royal coronation
15 ธันวาคม 2562
กีฬา

เก็บตกประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์

3 ธันวาคม 2562 - 06:05 น.
ลิเวอร์พูล,พรีเมียร์ลีก,แมนฯ ซิตี
Shares :
เปิดอ่าน 297 ครั้ง

ควันหลงพรีเมียร์ลีก หงส์หืดแต่นำจ่าฝูงเหนียว เรือพลาดสะดุด จิ้งจอกและมูรินโญยังแพรวพราว

 

 

เรือสะดุด

แมนเชสเตอร์ ซิตี และลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องมาสะดุดพลาดเก็บ 3 แต้มอีกครั้ง และเที่ยวนี้ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างพวกเขากับจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ถูกขยายเพิ่มเป็น 11 คะแนน

 

 

 

ย้อนไปในเกมล่าสุดของเรือใบสีฟ้า พวกเขาเกือบจะออกจากถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ด้วยการบุกเก็บสามแต้มเต็มอยู่แล้ว โดยตอนที่ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางห้องเครื่องซัดให้ทีมกลับขึ้นมานำ 2-1 เวลานั้นเหลืออีกแค่ 8 นาที ทุกอย่างจะลงเอยด้วยการบุกมาทำได้ตามเป้าของทีมกุนซือสแปนิช

 

อย่างไรก็ตามทุกคนทราบดีว่า บทสรุปไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะก่อนจบเกม 2 นาที จอนโจ เชลวีย์ อดีตมิดฟิลด์หงส์แดงมาตะบันไกลนอกรอบเขตโทษช่วยให้นิวคาสเซิล รอดพ้นความปราชัยด้วยการเสมอกันไป 2-2

 

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา 14 นัด ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา พลาดทำแต้มหล่นหายไปแล้วถึง 13 คะแนน

 

“รูปแบบการเล่นเราอยู่ในระดับที่ดีทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคู่แข่งลงไปตั้งรับกันลึก เราทำได้ 2 ประตู แต่เราก็ปล่อยให้พวกเขาทวงคืนได้ทั้งสองลูกซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง"

 

 

 

“บางครั้งการเปลี่ยนตัวทำให้ผู้เล่นหลงลืมตำแหน่งไปบ้าง น่าเสียดายที่ตอนท้ายเราเสียประตู แต่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกครั้งเมื่อต้องเจอคู่แข่งที่ลงไปเน้นรับแล้วรอจังหวะสวนกลับ”

 

“เรายังทำงานหนักเหมือนในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เราพยายามทำประตูให้มากขึ้น แต่บางครั้งผลลัพธ์ก็ไม่ได้เป็นแบบเดิมทุกครั้งไป” กวาร์ดิโอลา ให้สัมภาษณ์หลังเกม

 

นัดนี้ แมนฯ ซิตี สร้างสรรค์โอกาสลุ้นทำประตูไปถึง 24 ครั้ง โดยเกมนี้เรือใบสีฟ้า ครองบอลมากถึง 76% ส่วนนิวคาสเซิล 24% แต่สุดท้ายผลลัพธ์ลงเอยด้วยการแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

 

โปรแกรมนัดถัดไป กวาร์ดิโอลา มีคิวนำลูกทีมบุกเยือน เบิร์นลีย์ คืนนี้ (3 ธ.ค.) เวลา 03.15 น.

 

 

จิ้งจอกยังแรง

 

เลสเตอร์ ซิตี ภายใต้การคุมทัพของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังยืนระยะได้ดีต่อเนื่องแม้เกมล่าสุดขุนพลสุนัขจิ้งจอกต้องออกแรงเหนื่อยกว่าจะมาได้ประตูตัดสินเกมจาก เคเลชี อิเฮียนาโช กองหน้าตัวสำรองในนาที 90+4

 

เกมนี้ทอฟฟีสีน้ำเงินซึ่งกุนซือของพวกเขาอย่าง มาร์ก ซิลวา กำลังอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมต่อการโดนปลดจากตำแหน่งในฐานะเต็ง 1 กุนซือเก้าอี้ร้อน ออกสตาร์ทได้ดีทีเดียว เมื่อเป็นฝ่ายออกนำเจ้าบ้านฟอร์มร้อนที่กำชัยในลีกมา 5 นัดรวดไปก่อน 1-0 จากลูกโขกของ ริชาร์ลิสัน นาที 23

 

