royal coronation
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
กีฬา

7 นัดรวดหงส์แดงกับสถิติเจอร์เกน คลอปป์

วันที่ 30 กันยายน 2562 - 10:44 น.
ลิเวอร์พูล,ฟาน ไดค์,มาเน,ไวจ์นัลดุม,คลอปป์,พรีเมียร์ลีก,เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด,ดีน เฮนเดอร์สัน,ซองแตก,บรามอลล์ เลน
Shares :
เปิดอ่าน 14 ครั้ง

ชัยชนะนัดล่าสุดสปอตไลต์ถูกจับไปที่ความผิดพลาดซองแตกของผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้าม 

 

 

แต่ไม่ว่าอย่างไร 3 คะแนนเที่ยวล่าสุดที่บรามอลล์ เลน ถิ่นของ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จากประตูชัย จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ก็ช่วยให้ลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ คว้าผลลัพธ์ที่ต้องการออกมาได้ในที่สุด ทั้งยังทำให้เป็นซีซั่นแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1990-91 ที่ลิเวอร์พูล เดินหน้าเก็บชัย 7 นัดรวดตั้งแต่เปิดซีซั่น

 

 

 

ส่วนทีมดาบคู่พวกเขาพ่ายคารังของตัวเองเป็นเกมที่ 3 ติตต่อกันในพรีเมียร์ลีกหนแรกนับตั้งแต่ตุลาคมปี 1990

 

แต่สถิติดังกล่าวก็ไม่สำคัญเท่าระยะห่าง 5 คะแนน ที่ยังมีเหนือคู่ปรับสมน้ำสมเนื้ออย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี

 

 

 

เกมนี้สื่อเมืองผู้ดีหลายสำนักยกให้เป็นชัยชนะแบบโชคช่วยของทีมจ่าฝูง เพราะจุดเริ่มต้นเกิดจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูดาวรุ่งวัย 22 ปี ซึ่งถูกยืมตัวมาจากแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลูกยิงที่ดูไม่น่าจะมีปัญหาจากจังหวะวอลเลย์บริเวณหน้ากกรอบเขตโทษของ ไวจ์นัลดุม แต่กลายเป็นว่านายด่านดาวรุ่งกลับรับบอลทะลักเข้าประตูไปแบบเหลือเชื่อ ทั้งที่ตลอด 90 นาที เป็นผู้ที่เซฟจังหวะสำคัญๆ ช่วยทีมได้หลายต่อหลายครั้ง

 

ย้อนกลับไป 45 นาทีแรก รูปเกมที่ดูอึดอัดเนื่องจากลูกทีมดาบคู่ของ คริส ไวเดอร์ เล่นกันได้ตามระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน

 

 

ตั้งรับลึกหน้ากรอบเขตโทษของตัวเองแล้วรอจังหวะสวนกลับที่ก็สร้างปัญหาให้ผู้มาเยือนได้ไม่น้อย

 

อย่างไรก็ตามความผิดพลาดของแนวรับเพียงเล็กน้อยโดยเฉพาะจังหวะวางยาวจากแนวรับตัวเองที่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ตักข้ามแนวรับจนบอลมาถึง ซาดิโอ มาเน หลุดเดี่ยวเข้าไปลุ้นยิงประตูออกนำตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก แต่ลูกนี้หัวหอกเซเนกัลซึ่งวันนี้ดูผิดฟอร์มเป็นพิเศษ สังหารหลุดกรอบเหลือเชื่อ

 

แต่ก็ต้องชื่นชมจังหวะออกมาปิดมุมได้เร็วของนายด่านเจ้าถิ่นเช่นกัน

 

จากนั้น มาเน เจ้าเก่าได้ซัดเหน่งๆ อีกครั้งจากจังหวะไหลใส่พานให้ของโรแบร์โต ฟีร์มิโน แต่เทพีแห่งโชคก็ดูจะไม่ยืนฝั่งทีมเยือนเท่าไหร่เมื่อลูกยิงหนนี้พุ่งไปชนเสา

 

 

 

จบครึ่งเวลาแรกทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเจ้าถิ่นเมื่อป้ายสกอร์บบอร์ดหยุดนิ่งที่ 0-0

 

 

70 นาทียิงเข้ากรอบหนแรก

 

กลับมาลุยกันต่อในครึ่งเวลาหลังรูปเกมยังเป็นไปแบบอึดอัดเช่นเคย จนผ่าน 60 นาที นายใหญ่เมืองเบียร์แก้เกมปรับหมากด้วยการถอด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมแล้วส่ง ดิว็อค โอริกี ลงมาพร้อมเปลี่ยนระบบการยืนจาก 4-3-3 เป็น 4-2-3-1

