royal coronation
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562
กีฬา

โปรแกรมพักเบรกทีมชาติ "เราได้เห็นอะไรบ้าง"

วันที่ 12 กันยายน 2562 - 06:00 น.
โรนัลโด,โปรตุเกส,ทีมชาติอังกฤษ,สเตอร์ลิง,แฮร์รี เคน,จาดอน ซานโช,เนเธอร์แลนด์,อัศวินสีส้ม,ไวจ์นัลดุม,เดอปาย,เดอ บรอยน์,ลูกากู,ยูโร 2020,สุภโชค,เนย์มาร์
Shares :
เปิดอ่าน 2,347 ครั้ง

สถิติทะลวงตาข่ายในนามทีมชาติ โรนัลโด, ผลงาน 8 ตุง จาก 8 นัด ที่รับใช้สิงโตคำรามของราฮีม สเตอร์ลิง พ่วงด้วยความเฉิดฉายของพลพรรคอัศวินสีส้ม

93 ตุง โรนัลโด

ผลงานรับใช้ทัพ “ฝอยทอง” บ้านเกิดในเกมล่าสุดนอกจากเหมาคนเดียว 4 ประตู ช่วยให้ โปรตุเกส บุกไปถล่ม ลิทัวเนียพร้อมเก็บสามแต้มสำคัญแล้ว

 

คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดาวยิงคนดังยังเดินหน้าเพิ่มตัวเลขสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในนามทีมชาติเป็น 93 ประตู ตามหลัง อาลี ดาอี อดีจศูนย์หน้าทีมชาติอิหร่าน เจ้าของสถิติสูงสุดเหลือห่าง 16 ลูก

 

แมทช์ล่าสุด โปรตุเกส เก็บสามแต้มเหนือ ลิทัวเนีย 5-0 ของเกมยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม บี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 ก.ย.) โดย “ซีอาร์ เซเวน” สวมบทพระเอกเมื่อจัดการตะบันคนเดียวสี่ตุงจาก 1 จุดโทษ นาที 7 จากนั้นอีกสามประตูที่เหลือเกิดขึ้นในเวลาห่างกันแค่ 15 นาที (ไล่ตั้งแต่นาที 61, นาที 65 และนาที 76) ส่วนลูกปิดกล่องมาจากผลงาน วิลเลียม คาร์วัลโญ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมยิงได้ในช่วงทดเจ็บนาที 90+2

นอกจากสถิติล่าตาข่ายที่เพิ่มขึ้น 3 จาก 4 ประตู ในเกมนี้ยังเป็นแฮตทริกหนที่ 8 ของโรนัลโด ในนามทีมชาติ ต่อจากครั้งสุดท้ายที่เหมาคนเดียวสี่ลูกเช่นกันเกมถล่ม อันดอร์รา 6-0 เมื่อปี 2016 ขณะเดียวกันยังเป็นแฮตทริกครั้งที่ 54 ในการเล่นอาชีพอีกด้วย

สถานการณ์กลุ่มบี ยูเครน นำจ่าฝูง ผ่าน 5 นัด มี 13 คะแนน ส่วนโปรตุเกส อันดับ 2 มี 8 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ตามด้วย เซอร์เบีย อันดับ 3 เก็บไป 7 คะแนน

 

 

 

 

 

100% สิงโตคำราม

“สิงโตคำราม” อังกฤษ เดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่อง โดย 2 นัดล่าสุดในเกมคัดเลือกยูโร 2020 ลูกทีมของ แกเรธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมวัย 49 ปี สามาถเก็บ 6 แต้มเต็มแถมยังไล่อัดคู่แข่งรวมกันไปถึง 9 ประตู

เกมแรกหลังเข้าสู่โปรแกมทีชาติ พลพรรคทรีไลออนส์ เปิดรังถลุง บัลแกเรีย ขาดลอย 4-0 โดยเกมนี้ แฮร์รี เคน ศูนย์หน้ากัปตันทีมกดแฮตทริกต่อหน้าแฟนบอลในเวมบลีย์ ขณะที่นัดต่อมาซึ่งเป็นเกมล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 ก.ย.) แข้งเมืองผู้ดีจะทุบชนะ โคโซโว ที่ก่อนหน้านี้ 15 นัดไม่แพ้ใคร ลงได้ด้วยสกอร์ 5-3 แถมเกมนี้ยังเป็นฝ่ายตามหลังก่อน 0-1 ตั้งแต่ 34 วินาทีแรกของการแข่งขัน หลังจาก ไมเคิล คีน พลาดท่าส่งบอลหน้าปากประตูตัวเองไปเข้าเท้า วาลอน เบอริชา หลุดเข้าไปสังหารประตูอย่างง่ายดาย

 

