้เล่น ส่งผลให้คณะกรรมการเทใจโหวตให้ เมสซี ซิวรางวัลลูกฟุตบอลทองคำประจำปีนี้ไปไว้ในอ้อมกอด

“ผมอยากขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกคนที่ช่วยโหวตให้กับผม รวมถึงคนที่อยากเห็นผมได้รางวัลบัลลงดอร์ไปครอง นอกจากนั้นผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีมซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ผมได้รางวัลนี้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก” เมสซี กล่าวเริ่มหลังจากคว้ารางวัลบัลลงดอร์ สมัยที่ 6

“ผมหวังว่าตัวเองจะมีผลงานที่ดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ และจดจำว่าผมโชคดีเพียงใดเมื่อวันหนึ่งที่ผมแขวนสตั๊ดไปแล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมยังมีปีที่สวยงามรออยู่ ซึ่งเป้าหมายสำคัญในตอนนี้คือผมอยากจะมีความสุขกับการเล่นฟุตบอล และใช้เวลากับครอบครัว”

 

 

“ฟาน ไดค์” : เมสซี ดีกว่าผม

การแพ้นักเตะอย่าง เมสซี ไปเพียง 7 คะแนนนั้นแน่นอนว่าเป็นอะไรที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล แข้งอันดับ 2 ของรางวัลบัลลงดอร์ปีนี้ ทว่าหากคิดในมุมกลับกัน ฟาน ไดค์ สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาอยู่ในระดับเวิลด์คลาสเทียบเท่า เมสซี และโรนัลโด ได้อย่างน่าภูมิใจ

สำหรับ ฟาน ไดค์ ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ “หงส์แดง” เมื่อฤดูกาลที่แล้วหลังเป็นหัวใจหลักที่พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 มาครอง รวมถึงได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี เพียง 1 คะแนน ต่อเนื่องมาในซีซั่นนี้ที่ ฟาน ไดค์ ยังทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง และช่วยให้ ลิเวอร์พูล ครองจ่าฝูงของลีกอยู่ในขณะนี้
ขณะที่กับทีมชาติฮอลแลนด์ ฟาน ไดค์ ก็นำ “กังหันสีส้ม” ซิวรองแชมป์ของศึกศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก และคว้าตั๋วไปเล่นในฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้าย

จากผลงานที่เกิดขึ้นทำให้แข้งวัย 28 ปีกวาดรางวัลมาครองหลายสถาบันก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และผู้เล่นยอดเยี่ยมสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) เป็นต้น ทำให้เจ้าตัวถูกยกให้เป็นหนึ่งในแข้งตัวเต็งที่จะได้รางวัลบัลลงดอร์ไปครอง

ถึงกระนั้นแม้สุดท้ายแล้ว ฟาน ไดค์ จะไม่ได้รางวัลนี้อาจเนื่องด้วยความโดดเด่นที่เขาอาจเป็นรอง เมสซี เพียงไม่กี่ก้าว รวมถึงที่ผ่านมามีผู้เล่นจากเกมรับเพียง 4 คนจาก 64 ปีที่ผ่านมาซึ่งสามารถซิวบัลลงดอร์ ประกอบด้วย เลฟ ยาชิน (1963), ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ (1972, 1976), มัทธีอัส ซามเมอร์ (1996) และฟาบิโอ คันนาวาโร (2006)

หลังงานประกาศรางวัล ฟาน ไดค์ ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า “ผมเกือบได้รางวัลนี้ แต่มีอีกคนที่ดีกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตามผมภูมิใจในสิ่งที่ผมได้รับกับลิเวอร์พูล และทีมชาติฮอลแลนด์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำได้อีกในฤดูกาลนี้”

"โชคไม่ดีนัก มีผู้เล่น 2-3 คนอย่างเขา (เมสซี และโรนัลโด) ซึ่งเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ผมคิดว่าพวกเขาสุดยอดมากๆ โดยเฉพาะ เมสซี นั้นการได้บังลงดอร์ 6 สมัย ซึ่งเราต้องสดุดีในความยิ่งใหญ่นี้ ผมเข้าใกล้ แต่ก็แค่มีอีกคนที่ดีกว่า”

ส่วนรางวัลอื่นๆที่น่าสนใจภายในงานประกาศรางวัลบัลลงดอร์ มีดังนี้
รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ ยาชิน โทรฟี ได้แก่ อลีสซง เบคเกอร์ นายด่าน ลิเวอร์พูล และทีมชาติบราซิล
รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ โคปา โทรฟี ได้แก่ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ กองหลังยูเวนตุส และทีมชาติฮอลแลนด์
รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ บัลลงดอร์ เฟมิแนง ได้แก่ เมแกน ราพิโน ดาวเตะชื่อก้องทีมชาติสหรัฐอเมริกา

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