royal coronation
7 ธันวาคม 2562
กีฬา

หลังผ่าน 8 นัดพรีเมียร์ลีกของ 2 ทีมเมืองแมนเชสเตอร์

7 ตุลาคม 2562 - 18:54 น.
แมนเชสเตอร์,แมนฯ ซิตี,แมนฯ ยูไนเต็ด,พรีเมียร์ลีก,เป๊ป กวาร์ดิโอลา,โซลชา,ลิเวอร์พูล,วูล์ฟแฮมป์ตัน,นิวคาสเซิล,โปรแกรมพักเบรกทีมชาติ,แดงเดือด
Shares :
เปิดอ่าน 151 ครั้ง

หนึ่งทีมแชมป์เก่าสถานการณ์ห่างหัวตารางมากสุดตั้งแต่ยุคพรีเมียร์ลีก อีกทีมห่าง 2 แต้ม โซนตกชั้น

 

 

8 นัด ห่าง 8 แต้ม

 

ชัยชนะที่วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มีเหนือแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี 2-0 

 

นอกจากเป็นการล้มทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์บนลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 40 ปีแล้ว ประเด็นสำคัญอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือช่องว่างระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" กับจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้ช่องว่างเพิ่มขึ้นเป็น 8 คะแนน ก่อนกลับมาบู๊กันต่อหลังจบโปรแกรมทีมชาติ

 

 

 


 

เกมล่าสุดที่อิติฮัด สเตเดี้ยม ทีม “หมาป่า” ผู้มาเยือนของ นูโน เอสปิริโต ทำการบ้านมาดีมากทีเดียวเมื่อสามารถหยุดเกมรุกเจ้าถิ่นได้เหลือเชื่อ ก่อนอาศัยจังหวะสวนกลับแล้วนำมาซึ่งสองประตูสำคัญที่เป็นการชี้ขาดผลการแข่งขัน จากผลงาน อดามา ตราโอเร ดาวยิงวัย 23 ปี ที่ก่อนหน้านี้ร้างสกอร์มานานตั้งแต่เดือนกันยายน 2018 และนี่เป็นเพียงหนที่สองจาก 45 นัดในลีกหลังสุดที่ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไม่สามารถคลำเป้าได้แม้แต่ประตูเดียวยามลงเล่นในรังของตัวเอง โดยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นนัดปะทะกับฮัดเดอร์ฟิลด์ ที่จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 เมื่อมีนาคม 2018

 

ส่วนหนแรกเกิดขึ้นในปี 2016 สมัยที่ยังมี มานูเอล เปเยกรินี รับบทนายใหญ่ซึ่งคราวนั้นเสียท่าให้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1


“เราไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด เรามีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง แต่นี่เป็นวันที่ย่ำแย่และเราแพ้ในเกม” กวาร์ดิโอลา กล่าวหลังจบเกม โดยนี่เป็นการแพ้คารังเหย้าตัวเองหนที่ 4 จาก 61 แมทช์ ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมชาวสเปน

 

 

 

 

“เราไม่สามารถสร้างผลงานให้ดีต่อเนื่องและกำลังเจอปัญหานั้น อย่างไรก็ตามเราเป็นทีมที่มีรูปแบบและวิธีการเฉพาะแต่วันที่ไม่ดีก็สามารถเกิดขึ้นได้บางครั้งอยู่แล้ว”

 

“ตอนที่คุณเป็นฝ่ายชนะ คุณจะมองไปยังเกมต่อไปข้างหน้า เช่นเดียวกับเวลานี้ ที่หลังจากจบโปรแกรมพักเบรกทีมชาติเราจึงจะสามารถมองไปยังเกมต่อไปได้” กวาร์ดิโอลา อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจบเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตัน 

 

ขณะเดียวกันนายใหญ่ชาวสแปนิชยังคงมั่นใจว่าช่องว่าง 8 คะแนน ที่ห่างจากทีมจ่าฝูง พวกเขาจะสามารถไล่ตามได้ทันแน่นอน

 

“ผมรู้จักนักเตะในทีมของผมดี” พวกเขาเคยผ่านสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาบ้างแล้วและพวกเขายังสามารถทำแบบเดียวกันให้เกิดขึ้นได้อีกครั้ง”

 