อย่างไรก็ตามความร้อนแรงของ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ชั่วโมงนี้ทำท่าจะไม่หยุดความฉกาจฉกรรจ์เอาง่ายๆ จัดการโขกประตูตีเสมอ 1-1 โดยลูกนี้ คีน แก้ตัวจากความผิดพลาดด้วยการโหม่งตั้งไปให้ปีกแมนเชสเตอร์ ซิตี โขกตามน้ำเข้าไป

 

1 ประตูในเกมนี้ทำให้ สเตอร์ลิง ยิง 8 ประตู จากการลงสนามให้อังกฤษใน 8 นัดหลังสุด

 

จากนั้น เคน บวกเพิ่มอีก 1 ลูก พร้อมเพิ่มสถิติสังหารตาข่ายในนามทีมชาติเป็น 26 ประตู จาก 41 นัด ก่อนที่แนวรับโคโซโวจะยิงประตูตัวเองอีก 1 ลูก

 

จาดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งก็ไม่ยอมน้อยหน้าเพราะนอกจากประเดิมสกอร์แรกในสีเสื้อทีมชาติแล้ว จบเกมยังถูกบันทึกว่าเหมาคนเดียวสองเม็ด ขึ้นแท่นเป็นนักเตะอายุน้อยสุด 19 ปี กับ 169 วัน ในรอบ 15 ปี ที่ยิงมากกว่า 1 ประตูในเกมเดียว นับตั้งแต่ เวย์น รูนีย์ เคยทำไว้ในเกมกับโครเอเชีย เมื่อปี 2004 โดยตอนนั้นเจ้าของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลสิงโตคำรามอายุเพียง 18 ปี กับ 241 วัน

 

จบครึ่งแรก อังกฤษ นำห่าง 5-1

 

แม้ครึ่งหลัง โคโซโว จะฮึดทวงคืนมาได้สองประตู แต่สุดท้ายทีมของแกเรธ เซาธ์เกต ก็ยังเป็นฝ่ายเก็บสามแต้มสำคัญไว้ได้ พร้อมสร้างสถิติเก็บชัยรวด 4 นัด ในรอบคัดเลือก กลุ่ม เอ โดยมี 12 แต้มเต็ม จาก 4 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 เช็ก ที่แข่งมากกว่า 1 นัด อยู่ 3 แต้มด้วยกัน

 

 

ราชาผ่านบอล เพื่อนยิง

“ในความคิดของผมนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา” โรแบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติเบลเยียม เอ่ยปากชม เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์คนเก่งหลังจบเกมถล่มชนะ สกอตแลนด์ 4-0 โดยเกมนี้กองกลางเรือใบสีฟ้า ใช้เวลาแค่ 23 นาทีในการกดแอสซิสต์ 3 ครั้ง จากการผ่านบอลให้เพื่อนทำประตู 3 ลูก

 

เท่านั้นไม่พอห้องเครื่องวัย 28 ปี ยังมีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดด้วยอีก 1 หน จากผลงานเป็นคนยิงปิดก่อนจบเกม 8 นาที

 

ขณะเดียวกันหนึ่งการผ่านบอลให้ โรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างยักษ์ซัดลูกเบิกร่องยังเป็นการบวกตัวเลขพังตาข่ายดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในนามทีมชาติของกองหน้าจากอินเตอร์ มิลาน เพิ่มเป็น 50 ประตู

 

สถานการณ์กลุ่ม ไอ เบลเยียม นำจ่าฝูง ผ่าน 6 นัด เก็บไป 18 คะแนน อันดับ 2 รัสเซีย มี 15 แต้ม จากการลงเล่น 6 นัดเท่ากัน

 

ทัพดัตช์เจิดจรัส

 

เนเธอร์แลนด์ ประเดิม เกมแรกโปรแกรมคัดยูโร 2020 ของเดือนกันยายนนี้ ด้วยการบุกไปอัด “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ถึงฮัมบูร์ก 4-2 จากนั้นเกมต่อมาเอาชนะ เอสโตเนีย ไปแบบสบายเท้า 4-0 โดยทั้ง 2 นัด นอกจาก โรนัลด์ คูมัน กุนซืออัศวินสีส้มที่ต้องรับเครดิตคำชมไปเต็มๆ แล้ว

 

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม กับ เมมฟิส เดอปาย คือสองดาวเตะที่ถูกยกย่องในผลงานเที่ยวนี้ของทัพกังหันลม โดยเฉพาะห้องเครื่องของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่มีชื่อของตัวเองขึ้นสกอร์บอร์ดทั้งสองนัด

 

เกมแรก ไวจ์นัลดุม บรรจงแอสซิสต์ระดับมาสเตอร์พีซให้ ดอนเยลล์ มาเลน กองหน้าดาวรุ่งพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน สามารถยิงประตูได้ตั้งแต่เกมเปิดตัวนัดแรกกับทีมชาติ แถมกองหน้าวัย 20 ปี ยังถูกส่งลงเล่นในฐานะตัวสำรอง ก่อนจะมารับบทซูเปอร์ซับยิงให้ทัพดัตช์แซงนำ 3-2 จากนั้นห้องเครื่องลิเวอร์พูลเป็นคนยิงปิดกล่องด้วยตัวเองในสามแต้มเหนือทีมระดับยักษ์ด้วยกัน

