โดยมิดฟิลด์วัย 35 ปี เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมเยาวชนของ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2001 ก่อนทำผลงานโดดเด่น และถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของ "เสือใต้" เมื่อปี 2002 ซึ่งจากนั้นเขาก็แจ้งเกิดแบบเต็มตัว และเป็นกำลังหลักมาให้ทีมโดยตลอด 13 ปี หลังลงสนามไป 342 เกม ยิง 45 ประตู พร้อมกวาดแชมป์มาครองมากมาย ทั้ง บุนเดสลีกา 8 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 7 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

'ชไวนสไตเกอร์'ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบซีซั่นนี้

 

 

     กระทั่งในปี 2015 "ชไวนี" ย้ายมาหาความท้าทายใหม่ในอาชีพการค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งด้วยอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเช่นเดิม จนสุดท้ายถูกปล่อยตัวไปอยู่กับ ชิคาโก ไฟร์ ทีมในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐ ซึ่งเขาก็เล่นให้กับสโมสรดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน

     ขณะที่กับทีมชาติเยอรมัน ชไวนสไตเกอร์ ลงรับใช้ทัพ "อินทรีเหล็ก" ไปทั้งหมด 121เกม ระหว่างปี 2004-2016 และซิวโทรฟีแชมป์โลกร่วมกับทีมในปี 2014 

     อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ชไวนสไตเกอร์ ได้ออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ สื่อโซเชียลมีเดียชื่อดังว่าตนเองจะอำลาอาชีพค้าแข้งหลังจากจบฤดูกาลนี้ และถือเป็นการปิดฉากเส้นทางนักเตะอาชีพกว่า 18 ปี โดยระบุว่า "ถึงแฟนๆ เวลานี้ได้มาถึงแล้ว โดยผมจะขอยุติการเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจากจบซีซั่นนี้ ผมอยากจะขอขอบคุณแฟนๆ รวมไปถึงสโมสรที่ผมเคยเล่น ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ชิคาโก ไฟร์ รวมไปถึงทีมชาติเยอรมัน พวกคุณทั้งหมดได้สร้างเวลาที่เหลือเชื่อให้กับผม นอกจากนั้นผมอยากจะขอบคุณ นา อิวาโนวิช ภรรยา และครอบครัวที่สนับสนุนผมเสมอมา การบอกลาครั้งนี้ทำให้ผมรู้สึกนึกถึงความทรงจำที่ผ่านมา แต่ผมจะมองไปที่อนาคตเพื่อเจอกับความท้าทายใหม่ๆที่รอผมอยู่"

      สำหรับ ชไวนสไตเกอร์ เป็นอีก 1 นักเตะชื่อดังในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งประกาศแขวนสตั๊ดในปีนี้ตามหลัง โรบิน ฟาน เพอร์ซี, อาร์เยน ร็อบเบน, ชาบี เอร์นานเดซ และเฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นต้น

'ชไวนสไตเกอร์'ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบซีซั่นนี้