"ช่องว่างที่มีอยู่นั้นมากทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้ผมทราบดี “ในหลายๆ สถานการณ์ก่อนหน้านี้ พวกเขา (ลิเวอร์พูล) ไม่พลาดเสียคะแนนเลย แต่คงเป็นการดีกว่าที่จะไม่มานั่งคำนึงว่าทีมใดนำหน้าอยู่ 8 คะแนน เพราะนี่เพียงแค่เดือนตุลาคมเท่านั้นและยังมีเกมอีกมากให้ลงเล่น” กวาร์ดิโอลา พูดถึงระยะห่างระหว่างทีมจ่าฝูงกับรองจ่าฝูงที่หนนี้เป็นระยะห่างมากที่สุดนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก

 

แฟนบอลคงจำได้ดีว่าฤดูกาลที่แล้ว แมนฯ ซิตี เคยตามหลัง ลิเวอร์พูล ห่างถึง 7 คะแนน แถมตอนนั้นก็เกิดขึ้นหลังจากผ่านไปแล้ว 20 เกม จากนั้นช่องว่างเริ่มลดลงเมื่อทั้งสองทีมมาเผชิญหน้ากัน 

 

มาคราวนี้ในฤดูกาลปัจจุบันทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีคิวดวลกับทัมของเจอร์เกน คลอปป์ ซึ่งจะเป็นแมทช์แรกของซีซั่น โดยจะเล่นกันที่แอนฟิลด์ วันที่ 10 พฤศจิกายน

 

 

 

 

 

โซลชาบนถนนแห่งคำถาม

 

ข้ามมาดูฝั่งอีกหนึ่งทีมร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ ที่มีคิวออกไปเยือนถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ที่หลังจบเกมปรากฏว่านายใหญ่ของพวกเขาดูจะเจอแรงกดดันถาโถมระลอกใหญ่อีกครั้ง

 

 

 

 

เกมนี้ทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นทำประตูเท่ากันที่ 12 ครั้ง โดยเป็นการยิงตรงกรอบของผู้มาเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 ครั้ง 

 

ส่วนนิวคาสเซิล เจ้าถิ่น ยิงตรงกอบแค่ 2 หน แต่สามารถเปลี่ยนเป็นหนึ่งประตูสำคัญที่ช่วยให้ สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีมชาวจอร์ดีฉลองการคุมทีมนัดที่ 400 ด้วยการเอาชนะทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่จับงานคุมทีมมาด้วยสกอร์ 1-0

 

 

 

 

แมทธิว ลองสตาฟฟ์ ถูกบันทึกเป็นนักเตะนิวคาสเซิลที่อายุน้อยสุดที่สามารถทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกในเกมเปิดตัวของตัวเองกับต้นสังกัดในพรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 19 ปี 199 วัน โดยประตูที่ยิงดับปีศาจแดงนาทีที่ 72 ของการแข่งขันยังทำให้แข้งพี่น้องลองสตาฟฟ์เป็นดาวเตะละอ่อนสุดลำดับ 2 ที่สามารถยิงดับพลพรรค “เรด เดวิลส์” ได้สำเร็จ ต่อจากสมัยที่ เจอร์เมน เดโฟ ยิงให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เฉือนชนะปีศาจแดง 1-0 เมื่อธันวาคม ปี 2001 โดยตอนนั้น เดโฟ มีอายุ 19 ปี กับ 62 วัน

 

หากนี่เป็นค่ำคืนของแข้งดางรุ่งสาลิกาดง ในทางตรงข้ามนี่ก็เป็นอีกแมทช์ฝันร้ายของลูกทีมโอเล กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่นอร์วีเจียนของผู้มาเยือน

 

ผลงานของนักเตะปีศาจแดงรายบุคคลสามารถแจกแจงได้ดังนี้

 

แอชลีย์ ยัง ฟูลแบ็กกัปตันทีม ไม่สามารถฝากความหวังอะไรได้เลยจากการเปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ แต่กัปตันวัย 34 ปี ก็ยังถูกมอบหมายให้รับหน้าที่หลักในการเล่นลูกเซตพีซ โดยตั้งแต่เปิดฤดูกาลมายังไม่มีแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูได้เลย

 

