royal coronation
วันที่ 21 ตุลาคม 2562
กีฬา

ส.นักข่าวกีฬาตามหา หนอนบ่อนไส้

วันที่ 17 กันยายน 2562 - 13:22 น.
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย,หนอนบ่อนไส้,คนชายชาติ,ไส้ศึก,ช้างศึก,ฟุตบอลโลก 2022,เวียดนาม,พลตอสมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง
Shares :
เปิดอ่าน 9 ครั้ง

จี้ สมาคมฟุตบอลฯ เคลียร์ด่วน

นายเอกพงศ์ โพธิ์อ่อง เลขาธิการสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย และ นายภานพ ใจเกื้อ เลขาธิการสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันเปิดเผยว่า ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกแถลงการณ์ ทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจ : Fair เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ใจความโดยสรุปว่า มีคนไทยเป็น “หนอนบ่อนไส้” หรือ “ไส้ศึก” หรือ “คนขายชาติ” หลังจากเกิดเหตุผู้สื่อข่าวชาวเวียดนาม ไปเช่าห้องพักเพื่อแอบบันทึกภาพการฝึกซ้อมของทีมฟุตบอลชาติไทย ซึ่งกำลังจะแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบสอง กลุ่ม G กับ ทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พร้อมระบุด้วยว่า มีคนไทยให้การช่วยเหลือผู้สื่อข่าวเวียดนาม ในการติดต่อเช่าห้องพัก โดยสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวนั้น เป็นผู้สื่อข่าวกีฬา สายฟุตบอล จากสำนักข่าวใด สำนักข่าวหนึ่ง (ตามเอกสารแนบท้ายที่คัดลอกมาจากเพจ Fair)


              

  ในการนี้ สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย และ สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็น 2 องค์กรหลักของสื่อมวลชนสายกีฬา มีความห่วงใย และไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอให้ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยข้อมูล เพื่อให้สังคมได้รับรู้เป็นที่กระจ่างชัด ดังนี้
                1. ขอให้ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยรายละเอียดว่า บุคคลที่ติดต่อประสานงานเช่าห้องพักให้แก่ผู้สื่อข่าวชาวเวียดนาม เป็นใคร มาจากไหน และเป็นสื่อมวลชนชาวไทยจริง ตามที่เพจ Fair ซึ่งเป็นเพจอย่างเป็นทางการของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวหาหรือไม่
                2. พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องออกแถลงการณ์สาธารณะ ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบข้อเท็จจริง ในทุกช่องทางการสื่อสาร โดยเฉพาะเพจ Fair ที่ลงข้อความ หรือแถลงการณ์ ที่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม และประชาชนทั่วไป
                เนื่องจากกรณีดังกล่าวนั้น เป็นการกล่าวเหมารวม โดยไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่า บุคคลที่ประสานงานให้กับผู้สื่อข่าวชาวเวียดนามนั้น เป็นใคร สังกัดสื่อสำนักใด ที่สำคัญ หากบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่สื่อมวลชนสายกีฬา ก็ส่งผลกระทบทำให้เกิดเสื่อมเสียชื่อเสียง และทำลายความน่าเชื่อถือ ของสื่อมวลชนสายกีฬาเป็นอย่างมาก
                สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย และ สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย มีความเป็นห่วงภาพลักษณ์ของสื่อมวลชนกีฬา ในสายตาประชาชน จึงได้ทำจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อองค์กรและวิชาชีพสื่อมวลชน ที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ข่าวสารให้แก่ประชาชนทั่วไป


                ทั้งนี้ นายเอกพงศ์ โพธิ์อ่อง เลขาธิการสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย และ นายภานพ ใจเกื้อ เลขาธิการสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฯ โดยผ่านนายธีรภัทร์ วนิชาชีวะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562   โดยมี เอกสารแนบจากเพจ Fair ที่ เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 มีเนื้อหาดังนี้ 
 


 