หลังเสียประตู เลสเตอร์ น่าจะได้ลูกตีเสมอทันควัน เบน ชิลเวลล์ ไปถูกสกัดล้มในเขตโทษ ร้อนถึงผู้ตัดสินต้องเรียกดูเทคโนโลยีช่วยตัดสิน “วีเออาร์” แต่สุดท้ายลูกนี้โดนปฏิเสธ

 

อย่างไรก็ตาม เจมี วาร์ดี กองหน้าตัวเก่งเจ้าบ้านก็มากดประตูตีเสมอ 1-1 ในครึ่งหลังนาที 68 โดนลูกนี้ต้องชม อิเฮียนาโช ตัวสำรองที่ลงมาอยู่ในสนามแค่ 6 นาที แต่สามารถแอสซิสต์ให้หัวหอกอดีตดีกรีทีมชาติอังกฤษกระทุ้งตีเสมอได้สำเร็จ

 

เกมทำท่าจะลงเอยด้วยการแบ่งแต้มอยู่แล้ว กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อิเฮียนาโช มาแผลงฤทธิ์ แต่กว่าจะได้เฮแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ต้องรอทีมงานผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์อีกครั้ง หลังจากสงสัยว่าดาวยิงไนจีเรียอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนหลุดเข้าไปพังประตูหรือไม่

 

สุดท้ายลูกทีมร็อดเจอร์ส ได้เฮลั่นสนามคิงเพาเวอร์หลังจากทุกอย่างได้รับการยืนยันจากผู้ตัดสินว่าเป็นการทำประตูที่ใสสะอาด

 

นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี ที่เลสเตอร์ ทำสถิติเก็บชัยชนะติดต่อกันด้วยจำนวนเกมที่มากที่สุด 6 นัด ต่อจากหนสุดท้ายที่พวกเขาเคยทำได้ดีที่สุด้วยการเก็บชัย 7 นัดรวด ตั้งแต่มีนาคมปี 1963

 

ขณะเดียวกัน เลสเตอร์ ยังลดช่องว่างบนตารางคะแนนกับลิเวอร์พูล มาเท่าเดิมที่ 8 คะแนน หลังผ่าน 14 นัด โดยเวลานี้ทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เก็บไปแล้วทั้งสิ้น 32 คะแนนด้วยกัน

 

โปรแกรมนัดถัดไป เลสเตอร์ จะยังได้เล่นในบ้านโดยพบวัตฟอร์ด คืนวันพุธนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 02.30 น. ส่วน เอฟเวอร์ตัน นัดต่อไปต้องเจอศึกหนักในเกมดาร์บีแมทช์เมืองเมอร์ซีย์ไซด์กับลิเวอร์พูล ในวันเดียวกัน เวลา 03.15 น.

 

 

 

 

หงส์รั้งฝูงเหนียว

 

หลังออกสตาร์ทเกมไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ลิเวอร์พูล ของเจอร์เกน คลอปป์ ทำท่าจะไม่ต้องเจองานที่ยากเย็นอะไรกับการคว้าสามแต้ม แต่สุดท้ายเมื่อจบเกม 90 นาที กลายเป็นว่าทัพหงส์แดงต้องออกแรงเหนื่อยทีเดียวกับการรักษาสกอร์ที่นำอยู่ของตัวเองจากการเสียเปรียบตัวผู้เล่น

นัดนี้ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเจาะประตูคู่แข่งด้วยการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์ได้เลย แต่ซีซั่นนี้ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขายังมีอาวุธเด็ดมากมายจริงๆ เพราะเกมนี้สองประตูที่ได้มาจากจุดเริ่มการเล่นลูกเซตพีซทั้งหมดและทั้งสองลูกมาจากการโขกของปราการหลังคนเก่งของพวกเขาอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดค์

 

 

 

 

ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกปราการหลังเลือดดัตช์ช่วยให้ทีมเจองานสบายด้วยการเป็นฝ่ายออกนำ 2-0 แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันทีเมื่อ อลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของพวกเขามาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามโดยตรงจากการออกมาใช้มือนอกกรอบเขตโทษ ก่อนที่จังหวะต่อเนื่องไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน จะมาเล่นฟรีคิกเร็วจนกลายมาเป็นประตูตีไข่แตกให้ผู้มาเยือน 1-2 ลูกตีไข่แตกของ ลูอิส ดังค์ มีข้อถกเถียงเป็นวงกว้างว่าถูกต้องตามกฎหรือไม่ สุดท้ายประเด็นนี้เมื่อกางกติกามาแล้วปรากฏว่าประตูนี้ของไบรท์ตันใสสะอาด เพราะกฎแจงไว้ว่าฝ่ายรุกสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นเร็ว หรือช้าแล้วรอเสียงนกหวีด

