กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม ‘โค้ก’ (Coke) หรือ       ‘โคคา-โคลา’ (Coca-Cola) ในประเทศไทย ประกาศเดินหน้าจัดกิจกรรมฟุตบอลเพื่อเยาวชนไทย ภายใต้โครงการ “การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย “โค้กคัพ ครั้งที่ 21” ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของวงการลูกหนังไทยมากว่า 40 ปี และเป็นโครงการหลักตามเจตนารมณ์ของ โคคา-โคลา ในการส่งเสริมการเล่นกีฬาและออกกำลังกายในหมู่เยาวชน  โดยร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมพละศึกษา รวมไปถึงภาคเอกชน โดยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดโครงการ “การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โค้กคัพ ครั้งที่ 21 “Coke Cup Thailand 2019” ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฏาคม 2562 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรม รามา การ์เดนท์ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีนายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด, พันโท รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, และคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้สนับสนุน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

     นายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด เปิดเผยว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ฟุตบอลเยาวชนโค้กคัพ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ฟุตบอลเยาวชนโค้กคัพได้เป็นเวทีที่ให้โอกาสนักเตะเยาวชนก้าวไปสู่ฟุตบอลอาชีพ และติดทีมชาติอย่างมากมาย นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน” 

     การแข่งขันฟุตบอล “โค้กคัพ ครั้งที่ 21” นี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันยังคงเน้นนักเตะที่อายุไม่เกิน 19 ปี เหมือนกับ 5 ครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะพิจารณาคัดเลือกและเชิญทีมต่างๆ โดยเชิญทีมเยาวชนสำรองจากสโมสรไทยพรีเมียร์ลีก จำนวน 16 ทีม, ทีมเยาวชนจากทีมจากไทยลีก2 จำนวน 18 ทีม, ทีมเยาวชนจากไทยลีก3 และไทยลีก4 โดยส่งในนามสโมสร สโมสรละ 1 ทีม แบ่งกลุ่มจากที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนด

โดยรูปแบบการแข่งขัน จะแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม ครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 (กรุงเทพมหานคร) มี 12 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 22-27 สิงหาคม 2562 ณ สโมสร เกร็กคู สายไหม ยูไนเต็ด 
กลุ่มที่ 2 (ภาคใต้) มี 14 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 18-26 กันยายน 2562 จ.สตูล 
กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันตก) มี 10 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 1-6 ตุลาคม 2562 จ.กาญจนบุรี 
กลุ่มที่ 4 (ภาคตะวันออก) มี 12 ทีม แข่งขัน ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคม 2562 จ.จันทบุรี 
กลุ่มที่ 5 (ภาคอีสานตอนล่าง) มี 10 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 25-30 ตุลาคม 2562 จ.ศรีสะเกษ 
กลุ่มที่ 6 (ภาคเหนือตอนล่าง) มี 10 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 12-17 พฤศจิกายน 2562 จ.เพชรบูรณ์ 
กลุ่มที่ 7 (ภาคอีสานตอนบน) มี 10 ทีม แข่งขัน ระหว่างวันที่ 28 พ.ย- 3 ธ.ค 2562 จ.เลย 
กลุ่มที่ 8 (ภาคเหนือตอนบน) มี 10 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 9-14 ธันวาคม 2562 จ.แพร่ 
     โดยนำทีมที่ชนะเลิศในแต่ละกลุ่มทั้ง 8 กลุ่ม เข้าไปแข่งขันในรอบ 8 ทีม ซึ่งจะทำการจับสลากประกบคู่ ทำการแข่งขันแบบ เหย้า – เยือน ให้เหลือ 4 ทีมในรอบรองชนะเลิศ เพื่อหาผู้ชนะเลิศเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไปด้วย 
ทั้งนี้การแข่งขันรอบคัดเลือกจะเริ่มกลุ่มแรก คือ กลุ่ม 1 กรุงเทพมหานคร แข่งขันระหว่างวันที่ 22-27 สิงหาคม 2562 ณ สโมสร เกร็กคู สายไหม ยูไนเต็ด 

 

     ทางด้าน พันโท รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนฟุตบอลเยาวชน “โค้กคัพ” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเจตนารมณ์เดียวกันกับกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในการส่งเสริมการเล่นกีฬาในกลุ่มเยาวชน และได้เล็งเห็นประโยชน์ของการแข่งขันที่จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชน เพื่อต่อยอดไปถึงการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในอนาคต ในนามของการกีฬาแห่งประเทศไทย เชื่อว่า "โค้กคัพ ครั้งที่ 21” นี้ เป็นการสานต่อและพัฒนาฝีเท้าของนักเตะระดับเยาวชนให้สามารถก้าวขึ้นไปสู่ตัวแทนสโมสรและตัวแทนทีมชาติไทยต่อไป สานฝันนักเตะไทยไปฟุตบอลโลกในอนาคตที่วางเป้าหมายไว้”

     ทางด้านนายพรวุฒิ สารสิน กล่าวปิดท้ายว่า “ผมขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน “โค้กคัพ” ด้วยดีเสมอมา ส่งเสริมให้ "โค้กคัพ" เป็นสนามแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ของเยาวชน เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เล่นกีฬาที่ชื่นชอบและแสดงความสามารถ เพื่อพัฒนาทักษะไปสู่นักฟุตบอลอาชีพต่อไป”