กลางสนามเกมนี้ โซลชา มอบหมายหน้าที่ห้องเครื่องตัวตัดเกมให้แก่ "เฟรด" ดาวเตะบราซิลเลียนเจ้าของค่าตัว 56 ล้านปอนด์ ที่ผลงานต้องยอมรับเลยว่าไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้กระทั่งการจับบอลง่ายๆ จากการผ่านบอลให้ของ อันเดรส เปเรย์รา เพื่อนร่วมทีม แข้งแซมบาก็ยังพลาดทำบอลหลุดออกเส้นข้างไปง่ายๆ ชนิดเพื่อนร่วมทีมส่ายหน้า และหลังจบเกมสาวกอสูรแดงก็ออกมาวิจารณ์ว่านี่เป็นการซื้อตัวที่เลวร้ายที่สุดของสโมสร

 

ขณะที่ ฆวน มาตา กองกลางจอมเก๋า ได้รับโอกาสในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ตัวปั้นเกมหลังกองหน้า แต่สุดท้ายจากสถิติหลังเกมที่ออกมาอดีตดาวเตะทีมชาติสเปนทำได้แค่ขวางบอลไปมาบริเวณกลางสนามเสียส่วนใหญ่

 

ด้าน มาร์คัส แรชฟอร์ด ศูนย์หน้ตัวความหวังก็ยังดูจะฝากฝังอะไรไม่ได้เลยในการลุ้นประตูซึ่งตั้งแต่ยิงสองลูกกับเชลซีในเกมเปิดสนาม จากนั้นมาดาวยิงวัย 21 ปี ก็ยังคลำเป้าไม่ได้อีกเลย

 

 

 

 

เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เผชิญกับการออกสตาร์ท 8 นัดแรก ด้วยการเก็บแต้มไปเพียง 9 คะแนน และสถิติจาก"ออปตา โจ" เว็บไซต์ข้อมูลเจ้าดังเมืองผู้ดี ระบุว่านี่เป็นการออกตัวจากแปดเกมแรกในพรีเมียร์ลีกที่เลวร้ายที่สุดต่อจากหนสุดท้ายซึ่งเกิดขึ้นในซีซั่น 1989-90 (8 แต้ม) และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 13

 

เท่านั้นไม่พอสถิติยามเล่นเกมเยือนภายใต้การคุมทัพของโซลชา 8 นัดหลังสุดในลีก สะกดคำว่าชนะไม่เป็นแม้แต่นัดเดียว เสมอ 3 แพ้ 5 โดยสถิติเก็บชัยเกมเยือนไม่ได้ในลีกนานสุดอยู่ที่ 11 แมทช์ ซึ่งทำไว้เมื่อปี 1989 แถมหากนับรวมทุกรายการ ปีศาจแดง เอาชนะเกมเยือนครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่เอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-1 ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

ขณะที่ 13 เกมหลังสุดที่ลงบู๊ในพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะได้แค่ 2 เกมเท่านั้น ที่เหลือแบ่งเป็นเสมอ 5 นัด และแพ้อีก 6 เกม


ตั้งแต่ได้รับสัญญาคุมทีมถาวร เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2019

 

โซลชา นำปีศาจแดงเก็บได้ทั้งหมด 17 แต้ม จาก 16 เกมพรีเมียร์ลีก แบ่งเป็น ชนะ 4 เสมอ 5 และแพ้ 7 นัด น้อยที่สุดเป็นอันดับ 4 จากบรรดา 17 ทีมที่ยังไม่ตกชั้นในปัจจุบัน

 

เบ็ดเสร็จเวลานี้ทีมของโอเล กุนนาร์ โซลชา รั้งอยู่ในอันดับ 10 และมีแต้มห่างจาก เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 18 ซึ่งเป็นโซนตกชั้น 2 คะแนน 

 

ดูแล้วสถานการณ์ ณ เวลานี้ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เร็วๆ นี้ หรือไม่ และถ้าเกิดความเปลี่นแปลงจะมาก่อนหรือหลังโปรแกรมพักเบรกทีมชาติที่เมื่อเกมลีกกลับมาลงบู๊กันอีกครั้ง

 

พวกเขามีคิวทำศึกแดงเดือดกับทีมจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ทันที วันที่ 20 ตุลาคมนี้

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : พชร นาคจู

ที่มา : https://www.bbc.com/sport/football/49868094
https://www.bbc.com/sport/football/49868087

ภาพ AFP

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