"หนอนบ่อนไส้ ไส้ศึก หรือ คนขายชาติ" (แล้วแต่จะเรียก) ในวงการฟุตบอลไทยเกิดขึ้นแล้ว
....................................................
                จากกรณีที่มีผู้สื่อข่าวกีฬาของเวียดนาม เดินทางเข้ามาติดตามทำข่าวการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ระหว่างทีมชาติไทย กับทีมชาติเวียดนาม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2562 ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นจำนวนมาก โดยได้ติดตามทำข่าวความเคลื่อนไหวของนักกีฬา ทั้ง ทีมชาติเวียดนาม และทีมชาติไทย นั้น
                ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเก็บตัว ซึ่งโค้ชของแต่ละทีมกำลังลงรายละเอียดในการฝึกซ้อม ทั้งเรื่องของเทคนิค
แทคติก กลยุทธ์ ยุทธวิธีต่างๆ ในการเล่น ซึ่งถือเป็น "หัวใจสำคัญ" ของการแข่งขันครั้งนี้ เพราะมันคือ "แผนการรบ แผนการทำศึก ของช้างศึก"
                อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทัพช้างศึก ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากถึงมากที่สุด ถึงขนาดขอให้นำสังกะสีมาปิดล้อมเพื่อไม่ให้คนภายนอกเห็นการซ้อม ขณะเดียวกันทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ขอความร่วมมือกับบรรดาสื่อมวลชนสายกีฬาที่มาทำข่าวทั้งไทยและเทศ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
                จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.62) ได้ปรากฏภาพ “แอบถ่ายการซ้อมของแข้งช้างศึก” ทางโซเชียล โดยนักข่าวกีฬาชาวเวียดนามรายหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าจากเหตุนี้ไม่เพียงแค่ทีมช้างศึก กลุ่มสตาฟฟ์โค้ช และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯเท่านั้นที่ไม่พอใจ ประชาชนคนไทยทั้งที่เป็นคอบอล และไม่ใช่คอบอล ต่างแสดงความไม่พอใจอย่างมากเพราะมันเป็นการล้วงความลับ (รู้เขา รู้เรา รบสิบครั้งก็ชนะทั้งสิบครั้ง) จนมีการลบภาพออกไปแล้วก็ตาม
                พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พื้นที่เกิดเหตุตรงนี้เลยให้ลงไปสืบสวนข้อเท็จจริง
                โดยการทำงานครั้งนี้ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าห้องที่นักข่าวชาวเวียดนามไปเช่าเพื่อยิงกล้องเก็บภาพ ล้วงความลับ ได้มีการมาสำรวจกันก่อนหน้านั้น โดยมีไส้ศึกเป็นคนไทยให้การสนับสนุนช่วยเหลือ คนไทยคนนั้นมีสะพายกล้องถ่ายรูป พร้อมอุปกรณ์ทำข่าวมาด้วย
                คราวนี้ก็ไม่ยากที่จะสืบสวนต่อ เขาไม่ใช่คนไทยเท่านั้นแต่อาจจะเป็นนักข่าวกีฬา กีฬาฟุตบอล สำนักใดสำนักหนึ่ง? (ต้องสืบสวนให้รู้ให้ได้) หรืออาจจะรู้แล้ว เห็นหลังไวๆ กำลังจะคว้าคอเสื้อพลิกมาดูหน้า... หรือหากมีประชาชนคนไทยโดยเฉพาะคอบอลที่รักชาติท่านใดรู้เบาะแสช่วยแจ้งมาที่สมาคมฯด้วยจะได้ตรวจทานว่าตรงกันหรือไม่?
                กรณีนี้คงไม่ผิดฐานอนาจารเหมือนกับถ้ำมองไปแอบดูคนอาบน้ำ แต่ต้องถามว่า มารยาท ศีลธรรม จรรยาบรรณ ของผู้กระทำและร่วมกระทำมีหรือไม่..?
                ยิ่งถ้าเป็นคนไทย เป็นนักข่าวสายกีฬา โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล แล้วไปร่วมกระทำก็ไม่ต่างกับการไปทำตัวเป็นไส้ศึก เกลือเป็นหนอน หนอนบ่อนไส้ คนขายชาติ เราเคยศึกษาประวัติศาสตร์กันมา กรุงศรีอยุธยาต้องเสียกรุงให้กับพม่าเป็นครั้งที่สองเพราะอะไร?
                ช้างศึกกำลังจะทำศึก ขอพี่น้องประชาชนคนไทยมารวมพลังกันส่งแรงใจไปเชียร์ช้างศึกไทย และกำจัดคนขายชาติที่ทำตัวเป็นไส้ศึกให้หมดสิ้นไป
                บทสรุปจุดจบของคนที่เป็นไส้ศึกไม่ว่าจะเป็นใคร จะมีจุดจบทำนองเดียวกับที่ประวัติศาสตร์จารึก บันทึกไว้ หากไม่อยากค้นคว้าให้ไปดูภาพยนตร์เรื่องตำราสมเด็จพระนเรศวรแล้วจะรู้ซึ้ง
                สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยไปร่วมเชียร์ ส่งกำลังใจไปเชียร์ทีมช้างศึกไทยให้ทำศึกครั้งสำคัญครานี้ ณ ทุ่งรังสิตให้ประสพความสำเร็จนำชัยชนะมาสู่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
 
                สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