 

ไบรท์ตัน เลือกเล่นเร็วและตามกฎ คือถ้าเล่นเร็วฝ่ายรุกต้องตั้งบอลให้นิ่งแล้วเล่นได้เลย

 

จบประเด็นดังกล่าวสุดท้ายผลลัพธ์ลงเอยด้วยสามแต้มของลิเวอร์พูล รักษาช่องว่างของตำแหน่งผู้นำด้วยระยะห่าง 8 แต้มเท่าเดิม พร้อมรักษาสถิติไม่แพ้ใครที่แอนฟิลด์ในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่ 98 นัดไปแล้ว โดยหนสุดท้ายที่หงส์แดงแพ้คาแอนฟิลด์ต้องย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม 2009 ที่เสียท่า อาร์เซนอล 1-2

 

ขณะเดียวกันตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วมาถึงซีซั่นนี้ยังไม่มีกองหลังคนไหนในพรีเมียร์ลีกยิงประตูได้มากกว่า เวอร์จิล ฟาน ไดค์ โดยเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหงส์แดงยิงไปทั้งสิ้น 7 ประตู

 

เกมนัดต่อไป ลิเวอร์พูล จะเล่นดาร์บีเมอร์ซีไซด์ กับเอฟเวอร์ตัน ในคืนวันพุธและปัญหากลัดกลุ้มใจของคลอปป์ และลูกทีมเวลานี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาการบาดเจ็บของฟาบินโญ ห้องเครื่องคนสำคัญเสียมากกว่าซึ่งพวกเขายังไม่รู้ว่าใครจะทดแทนการหายไปและทำได้ดีเท่าในยามที่กองกลางบราซิเลียนรายนี้คอยคุมจังหวะแดนกลาง

 

 

มูสถิติยังหรู

 

หลังเข้ามารับงานแทน เมาริซิโอ โปเชตติโน 

 

 

 

 

ตอนนี้ ชูเซ มูรินโญ กุนซือชาวโปรตุกีส คุมทอตแนม ฮอตสเปอร์ ผลปรากฏว่าเดินหน้าเก็บชัยได้ทั้งหมด

 

ก่อนหน้านี้ มูรินโญ พาไก่เดือยทองกำชัยในยุคของเขามาแล้ว 2 นัด แบ่งเป็นในลีกกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 นัด (ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2, ชนะ โอลิมเปียกอส 4-2)

 

มาถึงนัดล่าสุดภาพดูจะคล้ายกับเกมทุบขุนค้อนในลีก เมื่อคราวนี้เป็นฝ่ายนำโด่ง 3-0 อีกครั้ง แต่สุดท้าย แฮร์รี วิลสัน ดาวรุ่งตัวยืมจากลิเวอร์พูล มาเหมาสองประตูจนจบเกม สเปอร์ส เป็นฝ่ายเฉือนหวิว 3-2 อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายนที่สเปอร์ส เก็บชัยชนะได้ติดต่อกันในลีก

 

โดยเวลานี้ มูรินโญ พาไก่เดือยทองขึ้นมารั้งอันดับ 5 ของตาราง โดยห่าง เชลซี อันดับ 4 อยู่ 6 แต้ม

 

นัดต่อไปถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเมื่อ มูรินโญ จะนำทัพไปเยือนถิ่นเก่าโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยการเชผิญหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นัดล่าสุดทำได้แค่เสมอ แอสตัน วิลลา ในรังตัวเอง 2-2 คืนวันพุธนี้ เวลา 02.30 น.

 

ด้านเชลซี พลิกล็อกพ่าย เวสต์แฮม คารัง 0-1 ทำให้แต้มยังนิ่งที่ 26 คะแนน และรั้งอันดับ 4 โปรแกรมนัดหน้าบู๊ แอสตัน วิลลา ในบ้าน คืนวันพุธนี้ เวลา 02.30 น.

 

ส่วนอาร์เซนอล หลังพ้นร่มเงา อูไน เอเมรี พวกเขายังต้องออกแรงเหนื่อยตามเจ๊า นอริช ซิตี 2-2

 

โดยเวลานี้ปืนใหญ่ภายใต้การขัดตาทัพชั่วคราวของเฟรดริก ลุงเบิร์ก อยู่ที่ 9 ห่างพื้นที่ท็อปโฟร์ 7 แต้ม นัดหน้าเปิดบ้านพบไบรท์ตัน คืนวันพฤหัสนี้ (5 ธ.ค.) เวลา 03.15 น.

 

ภาพ AFP

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