 

เกมต่อมาแม้ ไรอัน บาเบล แนวรุกตัวเก๋าจะมีชื่อยิงคนเดียวสองประตู แต่ผลงานโดยรวมทุกคนพร้อมเอ่ยชม เดอปาย เจ้าของผลงาน 1 ตุง กับ ไวจ์นัลดุม ซึ่งก็ยิง 1 ลูก เป็นสองคีย์แมนสำคัญ โดยเกมนี้ดาวเตะจากโอลิมปิก ลียง ยังพ่วงด้วยการผ่านบอลให้เพื่อนยิงประตูอีก 2 แอสซิสต์

 

สถานการณ์กลุ่ม ซี ถือว่าเข้มข้นทีเดียว โดยจ่าฝูงเป็น เยอรมนี ของโยอาคิม เลิฟ ที่กลับมากู้ชื่อหลังจากแพ้คาบ้านด้วยการบุกไปสอย ไอร์แลนด์เหนือ 2-0 โดยทัพอินทรีเหล็ก มี 12 คะแนน จาก 5 นัด เท่ากับ ไอร์แลนด์เหนือ อันดับ 2 ที่แข่งเท่ากัน แต่ประตูได้เสีย ทัพเมืองเบียร์ดีกว่า

 

ส่วน เนเธอร์แลนด์ แม้จะฟอร์มเปรี้ยงกำชัยรวดทั้ง 2 นัด แต่อัศวินสีส้มยังรั้งแค่อันดับ 3 จากการมี 9 แต้ม แต่ลงแข่งน้อยกว่าเพื่อนร่วมกลุ่มอยู่ 1 เกม

 

 

เอเชียและบราซิล

นอกจากการลับแข้งของบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรปแล้ว ฝั่งทวีปเอเชียบ้านเราก็ไม่น้อยหน้า เมื่อขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายใต้การประเดิมการคุมทัพอย่างเป็นทางการของอากิระ นิชิโนะ กุนซือญี่ปุ่น สร้างผลงานได้ดีทีเดียว เมื่อเก็บมาได้ 4 คะแนน จาก 2 นัด โดยเกมล่าสุดบุกไปเอาชนะอินโดนีเซีย 3-0 ต้องยกความดีความชอบให้ สุภโชค สารชาติ กองหน้าดาวรุ่งที่ยิงสยบเสียงวิจารณ์ในเกมแรกที่พลาดโอกาสทองกับเวียดนาม ซึ่งโปรแกรมนัดต่อไปไทยจะกลับมาเล่นในบ้านพบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 15 ตุลาคมนี้

 

อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่วงการลูกหนังที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ พลพรรค “แซมบา” บราซิล ที่ล่าสุดแม้จะเป็นแค่โปรแกรมกระชับมิตรกับโคลอมเบีย ชาติร่วมทวีปละตินด้วยกัน แต่ก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเพราะเกมนี้ เนย์มาร์ สตาร์ดังของพวกเขาสร้างผลงานยิงประตูแรกในรอบ 3 เดือน ตั้งแต่บาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า และไม่ได้ลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เลย เนื่องจากมีปัญหาเรื่องขอย้ายทีมไปบาร์เซโลนา

 

ผลลัพธ์เกมนี้ บราซิล เสมอ โคลอมเบีย 2-2 โดยตั๋วเข้าชมการแข่งขันทั้งหมด 65,232 ที่นั่งของสังเวียนฮาร์ดร็อก สเตเดี้ยม รังเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอลไมอามี ดอลฟินส์ ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นแม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็ตาม

 

 

โปรแกรมฟีฟ่าเดย์ จะกลับมาอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยคิวของทีมในโซนยุโรปที่จะคัดยูโร 2020 แมทช์เดย์ที่ 7-8 จะอยู่วันที่ 10-12 ตุลาคม กับ 13-15 ตุลาคม

คัดบอลโลก เอเชีย 10 ต.ค. กับ 15 ต.ค. สำหรับแมตช์เดย์ที่ 3-4

ส่วนคัดบอลโลกโซนแอฟริกันจะไปเริ่มเกมแรกของรอบคัดเลือก รอบ 2 กันในเดือนมีนาคมมีนาคมปี 2020

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมอุนเครื่องของ 2 ยักษ์ใหญ่ เยอรมนี ปะทะ อาร์เจนตินา ให้คอยติดตามกันด้วย โดยคู่นี้จะโม่แข้งเวลา 01.45 คืนวันพุธที่ 9 ตุลาคม ตามเวลาบ้านเรา

 

 

 

เรียบเรียง : พชร นาคจู

ภาพ : AFP

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