 

บรรดากูรูพูดเป็นเสียงเดียวกันนัดนี้หงส์แดงเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ทุกอย่างพอให้อภัยได้เมื่อผ่าน 70 นาที ชื่อของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ขึ้นไปอยู่บนป้ายสกอร์บอร์ดที่บรามอลล์ เลน โดยลูกนี้เป็นประตูที่ 22 ของแข้งดัตช์ที่ผลิตสกอร์ได้ในพรีเมียร์ลีก แต่สถิติที่น่าสงสัยคือนี่คือการยิงเข้ากรอบครั้งแรกของเกมและเป็นการใช้เวลายิงเข้ากรอบยาวนานที่สุดของทัพหงส์แดง นับตั้งแต่เกมพรีเมียร์ลีกเมื่อธันวามคม 2015 ซึ่งหนนั้น เดยัน ลอฟเรน ซัดเข้ากรอบในเกมกับนิวคาสเซิล นาทีที่ 89

 

 

 

 

 

อีกสิ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือความเด็ดขาดของสามประสานแนวรุกในนัดนี้เพราะหลังได้ประตูขึ้นนำพวกเขาควรจะตอกฝาโลงคู่แข่งได้ด้วยซ้ำจากจังหวะหลุดไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่จังหวะนี้ไม่ว่าจะชื่นชมว่าเป็นการแก้ตัวของดีน เฮนเดอร์สัน หรือไม่ก็ตาม จากโอกาสที่เห็นน้ำหนักเทไปฝั่งดาวยิงหงส์แดงมากกว่า คือขาดความเฉียบคมแบบเหลือเชื่อ และเมื่อภาพรวมตลอดเกมออกมา ชัดเจนเลยว่าสามประสานแนวรุกของหงส์แดงวันนี้ดูจะไม่ประสานงานกันไหลลื่นเหมือนเช่นเคย

 

 

สถิติยังเดินหน้าต่อ

 

“ใช่ แน่นอน เรามีบางช่วงเวลา เราเริ่มต้นได้ดี แต่จากนั้นจังหวะในเกมของเราก็ดูขาดหายไป นี่เป็นเกมที่ยากจิงๆ ตอนนั้นเราต้องการปรับเปลี่ยนเกมเพื่อเน้นรุก เรามีสองทางเลือกคือถอด เฮนโด หรือไม่ก็ จินี ทั้งสองทำงานหนักมาก แน่นอนผมตัดสินใจถูกที่ให้ จินี อยู่ในสนามต่อและเขาก็ทำประตูได้” คลอปป์ แจกแจงผลงานหลังเกม เมื่อถูกถามว่านี่เป็นชัยชนะที่น่าเกลียดหรือไม่

 

สามแต้มที่ได้มาอย่างยากลำบากนัดนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นว่าสามารถเก็บผลการแข่งขันตามที่ต้องการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่โชว์ฟอร์มไม่ดี หรือเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน บางคนอาจยกให้นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติสำหรับทีมที่พร้อมจะประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ต้องชื่นชมนักเตะที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ยากๆ ได้ดี และไม่พลาดง่ายๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

 

 

 

เวลานี้ลิเวอร์พูล ของเจอร์เกน คลอปป์ ไม่เสียท่าในพรีเมียร์ลีก ยาวนานเป็นเกมที่ 24 ติดต่อกัน และเป็นการเดินหน้าเก็บชัยเป็นที่ 16 ติดต่อกันและกำลังลุ้นทาบสถิติยาวนานที่สุดซึ่งมีแค่ แมนฯ ซิตี ทีมเดียวที่เก็บชัยได้ยาวนานกว่า 18 นัดรวด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสิงหาคมถึงธันวามคมปี 2017

 

แต่ในบรรดาข้อดีทั้งหมดที่ถูกยกมาก็ตั้งอยู่บนคำถามที่น่าสงสัยว่า หงส์แดง กำลังเผชิญกับแรงกดดันบางอย่างด้วยหรือไม่ และชัยชนะแบบหืดจับเช่นนี้ช่วยสร้างขวัญกำลังใจหรือปกปิดข้อบกพร่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นกันแน่

 

 

ภาพ AFP

เรียบเรียง : พชร นาคจู

ที่มา : https://www.bbc.com/sport/football/49778507

https://www.liverpoolfc.com/news/first-team/366561-jurgen-klopp-reaction-sheffield-united-liverpool

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